Just another WordPress.com site

สำนวนอังกฤษ2

IDIOM & SLANG ‘นักเขียน’ เจอะ ‘นักอ่าน’


งานสัปดาห์หนังสือ วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายนนี้
“นายเบอท” (คนเขียน IDIOM & SLANG)
จะขอไปพบเพื่อนๆนักอ่าน(นานๆครั้ง)

ใครสนใจแวะมาพูดคุยทักทายกันได้นะครับ ^ ^
พร้อมแจกลายเซ็นหนังสือ IDIOM & SLANG (ถ้าทั่นอยากได้)
ส่วนใครที่มีหนังสืออยู่แล้ว เอามาให้เซ็นได้เลย

ที่ศูนย์สิริกิติ์ บูธ Q41 โซน C2 (ใกล้ๆ อมรินทร์)
เวลา 5 โมงเย็น – 1 ทุ่มครับผม

Advertisements

Linsanity! (‘เจเรมี่ หลิน’ ลือลั่น สนั่นยุทธจักรบาส!)


แชร์ช้าไปนิด แต่ว่ายังไม่ out นะ (ฮี่ๆๆ)

เชื่อว่าตอนนี้เพื่อนๆ หลายคนคงจะรู้จัก Jeremy Lin นักบาส NBA ดาวรุ่งเชื้อสายจีน(ไต้หวัน)กันบ้างแล้ว

**ที่อเมริกา เขา hot เสียจนมีการบัญญัติศัพท์ใหม่ขึ้นมาว่า…
Linsanity (ลินซานิที่)**
ซึ่งเป็นการผสมระหว่างคำว่า…
‘Lin’ (ชื่อของ เจเรมี่ หลิน)
กับ
‘insanity’ (ที่แปลว่า บ้าคลั่ง ฯลฯ)

Linsanity หลัก ๆ ตีความได้ 2 แบบคือ
1) ‘กระแสคลั่งไคล้หลิน’ (หรือพูดง่าย ๆ ก็ “หลินฟีเวอร์” นั่นแหละ)
2) ‘เป็นฉายาเฉพาะของหลิน’ (แปลเป็นไทยคงได้ประมาณว่า “หลินระห่ำ” หรือ “บู๊หลิน” อะไรทำนองเนี้ย)

Linsanity นี่เป็นกระแสติดลมบนขึ้นมาเมื่อต้นปีนี้เองครับ โดย Jeremy Lin พอยท์การ์ดที่จู่ ๆ ก็โผล่ขึ้นมาจากทีมสำรองของ New York Knicks ช่วยทีมคว้าชัยได้ 7 นัดรวด แถมโชว์ฟอร์มเทพอีกต่างหาก จนทำให้เสื้อเบอร์ของเขาขายหมดเกลี้ยง และแม้แต่ปลุกกระแสคลั่งไคล้เกมบาสเก็ตบอลในประเทศไต้หวัน(รวมถึง ‘จีน’) ขึ้นมาอีกด้วย

Lin ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของความมานะพยายามครับ

เพราะกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ เขาต้องอดทนและฝ่าฟันอุปสรรคหลายอย่าง เรียกว่ากว่าจะได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริงของทีม New York Knicks นี่… เขาทั้งเคยโดนปฏิเสธ โดนดอง โดนโละ จากทืมอื่น ๆ มาแล้ว (ถ้าจะพูดให้คิดบวก “ฟ้าย่อมมีตา” คนเราถ้าตั้งใจจริง สักวันฟ้าน่าจะเปิดทางให้เร)

นอกจากจะเก่งเรื่องกีฬาแล้ว Lin ยังเอาดีเรื่องเรียนอีกด้วย โดยเขาศึกษาจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง Harvard (คณะเศรษฐศาสตร์)

ถึงช่วงนี้ Lin กับทีม NYK อาจจะมีแผ่วไปบ้าง แต่กระแสของเค้าก็ยังมิได้ซาลงไปเลย

โดยปัญหาที่เกิดขึ้น บ้างก็ว่า Lin ควรจะไปฟิตเสริมหุ่นที่บางไปหน่อย และคู่แข่งทีมอื่น ๆ เริ่มจับทางเขาได้ บ้างก็ว่าเป็นปัญหาของโค้ชและการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น โดยเฉพาะเมื่อตัวหลักอย่าง Melo กลับคืนสนาม… กระนั้น Lin ก็ยังนิ่งได้และยืนหยัดสู้ต่อไปอย่างเข้มแข็ง (แต่ก็ได้ข่าวว่าทั้งเขาและทีมกำลังค่อย ๆ คืนฟอร์มอยู่นะ) สู้ๆๆๆ Linsanity!

 

—————————–

 

หาคลิป Linsanity มาให้ชม/ฟังกันครับ

แฟน ๆ ที่ชื่นชอบถึงกับดัดแปลงเพลง Insane in the Brain
มาเป็น ‘Linsane in the Brain’

Linsanity! Journey to the NBA

ที่มาที่ไป “ท่าดีใจ” ของ Lin

Jeremy Lin ทำ 25 แต้ม ในเกมปะทะ Nets


สำนวนอังกฤษ 148


 

#PowerUp #English
#พูดอังกฤษติดสำนวน

หนังสือ IDIOM เล่มใหม่ออกแล้วนะครับ กับสำนักพิมพ์ SE-ED Smart Language ในชื่อว่า…
“POWER UP Your English – พูดอังกฤษติดสำนวนให้ฟังเริ่ด!”

เพื่อน ๆ นักอ่านสามารถหาซื้อหนังสือ POWER UP ได้ที่
– ร้านหนังสือ SE-ED ทุกสาขา
– ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป
– สั่งซื้อ ONLINE ผ่านเว็บไซต์ SE-ED

4BLOG

= = = = = = = = = =

= = = = = = = = = =

 

Pack it in

= เลิก / หยุด

= ม้วนเสื่อ / พับโครงการ / ปิดกิจการ

ความหมาย:

Pack it in หมายถึง

–                   ละเลิก, ล้มเลิก

–                   หยุดทำ, หยุดกิจกรรม, พักงาน

–                   เข้านอน

โดยวลี pack it in นี้เปรียบเปรยกับการแพ็คกระเป๋าเก็บข้าวของเพื่อเตรียมระเห็จนั่นเอง (ถ้าเทียบกับสำนวนไทยก็คงจะประมาณว่า “ม้วนเสื่อกลับบ้าน”)

ตัวอย่างเช่น

EX1:  ‘Our store isn’t doing well. We’re going to pack it in soon.’

(ร้านของเราขายไม่ค่อยดี เราจะปิดกิจการในไม่ช้า)

 

EX2:  ‘It’s already late now, so let’s pack it in! We will do it again tomorrow.’

(ตอนนี้ค่ำแล้วล่ะ เราพักไว้ก่อนเถอะ! เราจะมาทำมันใหม่พรุ่งนี้)

 

เกร็ดที่น่าสนใจก็คือวลี ‘pack them in’ (ที่เพียงเปลี่ยนจากคำว่า it เป็น them) นี้ มันกลับมีความหมายคนละเรื่องกันเลย! โดย pack them in หมายถึง เรียกลูกค้า / มีผู้ชมแน่นขนัด

ตัวอย่างเช่น

‘In Kenya, fantasy films continue to pack them in.’

(ในประเทศเคนย่า หนังแนวแฟนตาซียังคงเรียกผู้ชมได้อย่างล้นหลาม)

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->


Don’t shit where you eat

= อย่าริมีรักในวงงาน / หลีกเลี่ยงเรื่องชู้สาวในที่ทำงาน

ความหมาย:

วลี Don’t shit where you eat (อย่าทำเรี่ยราดในแหล่งหากิน) สื่อความหมายว่า “ไม่ควรมีความสัมพันธ์ชู้สาว หรือริรักกิ๊กกั๊กในที่ทำงาน” เพราะบางทีความรักใคร่อาจจะทำให้คุณเสียงานเสียการได้ ตัวอย่างเช่น ความสัมพันธ์ของคุณอาจถูกจับจ้องเพ่งเล็ง (จนตัวเกร็ง) และมีสิทธิ์ตกเป็นขี้ปากของคนในออฟฟิศได้ง่าย ๆ หรือเมื่อไหร่ที่คุณกับเขาเข้าหน้ากันไม่ติด บรรยากาศในที่ทำงานก็คงจะอึมครึมขมุกขมัวแน่ ๆ (จากปกติที่งานเข้าอยู่แล้ว เจอแบบนี้ก็ยิ่งงานเข้าเข้าไปใหญ่ ฮ่าๆๆ)

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->


Under one’s belt

= มีประสบการณ์(ติดตัว) / มีดีกรี / มีผลงาน / ครองสถิติ / ครอบครอง(ธุรกิจ) / ประดับบารมี

ความหมาย:

Under one’s belt หมายถึง

–                   มีประสบการณ์, มีคุณวุฒิ, มีภูมิความรู้, มีชั่วโมงบิน

–                   มีประสบการณ์ติดตัวอย่างช่ำชองแตกฉาน จนเป็นที่ยอมรับนับถือ

–                   ผ่านการเรียนรู้หรือประสบความสำเร็จบางอย่างที่จะทำให้คุณมีข้อได้เปรียบในอนาคต

–                   อยู่ในความครอบครองดูแล (โดยเฉพาะในเชิงธุรกิจ/บริหาร)

 

ตัวอย่าง:

EX1: ‘That boxer has several knockouts under his belt. He will be a dangerous opponent.’

(นักมวยคนนั้นครองสถิติชนะน็อคหลายครั้ง เขาจะต้องเป็นคู่ปรับที่น่ากลัว)

 

EX2:  ‘With six years in the business under her belt, Angella has skills in both the wholesale and retail side of the wine industry.

(ด้วยประสบการณ์ 6 ปีในธุรกิจ แองเจลล่ามีทักษะทั้งในด้านการขายส่งและขายปลีกของอุตสาหกรรมไวน์)

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->



Haters gonna hate

= ก็คนมันเกลียด / พวกที่เกลียดก็เกลียดอยู่วันยังค่ำ / ใครจะเกลียดก็เชิญ

ความหมาย:

Haters gonna hate (“คนมันจะเกลียด”) เป็นวลีที่สื่อความหมายว่า เวลาคนเราไม่ชอบขี้หน้าใครแล้วล่ะก็ เขาก็จะพาลเกลียดคน ๆ นั้นไปเสียทุกเรื่อง (เรียกได้ว่าทำอะไรก็ผิดไปหมด) และต่อให้คนผู้นั้นทำดีแค่ไหนก็ตาม เขาก็จะมองไม่เห็น แต่ถ้าเป็นเรื่องจับผิดนี่ถนัดนักเชียว (ประมาณว่า “ขนาดหายใจยังผิด” 55)

Haters gonna hate เป็นวลีดังที่พบบ่อย ๆ ในโลกออนไลน์ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ “คอนเทนท์ที่เกี่ยวกับศิลปิน” ทั้งหลายแหล่ (ซึ่งก็จะมีทั้ง “แฟนคลับ” และ “แฟนขับ”) โดยพวกหลังที่ฝรั่งเขาเรียกกันว่า haters นี้ก็คอยจ้องแต่จะรุมถล่ม ตามจิกกัดด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา เช่น เม้นเกรียน ๆ , ป่วนกระทู้, ปล่อยข่าวลือเสีย ๆ หาย ๆ เป็นต้น

ทีนี้ถ้าเขาเกรียนมา แล้วเราไปเกรียนตอบ บางครั้งมันก็กลายเป็นไปเข้าทางพวก haters เสียแทน! สำหรับแฟนขับบางคนต่อให้เราตอบโต้เขาด้วยเหตุผลที่ดีแค่ไหน ก็ไม่ได้ประโยชน์ เสียเวลาไปเปล่า ๆ สู้เรานิ่ง ๆ ไว้ เมินมันซะดีกว่า แล้วก็ตัดบทไปว่า ‘Haters Gonna Hate.’ (ใครจะเกลียด ก็ช่าง_ _ _!)

ตัวอย่าง:

A: Don’t give a shit! They hate you, they gonna hate everything about you. Don’t waste your time to fight back cuz they still gonna hate you if you win. (อย่าไปใส่ใจเลย! พวกนั้นเกลียดเธอ พวกเขาจะเกลียดทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอ อย่าไปเสียเวลาโต้ตอบเลย เพราะพวกนั้นก็ยังเกลียดเธออยู่ดีถ้าเธอเถียงชนะ)

B: ‘Totally agree, haters gonna hate!’

(เห็นด้วยสุด ๆ ก็คนมันจะเกลียดซะอย่าง!)

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

สงวนลิขสิทธิ์

– ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้

– ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน

แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ

หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต


สำนวนอังกฤษ 147


หนังสือ IDIOM & SLANG ทั้ง 2 เล่ม มีวางจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วไปแล้วนะครับ

เช่น ซีเอ็ด / B2S / ศูนย์หนังสือจุฬา / Double A Book Tower / นายอินทร์ / แพร่พิทยา / Kinokuniya

เพื่อนๆสามารถแวะไปชมและอุดหนุนกันได้นะครับ

(หรือสั่งซื้อโดยตรงกับ สนพ.ปัญญาชน)

 

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

 

Speak for itself

= อธิบายได้ด้วยตัวมันเอง / ชัดเจนในตัวมันเอง

= บ่งบอก / เป็นที่ประจักษ์ / เป็นเครื่องพิสูจน์

= สื่อสารด้วยผลงาน

 

ความหมาย:

Speak for itself หมายถึง สิ่งที่สามารถถ่ายทอดสื่อสารออกมาได้ด้วยตัวมันเอง หรือมีความชัดเจนแจ่มแจ้ง ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดหรือคำอธิบายใด ๆ ให้มากความ

ตัวอย่างหนึ่งที่เราจะพบได้บ่อย ๆ ก็คือในแวดวงศิลปะ ที่นิยมให้ผลงานสื่อสารตัวมันเองกับคนดู มากกว่าที่จะให้ศิลปินมาคุยโม้โอ้อวดว่าผลงานของตนมีดีอย่างนู้นอย่างนี้ (‘Let the art speak for itself!’ – ให้ศิลปะพูดด้วยตัวมันเองเถอะ!)

 

ตัวอย่าง:

Lionel Messi is probably the best soccer player in the world right now. His accomplishments speak for themselves.

(ลิโอเนล เมสซี่ คงจะเป็นผู้เล่นฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลก ณ ตอนนี้ ความสำเร็จของเขาเป็นที่ประจักษ์ชัด)

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

 


On your doorstep / At one’s door

= ใกล้ตัว / ใกล้ ๆ

= ถึงที่ / ถึงบ้าน

= อยู่ในความดูแล / อยู่ในความรับผิดชอบ

 

ความหมาย:

วลี On your doorstep ที่เปรียบเปรยกับการมายืนอยู่ถึงหน้าประตูบ้านนี้ หมายถึง

–                   ถึงที่, ถึงตัว, ถึงบ้าน, ถึงถิ่น

–                   ในบริเวณบ้านคุณ

–                   ใกล้ตัว / ใกล้บ้าน, ใกล้ที่ทำงาน

–                   อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ

 

สำหรับในความหมายสุดท้าย(อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ) มักจะมีคำกริยาที่ใช้ควบคู่กันอย่างเช่น lay, put  (หยิบยื่น, โบ้ยให้) และ arrive (มาถึงตัว) ยกตัวอย่าง…

‘They always lay their problems on my doorstep.’ (พวกเขาชอบโบ้ยปัญหามาให้ฉันตลอด)

 

ตัวอย่าง:

EX1:      ‘The eurozone crisis is ‘a ticking time bomb’ that lies at Turkey’s doorstep, according to a top economist, Daron Acemoglu.’

(วิกฤติยูโรโซนเป็นเหมือนระเบิดเวลาใกล้ตัวของตุรกี จากทัศนะของนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ ดารอน อัดเจมอกลู)

 

EX2:      ‘Local Authorities need to recognise the problem is on their doorstep.’

                (เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องตระหนักว่าปัญหาอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของตน)

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

 


H.A.M.

= แข็งสุดๆ / หินสุดๆ

= เคี่ยว / โหด

= เอาจริง / จัดหนัก

 

ความหมายและที่มา:

h.a.m. ในที่นี้ย่อมาจาก ‘hard as a motherf**ker’ ซึ่งเป็นภาษาสแลงของฝรั่งวัยโจ๋ (แบบดิบ ๆ หน่อย ไม่ค่อยสุภาพ)

1) ความหมายของมันจะเน้นที่คำว่า ‘hard’ เป็นหลัก (‘แข็ง / หนัก / ยาก / รุนแรง’)

2) ส่วน as a motherf**ker นั้นทำหน้าที่เป็นคำขยาย (motherf**ker ในภาษาสแลงที่ฝรั่งใช้กันนั้น ไม่จำเป็นจะต้องแปลตรงตัวเสมอไป ในที่นี่เราอาจจะแปลได้ว่า “สุดๆ / โคตรๆ / เชี่ยๆ”)

3) พอมารวมกันแล้ว ‘hard as a motherf**ker’ ก็สามารถจะแปลความหมายได้ทำนองว่า

– แข็งจริงๆ  /  หินสุดๆ  /  ยากโคตรๆ  /  เคี่ยวชิบ  /  โหดสัส  /  ฯลฯ

 

เดี๋ยวนี้จิ๊กโก๋ฝรั่ง(โดยเฉพาะวัยรุ่นผิวสี) เขาจะนิยมใช้วลี go ham (ย่อมาจาก go hard as a motherf**ker) กัน ซึ่งผู้ให้กำเนิดวลี go ham นี้ก็คือพวกศิลปินฮิพฮ็อพนั่นเอง ดังจะเห็นได้จากในเพลง ‘I go ham’

พอเราพูดว่า ‘I go ham.’ (ไอ โก แฮม) ก็จะได้ความหมายทำนองว่า “ชั้นเอาจริงนะเว้ย” / “ชั้นจัดหนักแน่” / “ชั้นไม่ออมมือ”

 

และในเกมกีฬาหรือการแข่งขันต่าง ๆ ถ้าใครคนไหน go ham นั่นเท่ากับหมอนั่นกำลังท็อปฟอร์ม ไร้เทียมทานสุดๆ เช่น

‘Vikings running back Adrian Peterson going ham.’

(รันนิ่งแบ็คทีมไวกิ้ง เอเดรียน พีเทอร์สัน กำลังฟอร์มดุ)

 

ทิ้งท้ายด้วยเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอีกอย่างหนึ่งของคำว่า ham…

ด้วยความบังเอิญ ในวงการบันเทิงเขาก็มีคำว่า ham เหมือนกัน แต่มันจะสื่อความหมายในเชิงลบ โดย ham actor หมายถึง นักแสดงที่เล่นไม่ได้เรื่อง เล่นไม่เป็นธรรมชาติ ชอบโอเวอร์แอ็คติ้ง (แต่ที่มาของ ham actor นั้นมันคนละเรื่องเดียวกันเลย โดยเป็นคำเก่าที่ย่อมาจาก hamfatter นั่นเอง)

 

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

 

 

Blow your socks off

= ทำให้อึ้ง / ทำให้ตะลึง / ทำให้เคลิบเคลิ้ม

 

คำเหมือน (Syn):

–                   Knock your socks off

 

ความหมายและที่มา:

Blow your socks off เป็นสแลงที่ใช้เมื่อมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาทำให้คุณทึ่ง, ประหลาดใจ, ประทับใจอย่างแรง หรือมันทำให้คุณรู้สึกดีจนเคลิบเคลิ้ม

 

หลายคนคงจะงงว่าแล้วไอ้เจ้า “ถุงเท้าหลุด” เนี่ย…มันมาเกี่ยวกับอารมณ์เซอร์ไพรส์สุดติ่งได้อย่างไร???

 

เรื่องมันมีที่มาครับ แต่คงต้องฟังหูไว้หูหน่อยนิ อิอิ >>>

–                   เรื่องแรก ฝรั่งเขาสันนิษฐานว่าสำนวนนี้มีที่มาจากการ “ดวลกำปั้น” ซึ่งบางครั้งคู่ต่อสู้ก็ต่อยกันดุเดือดเสียจนอีกฝ่ายล้มกระเด็น รองเท้าถุงเท้าหลุดลุ่ย (นอกจากนี้คำว่า sock มีรากศัพท์มาจากคำในภาษาละติน ‘soccus’ ที่แปลว่า รองเท้าสาน/รองเท้าแตะ)

 

–                   เรื่องที่สอง เรื่องนี้ติดเรทนิดหน่อย กล่าวคือ… วงการหนังโป๊ฝรั่งในยุค 40-50 ซึ่งถ่ายทำกันแบบบ้าน ๆ เงียบ ๆ (เงียบจริง ๆ เพราะส่วนใหญ่เป็นหนังเงียบ ฮ่าๆ) และผลิตเอาไว้สำหรับฉายดูเฉพาะกลุ่ม(หนุ่มโฉด) มันมีเอกลักษณ์ที่แสนพิลึกกึกกือนั่นคือ “นักแสดงชายในเรื่องนอกจากจะสวมหน้ากากหรือใส่แว่นอำพรางหน้าตาแล้ว… พวกเขามักจะชอบสวมถุงเท้าในระหว่างเข้าพระเข้านางด้วย!” (สันนิษฐานว่าเนื่องจากความอาย โดยส่วนใหญ่พวกหนุ่ม ๆ เหล่านี้มักจะเป็นดาราสมัครเล่นและมีอาการเขินกล้อง) และเพราะว่ามันยากที่จะเกลี้ยกล่อมให้หนุ่ม ๆ นักแสดงยอมถอดถุงเท้าตอนเข้ากล้อง จนในที่สุดมันก็เลยกลายมาเป็นมุกอำทำนองว่า… ถ้าหนังเรื่องไหนร้อนแรงจนทำให้คุณอึ้ง-ทึ่ง-เสียว-ครางฮือ! นั่นแสดงว่า “มันมีทีเด็ดเสียจนทำให้คุณถึงกับถุงเท้าหลุดได้!” (Knock your socks off!)

 

ตัวอย่าง:

‘Unless you’ve been living under a rock, you’ve heard about Susan Boyle’s knockyoursocksoff performance on Britain’s Got Talent.

(ถ้าหากว่าคุณไม่ได้อยู่หลังเขาล่ะก็ คุณจะต้องได้ยินเกี่ยวกับการแสดงที่น่าประทับใจของ ซูซาน บอยล์ ในรายการ บริเทนส์ ก็อท ทาเล็นท์)

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

 

สงวนลิขสิทธิ์

– ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้

– ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน

แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ

หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต


สำนวนอังกฤษ 145


หนังสือ IDIOM & SLANG เล่ม 2 (สำนวนสนุก สแลงสนาน) มีวางจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วไปแล้วนะครับ

เช่น ซีเอ็ด / B2S / ศูนย์หนังสือจุฬา / Double A Book Tower / นายอินทร์ / แพร่พิทยา / Kinokuniya

เพื่อนๆสามารถแวะไปชมและอุดหนุนกันได้นะครับ

(หรือสั่งซื้อโดยตรงกับ สนพ.ปัญญาชน)

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->


weaksauce

= อ่อน / จืด / ไม่ไหว

= เห่ย / ห่วย / กระจอก

 

ความหมาย:

–                   อ่อนแอ / อ่อนหัด / กระจอกงอกง่อย

–                   เห่ย / ห่วยแตก / ไม่ได้เรื่อง / ไม่สำคัญ

–                   จืดชืด / เชย

               

ที่มา:

Weak sauce เป็นสแลงที่เปรียบเทียบกับซอสเผ็ดน้อย (mild) ของร้านอาหารชื่อดัง Taco Bell ซึ่งเมื่อเทียบกับซอสรสอื่น ๆ แล้ว มันกลายเป็นซอสที่น่าผิดหวัง ไร้ซึ่งความเผ็ดร้อนจัดจ้าน (หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ “จืดสนิท” นั่นแหละ)

ตัวอย่าง:

“That movie was weaksauce, I want my money back!”

(หนังเรื่องนั้นไม่ได้เรื่องเลย ฉันอยากได้เงินคืน!)

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

It takes one to know one

= ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง

= โจรย่อมรู้สันดานโจร / ผีเห็นผี

= ก็พอๆกันนั่นแหละ

ความหมาย:

–                   คนที่เอ่ยปากวิพากษ์วิจารณ์ ก็ทำผิดเหมือนๆกัน หรือไม่ได้ดีเด่ไปกว่า คนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์

–                   คนที่มีนิสัย(สันดาน)เหมือนๆกันเท่านั้น ถึงจะรู้นิสัย หรือรู้เท่าทัน คนประเภทเดียวกันได้

นอกจากนี้ยังมีอีกสำนวนหนึ่งที่มีความหมายใกล้เคียงกัน นั้นคือ It takes a thief to catch a thief. (ใช้โจรจับโจร)

ตัวอย่าง:

“You say he’s a playboy? It takes one to know one!

(นายบอกว่าหมอนั่นเป็นเพลย์บอยเหรอ? ใครจะไปรู้จักโจรดีเท่าโจร!)

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->


Pull one’s punch  

= ออมมือ / เพลามือ / กั๊ก

= อ่อนข้อ / ยั้งมือ / ประนีประนอม

= ยั้งปาก / อ้อมค้อม / ถนอมน้ำใจ

ความหมายและที่มา:

Pull one’s punch มาจากวงการมวย หมายถึง การต่อยแบบออมมือ ออกหมัดไม่เต็มแรง เพื่อให้อีกฝ่ายชนะ (พูดง่าย ๆ ก็คือ “การล้มมวย” นั่นเอง)

ทีนี้เมื่อนำมาใช้เป็นสำนวน มันหมายความว่า

–                   การออมมือให้

–                   การยอมอ่อนข้อ อะลุ้มอล่วย ประนีประนอม

–                   การยั้งปาก วิจารณ์แต่พอดี (หรือพูดอ้อม ๆ ซอฟต์ ๆ เพื่อถนอมน้ำใจอีกฝ่าย)

ตรงกันข้าม ถ้าเป็นสำนวน pull no punch ล่ะก็ มันจะหมายถึง ใส่ไม่ยั้ง หรือพูดกันตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม (จัดเต็มและจะแจ้งกันไปเลยงานนี้!)

ตัวอย่าง:

EX1:      “She didn’t want to hurt your feeling, so she pulled her punches.”

(เธอไม่อยากทำร้ายความรู้สึกนาย เธอก็เลยพูดถนอมน้ำใจ)


EX2:      “Razorlight pull no punches by announcing their next album will be dreadful.”

(วงเรเซอร์ไลท์ ไม่ประนีประนอม ประกาศกร้าวว่าอัลบั้มหน้าจะต้องจัดหนัก)

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

Go down the tubes

= ตกต่ำ / ดิ่งลงเหว

= เสื่อมถอย / เสื่อมคลาย

= ตกกระป๋อง / ตกอับ

= ล้มเหลว / เจ๊ง / หดหาย

ความหมายและที่มา:

Go down the tubes เป็นสำนวนที่สื่อความหมายในเชิงลบ ได้แก่ ล้มเหลว, ย่ำแย่, เสื่อมถอย และสูญสิ้น (สมมติว่าถ้าใช้ ‘go down the tubes’ กับแผนการ = แผนการล้มเหลว ไม่ได้ดั่งใจ / หรือถ้าใช้กับความรัก = ความรักเสื่อมคลาย แตกหักเลิกรา)

สำนวน go down the tube มีที่มาเหมือนกับ go down the drain โดยมันอุปมากับสิ่งที่ถูกชะล้างไหลดิ่งลงท่อน้ำทิ้งไปพร้อม ๆ กับสิ่งเหลือเดนที่ไม่มีใครต้องการ

ตัวอย่าง:

American TV went down the tubes with the over abundance of reality TV.

(วงการทีวีในอเมริกาตกต่ำอย่างแรงด้วยสภาพล้นตลาดของรายการแนวเรียลลิตี้)

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

สงวนลิขสิทธิ์

– ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้

– ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน

แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ

หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->


สำนวนอังกฤษ 144


หนังสือ IDIOM & SLANG เล่ม 2 (สำนวนสนุก สแลงสนาน) มีวางจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วไปแล้วนะครับ

เช่น ซีเอ็ด / B2S / ศูนย์หนังสือจุฬา / Double A Book Tower / นายอินทร์ / แพร่พิทยา / Kinokuniya

เพื่อนๆสามารถแวะไปชมและอุดหนุนกันได้นะครับ

(หรือสั่งซื้อโดยตรงกับ สนพ.ปัญญาชน)

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

Take one for the team

= เสียสละ / อุทิศตน / พลีชีพ

ความหมายและที่มา:

Take one for the team หมายถึง การยอมเสียสละเพื่อส่วนรวม เพื่อเพื่อน เพื่อทีม (เช่น คุณอาจจะยอมเจ็บตัว ยอมโดนด่า ยอมเสียหน้า ยอมลำบาก ฯลฯ เพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม)

ที่มาของสำนวนนี้มาจากวงการกีฬา(โดยเฉพาะเบสบอล) ที่บางครั้งผู้เล่นยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อให้ทีมของตนเป็นฝ่ายได้เปรียบ (ในกีฬาเบสบอล บางครั้งแบตเตอร์หรือผู้ตียอมเอาตัวบังบอล เพื่อที่จะได้เลื่อนขึ้นไป 1 เบส และสร้างโอกาสในการผลักดันเกม)

สำหรับวัยรุ่นมะกัน บางครั้งพวกเขาจะใช้ take one for the team แบบฮาๆ ตัวอย่างเช่น ก๊วนเพื่อนหนุ่มๆ ยกพลไปหลีสาวๆ ที่มากันเป็นโขยง แล้วหนึ่งหนุ่มยอมเสียสละพลีชีพจีบสาวอ้วนดำ เพื่อให้ไอ้เกลอหนุ่มๆ ได้ลุ้นจีบสาวสวยที่เหลือ (“He’s taking one for the team!” – เขายอมพลีชีพเพื่อเพื่อน!)

 

ตัวอย่าง:

–   “Jenny often stays late at work. She’s taking one for the team.”

(เจนนี่มักจะอยู่ทำงานจนดึกดื่น เธออุทิศตนเพื่อองค์กร)

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

Right on the money

= ถูกต้อง / ถูกเผง / ตรงเป๊ะ / แม่นเหมือนจับวาง

ความหมายและที่มา:

Right on the money หมายถึง ถูกต้อง, แม่นยำ

สำหรับที่มาของมันนั้นมีอยู่ 2-3 กระแส ได้แก่

–                   เรื่องแรก นักธนูในอดีตมีการแข่งขันชิงรางวัล โดยจะมีการนำเหรียญกษาปณ์ไปติดไว้ตรงกลางเป้า และนักแม่นธนูรายใดที่ยิงลูกศรเข้าใกล้เหรียญมากที่สุด ก็จะได้เหรียญนั้นไปครอง

–                   เรื่องที่สอง ก็เกี่ยวข้องกับเป้าอีกแล้ว โดยในกีฬาปาเป้า/ยิงธนูนั้น ฝรั่งเขาจะมีศัพท์เฉพาะไว้เรียกเป้าตรงกลางว่า bull’s eye (และไอ้เจ้าคำว่า bull’s eye นี้ ชาวอังกฤษก็เคยใช้เรียกแทนเหรียญ 1 คราวน์มาก่อน)

–                   เรื่องที่สาม ตีความกันซื่อๆ โดยเขาว่ากันว่ามันเป็นศัพท์จากวงการพนันม้า ประมาณว่า right on the money = แทงถูก” นั่นเอง

ตัวอย่าง:

EX1:      “You said that they would betray us, you were right on the money.”

(นายพูดว่าพวกเค้าจะหักหลังเรา ตรงอย่างที่นายว่าไว้ไม่มีผิดเลย)


EX2:      “The winger’s crossing was right on the money.”

(การเปิดบอลของปีกแม่นเหมือนจับวาง)

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

Make a dent in

= กระเตื้อง / คืบหน้า / ก้าวหน้า

= ยุบ / พร่อง / ร่อยหรอ

= มีผลกระทบ / ส่งผลกระทบ / จุดประกาย / สร้างจุดเปลี่ยน

ความหมาย:

Make a dent in เป็นสำนวนที่แปลความได้หลักๆ 3 แบบ ได้แก่

1)            กระเตื้อง / คืบหน้าอย่างช้าๆ

2)            ยุบ / พร่อง

3)            มีผลกระทบ

Make a dent แปลตรงตัวว่า “สร้างรอยยุบ / ทำให้บุบ / กระทุ้ง” เมื่อนำมาใช้เป็นสำนวน มันมักจะถูกใช้ในประโยคเชิงลบคู่กับคำว่า only หรือ hardly หรือ barely เพื่อสื่อว่า… งานคืบหน้าไปแบบเชื่องช้า(กระเตื้อง) หรือแทบไม่คืบหน้าเลย ตัวอย่างเช่น

EX1:     ‘They worked all day and only made a dent in their report.’

                        (พวกเขาทำงานมาทั้งวัน และรายงานเพิ่งจะกระเตื้องนิดหน่อย)

 

อีก 1 รูปแบบการใช้ที่ค่อนข้างตรงตัว จะสื่อความหมายถึง การพร่อง / ลดทอน / ร่อยหรอ ตัวอย่างเช่น

EX2:     ‘The home repairs after flooding will make a big dent in our savings.’

                        (การซ่อมบ้านหลังน้ำท่วมจะทำให้เงินออมของเราร่อยหรอลงไปเยอะ)

 

และสำหรับการใช้รูปแบบสุดท้าย มันสื่อถึงสิ่งที่มีผลกระทบ กระตุ้น หรือบันดาลจุดเปลี่ยนในวงกว้าง (อุปมาการ ‘กระแทกกระทุ้ง’ = การสร้าง ‘ความกระทบกระเทือน’)

EX3:     ‘Agriculture in Afghanistan needs to grow at a minimum of 5 percent a year over the next decade for the country to make a dent in rural poverty and attain food security.

(การเกษตรกรรมในประเทศอัฟกานิสถานจะต้องมีอัตราการเติบโตปีละอย่างน้อย 5 เปอร์เซ็นต์ในทศวรรษหน้า เพื่อผลักดันการแก้ปัญหาความยากจนในชนบท และสร้างความมั่นคงทางอาหาร)

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

It is what it is

= ก็มันเป็นอย่างนั้น / มันก็เป็นอย่างนี้แหละ / มันเป็นเช่นนั้นเอง

= ก็ต้องเป็นไปตามนั้น / เป็นแบบนั้นอยู่วันยังค่ำ

= ‘ก็มันเป็นงี้อ่ะ จะให้ทำไงได้’

ความหมาย:

It is what it is (“มันเป็นอย่างที่มันเป็น”) เป็นวลีดังที่ฝรั่งนิยมใช้กันมาก มันเป็นคำพูดที่ออกจะกำกวมและยียวน (ตอบเหมือนไม่ได้ตอบ) และมักจะถูกใช้ในสถานการณ์เหล่านี้

–                   ตอบแบบอ้อมแอ้ม ไม่เต็มใจตอบ

–                   ตอบแบบไม่รู้จะตอบอะไร

–                   ตอบแบบไม่อยากเปิดเผยรายละเอียด

–                   หรือพูดไปเพราะปลดปลง ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรกับสิ่งที่เป็นอยู่ได้ (ช่างมัน!)

วลีนี้เริ่มเป็นที่นิยมในสหรัฐ เมื่อนักการเมืองชื่อดัง Al Gore ใช้มันในการแสดงความคิดเห็นเมื่อปี ค.ศ. 2002 ดังนี้…

I strongly disagreed with the Supreme Court decision and the way in which they interpreted and applied the law. But I respect the rule of law, so it is what it is.”

(ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคำตัดสินของศาลสูงสุด รวมทั้งแนวทางที่พวกเขาตีความและใช้กฎหมาย แต่ผมเคารพในหลักนิติรัฐ เราก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามนั้น)

 

ตัวอย่าง:

A: “Why my idiom book doesn’t sell like gossip magazine?”

(ทำไมหนังสือสำนวนของฉันถึงไม่ขายดีแบบนิตยสารกอสซิปมั่งนะ?)

B: “Well, it is what it is.

(ทำใจ มันก็อย่างนี้แหละโยม)

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

สงวนลิขสิทธิ์

– ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้

– ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน

แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ

หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->


สำนวนอังกฤษ 143


#PowerUp #English
#พูดอังกฤษติดสำนวน

หนังสือ IDIOM เล่มใหม่ออกแล้วนะครับ กับสำนักพิมพ์ SE-ED Smart Language ในชื่อว่า…
“POWER UP Your English – พูดอังกฤษติดสำนวนให้ฟังเริ่ด!”

เพื่อน ๆ นักอ่านสามารถหาซื้อหนังสือ POWER UP ได้ที่
– ร้านหนังสือ SE-ED ทุกสาขา
– ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป
– สั่งซื้อ ONLINE ผ่านเว็บไซต์ SE-ED

4BLOG

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

Separate the men from the boys / Separate the sheep from the goats

= พิสูจน์ว่าใครคือตัวจริง

= ตัวจริงตัวปลอม / แยกตัวจริงออกจากตัวปลอม

ความหมายและที่มา:

การจำแนกแยกแยะว่าใครคือตัวจริง(ผู้ที่เก่งจริง มีฝีมือจริง) หรือใครที่เก๋าจริง (มีประสบการณ์/วุฒิภาวะเหนือกว่า)

ที่มาดั้งเดิมของสำนวนนี้ มาจากในพระคัมภีร์ไบเบิล (มัทธิว 25:32) ที่กล่าวถึงวันพิพากษาหลังสิ้นโลก ซึ่งพระเยซูจะทรงแยกคนดีออกจากคนชั่ว มีใจความว่า…

 “And all nations shall be gathered together before him, and he shall separate them one from another, as the shepherd separateth the sheep from the goats.” (บรรดาประชาชาติต่างๆจะประชุมพร้อมกันต่อพระพักตร์พระองค์ และพระองค์จะทรงแยกมนุษย์ทั้งหลายออกเป็นสองพวก เหมือนอย่างผู้เลี้ยงแกะจะแยกแกะออกจากแพะ)

ตัวอย่าง:

‘Working in a crisis like this really separates the men from the boys.’

(การทำงานในภาวะวิกฤติเช่นนี้เป็นบทพิสูจน์ว่าใครคือของจริง)

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->


Team up

= จับคู่ / แท็คทีม / ประสาน / รวมหัว / ร่วมงาน

ความหมาย:

Team up หมายถึง การจับคู่ ร่วมมือกันทำงาน หรือทำอะไรสนุกๆ เจ๋งๆ ด้วยกัน

ถ้าเราพบคำว่า team up ตามข่าวทั่วไป มันมักจะหมายถึง การร่วมงานร่วมโปรเจ็คของสองยักษ์ใหญ่ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มองค์กร หรือศิลปิน ที่สร้างความตื่นตะลึงให้แก่วงการ

ตัวอย่าง:

– ‘A pair of martial arts icons, Donnie Yen And Jackie Chan teaming up For ULTIMATE CODEBREAK.’

 (คู่พระกาฬแห่งวงการหนังบู๊ ดอนนี่ เยน และ เฉินหลง จับคู่ประชันบทบาทในหนังเรื่อง อัลติเมท โค้ดเบรก)

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

Feel it in my bones

= สังหรณ์ใจ / มีลางสังหรณ์

= มั่นอกมั่นใจ / สัมผัสได้ / หยั่งรู้

ความหมาย:

“Feel it in my bones (รู้สึกลึกลงไปถึงกระดูก)” หมายถึง รู้สึกมั่นใจว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นหรือจะเป็นจริง แม้ว่ายังไม่มีหลักฐานหรือข้อพิสูจน์ใดๆก็ตาม เป็นการรู้ล่วงหน้าได้ด้วยสัญชาตญาณ

ตัวอย่าง:

I think this song is going to be a big hit. I can feel it in my bones.’

 (ฉันคิดว่าเพลงนี้จะต้องดังระเบิด ฉันมั่นอกมั่นใจ)

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

Get away from it all

= หลีกหนีความจำเจ / หลีกหนีความวุ่นวาย / เปลี่ยนบรรยากาศ

= ปลีกวิเวก / หลบไปพัก / หลบลี้หนีหน้า

ความหมาย:

–                   หลีกหนีจากชีวิตประจำวันที่ซ้ำซากจำเจ ไปยังที่ที่แปลกใหม่ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ

–                    การเดินทางไปพักผ่อน หลีกหนีจากความวุ่นวาย ให้เวลาสงบๆกับตัวเอง

–                   หลีกหนีปัญหา ตัดขาดจากโลกภายนอก

ตัวอย่าง:

– I’m tired of the city life. I want to get away from it all.

 (ฉันเบื่อหน่ายชีวิตในเมือง ฉันอยากจะหนีไปอยู่หลังเขา)

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

สงวนลิขสิทธิ์

– ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้

– ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน

แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ

หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต