Just another WordPress.com site

นิทานกู (Tales Ku)

มีเธออยู่ในส่วนลึก



บ่ายแก่ๆ วันหนึ่ง บนถนนหลวงในชนบทที่ร่มรื่น

การจราจรในเส้นเข้าเมืองสะดุดเล็กน้อย เนื่องจากมีการตั้งด่านตรวจ

รถที่จ่อคิวต่อไป เป็นรถเก๋งรุ่นกลางเก่ากลางใหม่ ข้างในมีหนุ่มสาวนั่งคู่มาด้วยกัน ทั้งคู่ใส่แว่นกันแดด

คุณตำรวจตรวจดูแล้วไม่พบพิรุธอันใด จึงกล่าวขอบคุณและปล่อยรถคันนั้นไป

“แหม ขยันกันจังเลย ว่าแต่ไม่รู้เค้าตรวจจับอะไรกันเนอะ ริน?”

ฤทธิ์ ชายเจ้าของรถถามแฟนสาว แต่เธอนิ่งเฉย ไม่โต้ตอบ

“ว้า สงสัยจะหลับ… ทีตอนขามางี้ ปากไม่ว่างเลย เถียงชั้นฉอดๆ”

ฤทธิ์แซวแฟนสาวที่กำลังหลับอยู่ เขายื่นมือซ้ายไปลูบหัวเธอเบาๆ ก่อนจะขยับมือมาเปิดเพลงบนหน้าปัด แล้วเพลง Strawberry Fields Forever ของวงเดอะบีเทิลส์ ก็ค่อยๆ ดังแว่วขึ้นมา…

= = = = = = = = = =

ย้อนกลับไปไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น…

ฤทธิ์กับรินยังอยู่ที่บ้านบนเนินเขา บ้านเกิดของฤทธิ์ที่รินพึ่งได้มาเยือนเป็นครั้งแรก

สำหรับแขกเรือนอย่างรินแล้ว มันน่าประทับใจไม่น้อย เพราะนี่เป็นบ้านสวนที่งดงามและร่มรื่น ตัวบ้าน 2 ชั้นขนาดใหญ่กำลังดี ทาสีสวยสด บริเวณบ้านกว้างขวาง มีสระน้ำและสวนที่ได้รับการดูแลตกแต่งอย่างดีโดย “ลุงอาจ” คนสวนคู่บ้านวัยชรา

แต่ในขณะเดียวกันเธอก็คิดว่าบ้านหลังนี้ดูวิเวกวังเวงชอบกล นอกจากเธอ แฟนหนุ่ม และคนสวนแล้ว ก็ไม่มีใครอื่นอีกเลย แถมยังไม่มีบ้านใกล้เรือนเคียงอีกต่างหาก กว่าจะออกไปเจอบ้านคนก็ต้องเดินหรือขับรถไปเป็นกิโล

รินนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น เธอแหงนมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นฤทธิ์กำลังคุยกับลุงอาจอย่างสนิทสนมอยู่ใกล้ๆ กับแปลงต้นไม้ที่มีต้นไม้สูงใหญ่ลดหลั่นกันไปเหมือนกับนักเรียนที่ยืนเรียงแถวตามลำดับไหล่

รินพอจะรู้อยู่ก่อนแล้วว่าพ่อยอดขมองอิ่มของเธอนั้นโปรดปรานต้นไม้แค่ไหน สังเกตได้จากตอนแวะเวียนไปบ้านของพ่อหนุ่มในเมืองกรุง ซึ่งมีพืชพรรณนานาชนิดเท่าที่พื้นที่จะอำนวย โดยเฉพาะพวกไม้กระถาง แถมพ่อหนุ่มยังทำตัวเป็นชาวนาเมือง ทำเพิงเพาะเห็ดเล็กๆ อีกต่างหาก

ระหว่างนั่งรออยู่ในบ้าน รินแก้เซ็งด้วยการสำรวจตรวจตราสิ่งของในห้อง เธอเจอสมุดภาพการ์ตูนเล่มหนึ่งวางอยู่บนชั้น พอหยิบมาเปิดดูแล้วก็มีรูปถ่ายร่วงผล็อยลงบนพื้น แต่ยังไม่ทันจะหยิบดู ฤทธิ์ก็เปิดประตูเข้ามาพอดี

“อยู่คนเดียว เหงามั้ยริน?” ฤทธิ์เอ่ยถาม

“ไม่หรอก สบายๆ น่ะ” รินยิ้มตอบ

“หิวรึยัง? ป่ะ เดี๋ยวจะพาไปกินของอร่อยๆ กัน!” ฤทธิ์ชักชวน

= = = = = = = = = =

ตอนพลบค่ำ คู่รักหนุ่มสาวไปกินร้านอาหารริมแม่น้ำ บรรยากาศเป็นไปด้วยดี

รินที่กำลังครึ้มๆ ก็นึกสนุกเอ่ยถามความหลังในวัยเยาว์ของฤทธิ์

“นี่ ฤทธิ์ แฟนคนแรกของเธออยู่ที่นี่ป่ะ?”

“เอ… เรื่องนั้นชั้นก็จำไม่ค่อยได้เลย” ฤทธิ์นิ่งคิดก่อนจะตอบออกมา

“โทษที ชั้นลืมนึกไปว่าเธอเป็นโรคคนแก่ อัลไซเมอร์ หึหึ” รินหยอกเย้า

“เดี๋ยวเถอะหล่อน บังอาจมาล้อเล่นกับความทรงจำชั้นเรอะ! เดี๋ยวคืนนี้จะโดน!

ชั้นมันพวกความจำสั้น แต่รักฉันสั้นเต่อ” ฤทธิ์สัพยอกกลับ

“ฮ่าๆ ตาบ้า เออ… แล้วตอนเด็กๆ เธอเคยมีเพื่อนสนิทกะเค้ามั่งมั้ย?” รินถามด้วยแววตากระตือรือร้น

“มีอยู่คนชื่อไอ้กานต์ ซี้ย่ำปึ้กเลย” ฤทธิ์ตอบ

“ว้าว คนไม่มีเพื่อนคบอย่างเธอ มีเพื่อนสนิทกับเค้าด้วยเหรอเนี่ย?

นายกานต์นั่นคงจะโชคร้ายน่าดู”  รินกวน

“เดี๋ยวปั๊ด! แต่จะว่าไปก็จริง

ตอนเด็กชั้นก็สนิทอยู่กับมันคนเดียวนั่นแหละ ทั้งๆ ที่มันชอบแกล้งชั้นจะตาย” ฤทธิ์สาธยาย

 

“แล้วตอนนี้นายกานต์จะเป็นยังไงมั่งน้อ? เธอได้ติดต่อเค้ามั่งมั้ย?” รินถาม

“นั่นสิ ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ๆ มันก็หายหัวไปเลย ชั้นก็ยัง…”

ฤทธิ์ตอบยังไม่ทันจบ ก็พลันมีสายเข้าในมือถือของริน

 

“เดี๋ยวมานะ..”

รินพูดกระซิบกระซาบ ก่อนจะลุกไปคุยโทรศัพท์ ส่วนฤทธิ์นั่งหน้ามุ่ย ท่าทางไม่สบอารมณ์

บรรยากาศเริ่มมาคุ

= = = = = = = = = =

หลังจบมื้อค่ำ ฟ้าฝนเริ่มตั้งเค้า เสียงฟ้าร้องครืนๆ ดังมาเป็นระยะ

ฤทธิ์ขับรถพารินกลับบ้าน

เขาแกล้งขับรถกระตุกกระชาก จนรินตัวโคลงเคลง และกล่าวผรุสวาท

“นี่ ขับรถให้มันดีๆ หน่อยได้มั้ย?”

 

“ไหนว่าจบแล้วไง? ทำไมมันยังโทรมาอีก?”

ฤทธิ์ถามเสียงแข็ง ถ้ามองจากกระจกส่องหลัง ก็จะเห็นสายตาที่อาฆาตมาดร้าย

 

“ขอเถอะ นี่มันเรื่องของชั้น เธอก็ส่วนเธอ เค้าก็ส่วนเค้า ไม่เกี่ยวกัน” รินตอบแบบหงุดหงิด

“ลงไปเลยไป!”

ฤทธิ์จอดรถ พร้อมกับตะคอกใส่ริน

เขาผลักไสเธอลงจากรถ ฤทธิ์ทิ้งรินไว้กลางทาง ปล่อยให้เธอยืนอึ้ง ร้องห่มร้องไห้อยู่บนถนนเปลี่ยว

= = = = = = = = = =

ตัดกลับมาที่บ้านสวนของฤทธิ์

ฝนตกโปรยปราย

ฤทธิ์กำลังนั่งโอบต้นไม้ใหญ่ในแปลง โดยมีลุงอาจยืนถือร่มกันฝนให้

ฤทธิ์ร้องไห้ ระบายความรู้สึก ราวกับว่าเขากำลังพร่ำพรรณนากับต้นไม้

“ทำไม? ทำไมต้องทำกันแบบนี้ด้วย?”

 

ทันใดนั้นที่ประตูทางเข้าก็ปรากฏสาวร่างเปียกโชก ผมยาวปรกหน้า กำลังยืนเคาะประตู

 

“ลุงอาจ ช่วยจัดการด้วย”

ฤทธิ์สั่งคนสวน ก่อนจะเดินบ่ายหน้าหนีเข้าบ้าน

ส่วนลุงอาจถือร่มเดินไปรับรินที่ดูท่าทางขวัญผวา และร้องไห้กระซิกๆ เข้าบ้าน

= = = = = = = = = =

ในบ้านยามดึก…

ท่ามกลางเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงๆ รินข่มตานอนอยู่คนเดียวในห้องด้านขวา ที่เคยเป็นห้องนอนเก่าของพ่อแม่ฤทธิ์มาก่อน

ขณะที่ฤทธิ์ปลีกวิเวกอยู่ในห้องของตัวเอง

เขาเครียดจนนอนไม่หลับ เลยลุกขึ้นไปหยิบรูปแม่ที่หัวนอนขึ้นมาดู พลางนึกถึงอดีต…

พ่อของฤทธิ์ตายตั้งแต่เค้ายังเล็กๆ จำความไม่ได้

แต่เขาโชคดีที่ได้แม่ดูแลอย่างรักใคร่ทะนุถนอม

โชคร้ายก็ตรงที่แม่ผู้ที่เขารักใครพันผูกเป็นพิเศษนั้น เผอิญป่วยหนักตอนที่เขาอยู่ในวัยเบญจเพส 15-16

แม่ซึ่งเป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ของเขากำลังจะจากไป…

ฤทธิ์หวนนึกถึงภาพตอนที่แม่นอนซมอยู่บนเตียงให้น้ำเกลือ โดยมีพยาบาลดูแลอยู่ที่บ้าน

เขากำลังยืนอยู่ข้างเตียง และแม่พูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาและอิดโรยว่า

“แม่ทรมาน อย่ายื้อไว้เลย…”

 

= = = = = = = = = =

ตัดกลับไปที่ห้องของริน ซึ่งกำลังอยู่ในห้วงฝัน…

มันเหมือนกับว่าเธอกำลังรีสตาร์ทกลับไปตอนที่ฤทธิ์ปล่อยเธอลงจากรถใหม่ๆ

แต่เที่ยวนี้ต่างจากเดิมตรงที่บรรยากาศรอบตัวดูหลอน พิลึก และน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม

เธอกำลังวิ่งหนีเงามืดเป็นฝูงที่ตามกลุ้มรุมเธอ

ขณะที่รถของฤทธิ์นั้นก็วิ่งวนไปมาในฉากครั้งแล้วครั้งเล่า โดยไม่มีทีท่าว่าจะจอดรับ

จนกระทั่งเธอมายืนหอบแฮ่กๆ อยู่หน้าบ้าน โดยมีลุงอาจมายืนรอรับนั่นแหละ เงามืดเหล่านั้นถึงได้หายไป

ลุงอาจที่ดูถมึงทึงกว่าปกติ ถือตะเกียงนำทางเธอเข้าบ้านที่มืดสนิท

จากระยะไกล เธอเห็นฤทธิ์จ้องลงมาจากหน้าต่างชั้นบน หัวเราะเยาะด้วยสายตาอำมหิต

ลมพัดกรรโชกจนทำให้ต้นไม้โอนเอน ใบไม้ปลิวว่อน ส่งเสียงโหยหวนดังหวือๆๆ

แล้วจู่ๆ ระหว่างที่เดินตัวสั่นเข้าสู่ตัวบ้านนั้น เธอก็พลัดตกลงไปในหลุมลึกยาวใหญ่

ราวกับว่าลุงอาจจงใจแกล้งพาเธอมาติดกับดัก

รินร้องไห้โวยวายยกใหญ่ ตะโกนเรียกให้คนช่วย

แล้วระหว่างที่เธอแหงนมองขึ้นไปข้างบนนั้น ก็พลันปรากฏร่างลึกลับเป็นโขยงจ้องลงมา

ที่เธอเห็นจะแจ้งก็คือ 1 ในนั้นเป็นหญิงวัยกลางคน และอีก 1 เป็นเด็กชาย

“กรี๊ด!!”

เธอกรีดร้องดังลั่นพร้อมกับตื่นขึ้นมาจากฝัน

แล้วรีบวิ่งแจ้นไปเคาะประตูห้องฤทธิ์

“ปังๆๆ”

“ฤทธิ์เปิดหน่อยเถอะ!” รินเรียกด้วยเสียงตื่นตกใจ

ฤทธิ์ที่กำลังยืนพิงหน้าต่างอยู่ เดินย้อนมาเปิดประตู

ทันทีที่เปิด รินก็โผเข้ามาซบอกเขา เขาลูบหัวเธอเบาๆ

“เป็นอะไรไป?” ฤทธิ์เอ่ยถาม

“เค้ากลัวจนไม่ไหวแล้ว ขอนอนด้วยคนเถอะ” รินพูดเสียงรื้นๆ

“โถ่ แม่คุณ ขวัญเอ๊ยขวัญมา” ฤทธิ์พูดปลอบ พร้อมลูบหลังเธอ

ทั้งคู่พากันขึ้นไปนอนบนเตียง ฤทธิ์นอนหันหลังให้ รินนอนกอดเสียแน่น

เธอเอ่ยกระซิบข้างๆ หูเค้าว่า “ชั้นสัญญา ชั้นจะไม่นอกใจเธออีกแล้ว”

ฤทธิ์ยิ้มกริ่มก่อนตอบว่า “สัญญาต้องเป็นสัญญานะ ห้ามหนีชั้นไปไหนอีกเป็นอันขาด”

 

แล้วทั้งคู่ก็นอนกกกอดกันไปตลอดคืน…

= = = = = = = = = =

พอถึงตอนเช้าวันอาทิตย์ ทั้งคู่ต้องกลับเข้าเมืองเพื่อไปชีวิตมนุษย์เงินเดือนกันต่อ

ฤทธิ์และรินอยู่บนรถ โดยมีลุงอาจมายืนส่งอยู่ใกล้ๆ

“ฝากด้วยนะลุง” ฤทธิ์พูดพร้อมกับสตาร์ทรถ

“ได้ครับ ไม่ต้องห่วง” ลุงอาจตอบ

 

และไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง พวกเค้าก็มาถึงบ้านเมืองกรุง

ฤทธิ์กำลังขะมักเขม้นกับการขุดหลุมลงกล้าไม้

เขาขุดหลุมขนาดใหญ่ สวนทางกับต้นกล้าที่เล็กนิดเดียว

ฤทธิ์ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันไปพูดกับรินที่นั่งอยู่บนโซฟาในบ้าน

“รอหน่อยนะที่รัก อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”

เค้าหันกลับมาขุดดินต่อ และพูดอยู่คนเดียวว่า

“ทีนี้เธอจะได้ไม่หนีชั้นไปไหนอีก เราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป ชั้นจะดูแลเธออย่างดีที่สุดเลย”

= = = = = = = = = =

บทส่งท้าย

 

ที่บ้านเนินเขาของฤทธิ์ ลุงอาจเดินเข้ามาในห้องรับแขก เตรียมจะเก็บกวาดทำความสะอาด

เขาเห็นรูปถ่ายกลับด้านตกอยู่บนพื้น จึงหยิบขึ้นมาดู มันเป็นรูปของกานต์ เพื่อนในวัยเยาว์ของฤทธิ์นั่นเอง

มันทำให้เขาพลางรำลึกถึงอดีตขึ้นมาทันควัน…

“ลูกไม่ผิด มันเป็นอุบัติเหตุ!” แม่ของฤทธิ์คุกเข่ากอดลูกชายที่กำลังนิ่งอึ้ง หล่อนตีโพยตีพาย

เหตุเกิดที่บ่อน้ำในบ้าน ระหว่างที่เด็กทั้งสองกำลังเล่นน้ำกันในสระ ฤทธิ์เอาคืนกานต์ที่แกล้งเขาแรง

ด้วยความโมโห เขาจับกานต์กดน้ำเสียนาน โดยไม่รู้ว่ากานต์ว่ายน้ำไม่แข็ง…

“นายอาจ ช่วยจัดการด้วย!” คุณนายกำชับ

“แต่ว่า.. มันจะดีเหรอครับ?” ลุงอาจย้อนถามด้วยความหวาดหวั่น

“ชั้นสั่งให้ทำก็ทำ เอ้านี่ เอาไปเท่านี้ก่อน” คุณนายขู่สำทับ พร้อมกับควักเงินหมดทั้งกระเป๋ายัดใส่มือลุงอาจ

ลุงอาจจำใจทำด้วยความเกรงใจเจ้านาย และด้วยความเกรงใจในเงินตรากับบารมีของหล่อนซึ่งมีพ่อเป็นคนใหญ่คนโต

แล้วเรื่องที่เด็กชายชื่นกานต์หายตัวไปก็ถูกปิดเงียบ ชาวบ้านแถบนั้นเข้าใจว่าหนุ่มน้อยหายสาบสูญ…

= = = = = = = = = =

Advertisements

นิยายชีวิต1 (ลูกไอ้หรั่ง)


เมื่อวานตอนค่ำๆ ระหว่างหลงทางอยู่แถวๆแยกนวมินทร์

มีเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกฉงนสนใจเป็นอย่างมาก

 

ตรงหน้าร้านเซเว่น ติดกับป้ายรถเมล์

ผมเห็นกองขายของแบกะดินวางอยู่บนฟุตบาธ มีเสื้อผ้าและกระเป๋ามือสองวางเรียงราย พร้อมด้วยดีวีดีหนัง

และมีป้ายกระดาษเขียนกำกับว่า “ทั้งกอง 100 บาท!”

จากนั้นก็ได้เห็นว่า… คนขายเป็นแค่เด็กชายตัวน้อยๆ อายุไม่น่าจะเกิน 10 ขวบ

เขาเป็นเด็กผู้ชายตาโต หน้าตาดี ใส่เสื้อยืดสีแดงสกรีนคำว่าลูกเทวดา และที่สะดุดตาก็คือผมทรงนักเรียนสีทอง (เด็กอะไรย้อมผม?)

 

ระหว่างที่รอรถสองแถว/รถเมล์ เสียนานสองนาน

สิ่งใดจะช่วยบรรเทาความเบื่อได้ดีไปกว่า การตามติดชีวิตเจ้าหนูนั่น

ไอ้ เสื้อผ้าเก่าๆ พื้นๆ พวกนั้น ต่อให้ขายทั้งหมดร้อยหนึ่ง ซึ่งเป็นราคาโคตรถูก ผมว่าก็คงจะไม่มีใครอยากซื้อมันหรอก (ยกเว้นซื้อด้วยความเห็นใจเด็กอ่ะนะ)

แต่ที่ผมสนใจมากกว่าก็คือ “เด็กตัวแค่นี้มันคิดได้ยังไงกัน?” (หรือจะมีพ่อแม่เป็นคนสอนให้ทำ?)

ผมจึงสอดส่ายสายตาไปเรื่อย มองหาพ่อแม่เด็ก

แล้ว ซักพักก็มีฝรั่งวัยกลางคน หัวเถิกๆ พุงพลุ้ยคนหนึ่ง ยืนถือขวดเบียร์ที่ซื้อมาจากเซเว่น เดินวนไปวนมา จนทำให้ผมสงสัยว่าหมอนี่เป็นอะไรกับเด็กหรือเปล่า?

 

ข้อสงสัยของผมถูกไขกระจ่าง… เมื่อได้เห็นสองพ่อลูกคุยกันเป็นภาษาอังกฤษปนไทย เจ้าหนูเรียกป๊ะป๋าตัวเองว่า Dad, Dad

พ่อฝรั่งจะเดินวนไปมา แวะเข้าไปดูลูกเป็นพักๆ แต่ตัวเองจะยืนดวดเบียร์คอยดูอยู่ห่างๆ ตรงขอบถนน ใกล้ๆกับเวสป้าคู่ใจของเขา

จากนั้นผมก็ได้เห็นช็อตบีบคั้นกดดัน เมื่อมีลูกค้ารายแรกเข้ามาทำธุรกรรมกับไอ้หนู

ลูกค้ารายนั้นเป็นชายสูงวัย เขาต้องการจะซื้อกระเป๋าสะพายสีดำ ไอ้หนูบอกราคาไป 20 บาท

ตาลุงไม่ยอมท่าเดียว แกบอกว่า “อะไรของเอ็งวะ? เสื้อทั้งกอง 100 บาท แล้วเจือกจะมาขายไอ้นี่ 20 กรูให้ 10 บาทพอ!”

ชายชรารุกไล่ต่อรองราคาอย่างหนัก พร้อมกับไซโคขู่เข็ญไอ้หนูหัวทองไม่หยุดหย่อน

ไอ้หนูไม่ยอมท่าเดียว พร้อมกับยืนกรานว่า dad ตั้งราคาไว้ 20 บาท ถ้าอยากได้ 10 บาทต้องไปคุยกับ dad เอง

ตาลุงเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ และไม่นานนักคุณป๋าขี้เมาก็แวะเข้ามาดู พร้อมคุยกับชายชราด้วยท่าทีเป็นมิตร

(ท่าทีสนิทสนมเหมือนว่าจะเป็นเพื่อนก๊งเหล้ากันกระมัง?)

และบอกให้ลูกขายกระเป๋าใบนั้่นไปในราคา 10 บาท

 

พอขายได้ คุณป๋าก็ให้รางวัลลูกชาย ด้วยการให้เงินไปซื้อลูกชิ้นปิ้ง

ส่วนตัวเองก็คุยโทรศัพท์ท่าทางเคร่งเครียด (ผมได้ยินจากที่ห่างๆ เข้าใจว่ากำลังคุยกับเมียคนไทยนะ)

 

และระหว่างที่รอรถสองแถวไปมัยลาภร่วมครึ่งชั่วโมง….

ผมอดรนทนไม่ไหว ยอมทิ้งเพื่อนร่วมชะตากรรมรอรถสองแถว ไปขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างแทน

แล้วจากไปพร้อมด้วยความฉงน…

ว่านายฝรั่งนี่จะเป็นแค่ฝรั่งขี้เมา ตกอับ บังคับให้ลูกมาขายของหาเงินค่าเหล้า?

หรือว่าที่จริงเขาอาจจะไม่ได้ลำบาก แต่ต้องการจะให้บทเรียนชีวิตกับเจ้าลูกชายตัวน้อย??

และอดเป็นห่วงไม่ได้ถึงอนาคตของเจ้าหนูน้อยหัวทอง พ่อค้าวาณิชย์ตัวกระเปี๊ยก

 

จำได้ว่าอาทิตย์ก่อนพึ่งจะเม้ากับเพื่อน แล้วเพื่อนพูดว่า “ชีวิตจริงบางครั้งยิ่งกว่านิยาย!”

และนี่ก็คงจะเป็น 1 ในนิยายชีวิตเหล่านั้น…


The Romance of Cockroach & Butterfly (FIN)


A New Day…

Terbal still doesn’t give up! He tries every ways to meet Nazu.

Besides coming to the same place in same time to wait for her,

He also asks every insect who pass by to get some information about her.

And wherever, every time he passes the Carnation’s beds, he always looks for Nazu anxiously.

“Ah! Nazu.” ,Terbal calls the Butterfly who came across.

“Cockroach-sama… Sorry, I’m not ‘Nazu’!”

, that Butterfly refuses. Her wings’ colors look so similar with Nazu, it makes Terbal misunderstand.

“Aw… ‘Ko-Tod-Krub!’ I’m sorry.”

, Terbal apologizes her with disappointment.

Terbal doesn’t know what to do…

So he collects various pollens he found on the ground, and he piles them up on the first meeting point to make a notice sign, coz she might pass here and recognize.

>>>>>>>>>>>>>>>

Terbal keep on doing this day in day out, until the pollens become a small mound.

But he still never sees any traces of her. There are only birds, ants and other insects trying to steal the pollens from his pile, so Terbal has to look after it often.

One day, the Old Black Ant[6] passed by and saw that, so he asks with curiosity.

“The young Cockroach, what are U doing, Hmm?”

Therefore, Terbal tells everything to the old Ant, he listens with sympathy.

“The Old Man, I really have no idea, I don’t know what to do……

I miss Nazu and worry about her. I wanna see her so bad!”

, Terbal says with melancholy voice.

The Old Ant thinking for a while…

“Well… I don’t know how to help you.

But there’s the One who knows… and might help you!”

“Really, the old man… Who is he?

How can I do to meet him? Please tell me!”

,Terbal says.

“In the Insect’s World, No one better knows than ‘the Queen Termite.”[7]

She lives in this world almost 100 years.

I believe she must know everything, what’s going on the Earth.”

,The Old Ant says.

“Really? Well, how can I get to find Thee?”

,Terbal says.

“Her Majesty’s Nest is in the Underworld.

But the way to go is far away and dangerous.

Only few insects can survive and come back safely from there!”

,The Old Ant says.

“The Old Man, I really appreciate your advice.

If possible, I would like to repay your kindness.!”

,Terbal says.

“Nevermind, young Cockroack…”

,The Old Ant says.

Terbal thanks the Old Ant gratefully. Even he knows that this journey may pay the price with his life! But to get any traces about Nazu, he isn’t afraid of Death.

[6] The Black Ant

[7 ] Queen Termite

]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]

The Underworld…

Terbal heading to the Nest of the Queen Termite through the “Sewer.”

He runs on the edge of cement floor nimble… and carefully…

Coz along the way, there are many scary enemies such as “Rat”, “Centipede”[8] and “Snake”, including the treacherous water.

He runs actively from day till night, but there is still no sign of the Termite’s Nest.

So he takes a break, breathing unrestly…

And he is hungry badly, coz nothing fall down to his stomach all day long.

Not only Terbal who is starving…

“Badz,” the Hungry Rat is peeping him maliciously.

His saliva drop sounds “ting… ting… ting.”

He’s thinking about his first meal in many days.

“Ha.. Ha.. An Idiot Cockroach, Let’s be my Dinner!”

Badz dashes and blocks Terbal who is exhausted. He is shocked and startled.

Even he became weak, but the instinct to survive boosts him to run away with frenzy, but he can’t go much further.

Terbal defeats!…

Swooped by the Hungry Rat, his body is thrown and that makes him lie on his back.

For the Cockroach, being in this position is the weakest point! Coz it can’t move anywhere, it can only shake its legs up and down statically. That’s such a pity!

If his wings are still complete, Terbal might not be in despair like this.

Dark sky and strong wind look threatened. This must be his last chance!!

[8] Centipede

>>>>>>>>>>>>>>>

Water drops on Terbal’s eyes, time after time.

Is It His Own Tears?…

No… not that. But it’s the Rain Drops falling from above.

While Badz is grinning and he prepares to gulp down Terbal. The Heavy Rain falling, the downpour water floods the sewer rapidly and severely, until the water overflows both sides of cement floors.

All of a sudden, the Big Wave strikes and swallows Badz and Terbal inside. Then it spews them out dispersedly. The treacherous current floats the unconscious Terbal aimlessly…..

>>>>>>>>>>>>>>>


“Nazu, Nazu!”

,Terbal calls out the Young Butterfly while he is walking around the Carnation Beds.

Just like a dream, the gorgeous Butterfly with blue and green wings flying toward him. It is not anybody but her! Terbal shouts all-out joyfully.

“Nazu, It’s U! Where have U been?

U know, I miss U so bad!”

Terbal runs toward Nazu, he picks the Jasmine blossom from the ground around Erawan Shrine for her. Nazu doesn’t reply him, she looks sad and her face flooded with tears.

“Nazu, What’s wrong?”

,Terbal asks with doubtful.

She still not replies, just turns back and flies away out of sight…

>>>>>>>>>>>>>>>


“Nazu… Nazu…”

,Terbal shout out again extremely, before another voice interrupts.

“Wake up, Wake up!”

,the voice of one Soldier Termite[9] who tries to wake him up.

Terbal was fainted for so long. He is unbelievably lucky!

The current brought him stranding on the shore near the Termite Nest.

The flock of ants carried him and then leaved him to the couple of Soldier Termites.

Her Highness… This is the intruder whom we just arrested.”

,one of the Soldier Termites gives her a report.

“Free him…”

,Queen Termite give an order, the Soldier Termites gently release Terbal.

“The young Cockroach… what are you doing here?”

,Terbal was amazed that the great Queen Termite asked the inferior insect like him tenderly. She looks very old but still respectable. Her nest surrounded with thousands of termites.

“Her Majesty, I come here to ask your favor.

Please answer one question for me…

I’m such a humble fool, I can’t figure out!”

,Terbal says modestly.

“What kind of Question? Tell me…”

,Queen Termite says.

“I fall in love with one Butterfly. Her name is ‘Nazu.’

But one day she disappeared suddenly.

Any way I tried, I couldn’t find her…”

,Terbal answers her sadly.

“The unfortunate Cockroach… Butterfly is an honorable insect.

But you, you’re the low class insect, not compatible.

Most important, the life span of Butterfly on this planet…

Is too short!”

,Queen Termite answers him with cold and stoic voice.

“What do you wanna say with me?

No! That’s not true…. Noooooooo!”

,Terbal can’t come to term with that answer.

He gets confused and gone crazy. He laments and cries all-out.

“Everything created in this Planet has its own question in itself.

No one can against the Nature…

If you don’t believe my words, you just try to find the answer on your own!”

,Queen Termite drops her last words, before orders the flocks of Worker Termites[10] To bring Terbal and return him onto the ordinary world.

[9] Soldier Termite

[10] Worker Termite


]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]

Even he had known the truth from Queen Termite already.

But Terbal still waiting for Nazu as usual.

Every day he still comes and waits her in the same place, same time.

And still piles up the pollens until it looks like a small monument.

He still waiting for a miracle, and believes that Nazu is still alive.

And one day she will return… Here

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::


One Evening in January

I still hang around this cinema sometimes. Coz may be I will come across with her again. But I never see her anymore…

Never mind… I just could restraint my mind.

People can forget easily, right?

I just worried about that weird Cockroach, it never yielded!

Whenever I pass the Carnation Beds here, I must see him every time.

If you pass here and see the torn-winged Cockroach wandering around, I beg you don’t tramp or crush him.

Please spare him!


……………………………………………………………


story by: albertpotjes


……………………………………………………………

Some Trivia from the Story.

–      ‘Butterfly’ has very short Life Span, only “2-14 days.”

‘Cockroach’ can live up to “2 years. “

Whereas the ‘Queen Termite’ can live as long as “50-100 years.”

–      About the “Cockroach”, in his eyes are including of enormous small eyes. In one eye, there are over 2,000 individual eye lenses. (But in human, we have only 1 lens for each eye.)

–      “White Carnation” is the symbol of “Sincere Love, or Love without expect.”

–      Wheras “Jasmine” can be interpreted as “the Noble Woman, who is gorgeous and sublime.”

……………………………………………………………



The Romance of Cockroach & Butterfly (2)


The Next day…

Terbal wakes up since the early afternoon. Usually the cockroach like him never explores food in the same old area. But today he heads to the same place and in same time! Coz he hopes to meet Nazu again.

Terbal waits eagerly. And he is very lucky to meet her again!

“Nazu, today I’ve got some present for you!”

,he said and then slowly hands her the small piece of loaf.

“Arigatou!”

,Even the bit of bread is worthless for butterfly.

But she accepts it without disgust.

Terbal leads Nazu to drinks nectar and does her pollination job at the Carnation Beds. After that he brings her to visit the fountain and Erawan shrine.

“Nazu, u know? Human likes to worship and ask for blessing from Lord Erawan.

Coz they believe that he will bring good luck to you. And help people to be lucky in love.”

“Honto? Is it true?”, Nazu asks with curiosity.

“Well, well… I don’t know so. I just heard that from the other insects.

And I’m not a human, so I never try that! He He.”

,Terbal answers funnily. Nazu laughs so many times.

Terbal starts to fall in love with Nazu. But he doesn’t dare enough to tell her. Coz he is afraid that it’s too fast, and he might get the disappointed answer.

He feels good to be close and be friend with her. And he also hopes deeply that she may at least like him.

“Nazu, tomorrow won’t you come here again?”

,Terbal asks.

“Hai, Hai. Ashita, mata aimasho!”

,Nazu replies.

“La-Korn. Bye Bye!”

,Terbal says goodbye pleasantly.

]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]


Next 2 days…

In fact, the down town area isn’t such a place for fragile insect like ‘Butterfly’. Because there are few natural floras, the weather is hot and stuffy, lots of pollution, and most important, there are crowd of people walking chaotically.

Even the enduring Cockroach like ‘Terbal’, it has to confront with the dangers from DDT, various formulas of poisons, and he also has to evade from hundred couples of human’s feet!

‘The Two’ meet in the same place, same time. Along the way, Terbal points out several things enthusiastically.

“Nazu, look at that pushcart, what is she selling, hmm…?”

“Yay! She sells crispy fried insects!

I think we should get away from here instantly!!”

,Nazu says scarily.

“Oops! Oh, my goodness…

It’s a pity for ‘Grasshoppers’, ‘Scorpions’ and ‘Worms’ friends.

We’re so lucky that human don’t like to eat ‘Butterfly’ and ‘Cockroach’.

Ei Ei…”

,Terbal finds an excuse after he pointed out the tragedy of insect’s companions.

>>>>>>>>>>>>>>>


Everything seems to be normal and peaceful.

But today while Terbal is watching Nazu drinks nectar and pollinates at Carnation Beds, the Unfortunate Event just happens! The young naughty siblings run into the Carnation Beds, they tug the flowers crazily and try to pounce on Nazu relentlessly.

Terbal sees the danger and immediately flies to protect Nazu.

“Nazu, get away!” ,Terbal shout out bravely.

Even she is worried about Terbal, but she scares of the human’s power. Nazu flies away quickly and leaves the young cockroach to face the fate alone.

The Bigger Sister sees the cockroach flies toward, she then screams and runs away disgustingly. While the Smaller Brother feels fun with it! Although Terbal tries to resist extremely, but he can’t escape from the hands of a rascal.

The Small Boy nips off Terbal’s antenna while he struggles disorderly. The boy picks him up to his eyes’ level.

“Eh, which part is better?”

,a stubborn boy says that before takes his right hand to pluck off the left wing of the cockroach.

“Arghh……!”

,If this boy understands the Insect’s language, he might know that Terbal is screaming painfully.

But Hell and Heaven still don’t want to take his life…

Fortunately, the parents of two children are coming to bring them back home. Suddenly, when the Mommy sees her boy holding the cockroach in his hand, she scolds him to the nth degree.

“Gee, dirty!… Most disgusting!

Throw it away, Sonny! Or I will beat you!”

Hearing she blame, the kid leaves Terbal with disappointment.

Terbal is badly bruised and battered. He walks lamely and staggeringly.

One wing was torn, so he can’t fly anymore!

]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]


Many days later…

Terbal has to take a big rest because of the injury. Last few days he can’t go out to meet Nazu.

Today his injury is better, so he decides to go and meet Nazu at the same place, same time.

He waits patiently, but she is yet not coming.

He wanders around, though he can’t find even her shadow.

He finds only the pollens of Carnation and few particles from her blue wings which falled down sparsely.

>>>>>>>>>>>>>>>


He waits for her until the sunset. Waiting with yearn and anxiety.

Terbal thinks she won’t come today. So he gets back to the deserted condo in despair. Terbal goes up to the top roof, he looks up to the sky with sad and sorrow. His heart just thinking about the beautiful Butterfly.

>>Cockroach’s Melodies<<

(featuring: ‘Cicada-sama’[4], ‘Flies&Gnats’, ‘Mosquito-kun’, ‘Frog-sama’, ‘Rabbit-chan’ and ‘?????’)

Hey… Hey… Nazu, where are U thou?

Today don’t see U, oh mine.

I’m missin’.. U know?

Every second times.


vee… vee… We..  .We…vee…vee.

‘Cicada-sama’ sang, the lonely song.

Bro’, can U plz… Stop hummin’ that rite now.

It wounds my heart, sounds too dreary.


Yeah.. Ye!

Hey… He… Hey… ‘Flies and Gnats’ dudes, Keep on shoutin’

Sing it loud! Make noisy sounds!

May us voices come up Aloud

Till the stars and skies hearing!


Aob… Ob… Aob

‘Frog-sama’ in the far swamp

Da Distant Chorus… Gimme Bass Sound Away…

Oh, Stars… Are U hearin’? I miss her so bad!

Hopin’ the Stars tellin’ U far away

Even Wherever, plz sendin’ it to Her!


He… hey… He… Tonite Crescent Moon shinin’ bright

Lovely ‘Rabbit-chan’… could U answer me?

Tellin’ me where is she, what about her?

Tellin’ Tellin’ me Plz! Before the Moon go by

Rabbit-chan, don’t U know? I adore her like Thou cherish Ya Moon


Tok… Tok… Tok… Tok-kae

Our song sounds too loud, too nice!

“Gecko-sama”[5] can’t resist. Ah-Yai-E-Yai… He says, “May I Jam?”

BRRR…! Let’s Split da band!

(Cockroach & The Band scatter!)

]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]

[4] Cicada

[5] Gecko (In Thailand, his name is “Tok-kae” and we hear him shout “Tok.. Tok… Tok-kae”)

>>>> to be continued >>>>


The Romance of Cockroach & Butterfly (1)


>Kwam+Rak

-kong-

Ma+Lang+Sab

-kab-

Pee+Sua<

(The Romance of Cockroach & Butterfly)


Story by: albertpotjes

Original Written: JAN 2006


:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::


Have you ever noticed?

Most people often have their special place…

Wherever they wanna go again and again, and always in the same time.

There might be some reasons that make ones appear in one place.

And in one day, it might be some reasons that make he/she disappears from there.


One Evening of December

(6.17 pm)

In front of one big Department Store…

I’m leaving after waited for “Natsumi” my Japanese friend almost an hour.

And today is exactly 1 Month that we hadn’t met each other.

I first came across with her in the cinema here.

I had talked and made friend with her.

After that we had met 4 or 5 times, both intentionally and accidentally.

The last time though…

Before we separated, she suddenly cried with no reason. And she cried a lot!

After that day, I hadn’t met her anymore. She disappears from my life with no trace.

I never thought that it will be the last meeting of us.

Even the places we had met, or the places she likes to hang out.

Any places, anywhere…

I never take a chance to see her again.

And she cut off the contact with me completely. She just ignores me.

“I guess I’m hopeless!”

Even I’m not sure about the reasons,

But I guess that Natsumi must hate me…

Or she doesn’t want to see me again.

“Doshite?” (Why?)

“Tomodachi ni naranai?” (Why can’t we be friends?)

I slowly walk out, witherly. My head is down and my heart is wounded.

And after I walked out of the mall’s front door,

While I am passing the flower beds, I noticed one broken-winged Cockroach walking round and round the White Carnation’s bed… annoyingly.

Every times I pass here, I often see him hangs around here.

“The waiting person isn’t probably me only.

Mebbe… that cockroach is also waiting for someone too!”

I was thinking with myself…funnily

 

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::


>The Romance of Cockroach ‘N’ Butterfly<

One Late Afternoon in November

A shiny day, warm weather, and breezy

“Terbal”, the young adventurous cockroach goes out to explore for his meal as usual. This cockroach is so weird, he doesn’t like to settle in the one food area.

Each day, he often moves to other different places. So you might call him “A Cockroach who loves Adventures.”

By the way, Terbal notices one Back-Packed Tourist with a huge rucksack on his back. That man is walking up to the sky-train station, so he takes this chance flying into the rucksack.

“A-ha, so lucky! This will save my energy!”, The clever cockroach thought.

While being on the train, Terbal has to hide himself carefully. Because if his ugly figure appears, the people on the train must be in panic and scream.

“Next station, Ploen Chit”, the sweet voice from the announcer informs all passengers. When the train has arrived the platform, that backpacker slowly walks through the crowd, along with Terbal who hiding inside his rucksack.

“Thanks you very much!”

,Terbal expressed thanks in English while he jumped off from the gap of rucksack.

Thump! ,the drop sound when Terbal hit the tile floor in the downtown area. Around here, there are lots of big department stores, luxurious hotels and famous restaurants.

Terbal had come around here to explore for food many times. So he knows the direction very well. He walks with the jolly steps and thinking about today’s menu.

“Yummy! I’m missing of the butter flavor and sweet taste of Popcorn. So today let’s go to the cinema!”


>>>>>>>>>>>>>>>


While walking toward the cinema, Terbal looks and sniffs around. His eyes are caught by one butterfly. She flies round and round like she is losing direction.

Her gorgeous makes Terbal look back. The 2,000 couples of his eye lenses are focusing at her, the lovely butterfly! She has slender figure, her beautiful blue wings with turquoise green stripes are symmetrical.

Terbal hesitates. He gazed at her for so long, before he takes chance to talk with her.

“Umm… Sawaddee, where do u wanna go?”

That young girl looks afraid and nervous. She took a while before answers.

“I’m looking for ‘Carnationflowers. Do they exist around here?”

“Hey, Would you like to go with me? I’m going to the cinema, there are the Carnation around there!”

,Terbal invited her. He thought that he is so lucky, it’s really coincidence!

“Well… I forgot to introduce myself.

My name is ‘Terbal’, and you?”

,Terbal says.

‘Nazu’ desu.” ,She replied with a shyly smile.

Terbal leads Nazu to the White Carnation beds which are not far from the mall’s entrance. He chats with her all the way.

 

>>>>>>>>>>>>>>>


At the Carnation Beds…

Nazu brings her attached stamens[1] and put them into the flowers which have the pistils.[2] She move the pollens from one flower to another flower, again and again, until she finishes every flower beds. Meanwhile Terbal looks at her doing the nature nourishing task with admire.

“I finished now. Arigatou, Thanks you a lot!”

,Nazu expresses thank after finished her mission.

“My pleasure!   Um… after this, do you have free time?

If you’re available, can you join movie with me?”

Terbal asks Nazu with exciting.

“That’s all right, but I have to get back home before night falls”

,Nazu accepts his invitation, coz she started to convince him.

“Don’t worry, lady! I assure you with the honor of Cockroach.”

, Terbal says it.

 

Stamen = Male Pollen Pistil = Female Pollen

[1] Stamen = Male Pollen

[2] Pistil = Female Pollen

>>>>>>>>>>>>>>>

 

In the Mall…

‘Terbal’ leads ‘Nazu’ to the elevator backward. While a man presses the button to go upstairs, they slip through the door swiftly.

“7th floor. Nazu, we arrive!”

,Terbal says immediately after he heard the bell sound.

Nazu flies after him with exciting, coz this is the 1st time she comes into such new and strange place.

 

In the Cinema…

‘Nazu’ is enjoying with the movie.

Terbal also watching it, meanwhile he is more enjoyable to pick&eat the popcorns and snacks on the floor until his stomach is stuffed!

After the movie finished, they return to their first meeting point. Before they apart each other, Terbal ask to accompany and send her as every gentlemen do. But Nazu says ‘never mind.’

 

>>>>>>>>>>>>>>>

To meet and make friend with the beautiful butterfly like ‘Nazu’, that makes ‘Terbal’ feel high and delighted. So he returns to visit his old place, the deserted condo. Coz he wanna share the impressive story with his friends

“Hey, today I had known the butterfly.

Her name is ‘Nazu’. She is very lovely, dudes!”

,Terbal says that excitingly. His wings flutter up and down.

“Look who’s talking!

Jerky, you’re such an odd insect.

How can the Cockroach love with Butterfly? Hmm…?

‘Butterfly is a beautiful insect. But you’re such filthy, ugly insect!”

‘Eev,’ Gnat[3] friend recalls him.

“Yep, Yep! A pervert Cocky! You’re nonsense.

There are so many sexy and cutie Cocky girls.

How dare you to expect the noble Butterfly?

Tut!”

‘Dup,’ Fly friend also warns him, while ‘Tini,’ the Mosquito friend chuckles.

“Crikey!  What friends are for? You guys are such cruel!

No one even cheers me up.”

,’Terbal’ yells at them with disappointment.

]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]

[3] Gnat

 

>>>> to be continued >>>>


กลอนเกรียนๆ


๐กลอนเกรียนๆ๐
(โดย:> กูเบอท)
 
กูเก่ง กูเก๋า กูกล้า
กูเกรียน กูก๋า กูกั่น
กูกิน กูก๊ง กูกรึ๊บ
กูกัด กูกลืน กูกรน
กูกลุ้ม กูแกร่ว กูกร่อย
กูแกน กูกล้อม กูแกล้ม
กูโกรธ กูเกลียด กูกร้าว
กูโกง กูกร่าง กูกร้าน  
กูกวน กูกลั่น กูแกล้ง
กูโกน กูกล้อน กูโกร๋น
กูเก็บ กูกีด กูกัน
กูกั๊ก กูกอบ กูโกย
กูกลาง กูกลวง กูไก๋
กูเกลา กูกลั่น กูกรอง
กูกาม กูเก็บ กูกด
กูเกี่ยว กูเกี้ยว กูกิ๊ก
กูกก กูกอด กูก่าย
กูเกิด กูเก๊ก กูกรี๊ด
กูกร๊วก กูโก๊ะ กูก๊าก
กูเก่า กูแกว่ง กูเกิน
กูเก้อ กูกลับ กูก่อน
กูก้ม กูกราบ กูกราน
 
;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;->

ความรักของแมลงสาบกับผีเสื้อ (The Romance of Cockroach & Butterfly) —> 3 (the Fin)


วันรุ่งขึ้น

เทอร์บัลยังคงไม่ละความพยายาม มันทำทุกๆทางเพื่อที่จะให้ได้พบนาซึ

นอกจากมันจะแวะไปที่เก่าเวลาเดิมเพื่อรอเธอแล้ว มันยังเฝ้าถามไถ่แมลงตัวโน้นตัวนี้ที่สัญจรไปมา เผื่อจะได้ข่าวคราว

และไม่ว่าที่ไหนก็ตาม ทุกครั้งที่มันแวะผ่านแปลงดอกคาร์เนชั่น มันจะเฝ้ามองหานาซึอย่างกระวนกระวาย

 

อ๊ะ! นาซึเทอร์บัลร้องทักผีเสื้อที่พึ่งบินผ่านมา

 

คุณแมลงสาบ ชั้นไม่ได้ชื่อนาซึนะคะ

ผีเสื้อตัวนั้นตอบปฏิเสธ ปีกของเธอมีสีคล้ายๆนาซึ ทำให้เทอร์บัลเข้าใจผิด

 

อ้าว ขอโทษครับเทอร์บัลกล่าวขอโทษด้วยความผิดหวัง

 

เทอร์บัลไม่รู้จะทำยังไงแล้ว มันจึงคอยเก็บรวบรวมเกสรดอกไม้ต่างๆที่ร่วงหล่นตามพื้นมากองไว้ที่จุดนัดพบสถานที่แรกที่มันเคยเจอกับนาซึเพื่อเป็นสัญลักษณ์ เผื่อว่าเธออาจจะบินผ่านมาแถวนี้อีกและระลึกได้

 

>>>>>>>>>>>>>>>

 

เทอร์บัลเฝ้าทำอย่างนี้วันแล้ววันเล่า จนเกสรดอกไม้พะเนินสูงขึ้นเป็นกองขนาดย่อมๆ แต่ก็ยังไม่เห็นมีวี่แววว่านาซึจะบินผ่านมาแถวนี้ซักที จะมีก็แต่นก, มด และแมลงอื่นๆ ที่มาคอยแย่งฉกเกสรออกไปจากกอง ทำให้เทอร์บัลต้องมาคอยเฝ้ายามอยู่บ่อยๆ

 

จนวันหนึ่ง มดดำเฒ่าผ่านมาเห็นเข้า จึงถามมันด้วยความสงสัย

เจ้าแมลงสาบหนุ่ม เจ้ากำลังทำอะไรของเจ้าอยู่ ฮึ?

 

เทอร์บัลจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พ่อเฒ่ามดฟัง พ่อเฒ่าฯฟังแล้วก็รู้สึกเห็นอกเห็นใจ

 

ท่านผู้เฒ่า ข้าจนปัญญา ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว

ข้าคิดถึงและเป็นห่วงนาซึ อยากจะเจอเธอเหลือเกิน

เทอร์บัลกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

 

พ่อมดเฒ่าครุ่นคิดอยู่พักใหญ่

อีม . . . . . ข้าเองก็ไม่รู้หรอกว่าจะช่วยเจ้าได้ยังไง แต่ว่ามีท่านผู้หนึ่งที่ล่วงรู้ และอาจจะช่วยเจ้าได้ …

 

จริงเหรอท่านผู้เฒ่า . . . ท่านผู้นั้นเป็นใครกัน

ข้าจะไปพบท่านผู้นั้นได้ยังไง? โปรดบอกข้าด้วย

ในมวลหมู่แมลง ข้าว่าไม่น่าจะมีใครที่รู้ดีไปกว่า นางพญาปลวก

ท่านอาศัยอยู่ในโลกนี้มาจวนจะครบ 100 ปีแล้ว

ข้าเชื่อว่าท่านจะต้องรู้ความเป็นไปทุกอย่างในโลกนี้อย่างแน่นอน

 

จริงเหรอท่านผู้เฒ่า? แล้วข้าจะไปหานางฯได้อย่างไรกันล่ะ?

 

รังของท่านนางพญาปลวกน่ะอยู่ในโลกบาดาล

แต่หนทางทั้งไกลและอันตรายยิ่งนัก น้อยแมลงนักที่จะรอดชีวิตกลับออกมาได้!”

 

ท่านผู้เฒ่า ขอบคุณมากๆสำหรับคำแนะนำ ถ้ามีโอกาสข้าอยากจะตอบแทนท่านจริงๆ

 

ไม่เป็นไรหรอก เจ้าแมลงสาบหนุ่ม

 

เทอร์บัลกล่าวขอบคุณพ่อเฒ่ามดด้วยความซาบซึ้งใจ แม้มันจะรู้ว่าการเดินทางครั้งนี้อาจต้องแลกด้วยชีวิต

แต่เพื่อที่จะได้ร่องรอยของนาซึแล้ว มันก็ไม่รู้สึกครั่นคร้ามต่อความตาย

 

]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]

 

โลกบาดาล

เทอร์บัลมุ่งหน้าสู่รังของนางพญาปลวก โดยผ่านทาง ท่อระบายน้ำ

มันวิ่งมุ่งหน้าไปตามทางขอบพื้นซีเมนต์อย่างคล่องแคล่ว และระมัดระวัง  เพราะตลอดทางเต็มไปด้วยศัตรูที่น่ากลัวอย่าง หนู, ตะขาบ และ งู รวมไปถึงกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก

 

มันวิ่งล่กๆตั้งแต่หัววันยันหัวค่ำ แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเจอรังนางพญาปลวกแต่อย่างใด

มันจึงหยุดพักเหนื่อยหอบ หายใจเข้าออกไม่เป็นจังหวะ แถมยังท้องหิวอย่างรุนแรง เพราะตลอดวันยังไม่มีอาหารตกถึงท้อง

 

ไม่ใช่เฉพาะเทอร์บัลหรอกที่กำลังหิว เจ้า แบดส์” (Badz) หนูท่ออดโซกำลังซุ่มมองเทอร์บัลอย่างมุ่งร้าย น้ำลายของมันหยดติ๋งๆ พลางคิดในใจถึงอาหารมื้อแรกในรอบหลายวัน

หะๆ หะๆ เจ้าแมลงสาบเอ๋ย มาเป็นมื้อค่ำให้ข้าซะดีๆ!”

 

แบดส์พุ่งเข้าดักหน้าเทอร์บัลที่กำลังอ่อนแรง เทอร์บัลถึงกับสะดุ้งเฮือก แม้จะหมดเรี่ยวแรง แต่สัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอดก็กระตุ้นแรงขาให้มันวิ่งหนีเป็นพัลวัน แต่ก็ไปไหนได้ไม่ไกลนัก

เทอร์บัลเสียท่า ถูกเจ้าหนูอดโซตะปบกระเด็นจนนอนหงาย สำหรับแมลงสาบแล้วการอยู่ในสภาพเช่นนี้ถือเป็นจุดอ่อนที่ร้ายแรง เพราะมันจะไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหน ทำได้แต่ขยับแข้งขยับขาขึ้นลงดิ้นเร่าๆอยู่กับที่อย่างน่าเวทนา

 

ถ้าปีกของมันยังอยู่ครบ เทอร์บัลคงจะไม่สิ้นท่าถึงขนาดนี้

ท้องฟ้ามืดครึ้ม ลมกรรโชก นี่คงจะมาถึงวาระสุดท้ายของมันแล้ว!!

 

>>>>>>>>>>>>>>>

 

หยดน้ำไหลผ่านตาเทอร์บัล หยดแล้วหยดเล่า

 

หยดน้ำตาของมันเหรอ?

เปล่า ไม่ใช่หรอก แต่เป็นหยดน้ำฝนจากเบื้องบนต่างหากเล่า

 

ขณะที่แบดส์กำลังแสยะยิ้มเตรียมสวาปามเทอร์บัล ฝนห่าใหญ่ก็กระหน่ำลงมา น้ำจากเบื้องบนไหลลงท่อระบายน้ำอย่างรวดเร็วและรุนแรง จนน้ำท่วมขอบซีเมนต์มิดทั้ง 2 ฝั่ง

 

ไม่ทันตั้งตัว คลื่นขนาดยักษ์ถาโถมกลืนเอาแบดส์และเทอร์บัลเข้าไป ก่อนที่จะสำรอกทั้ง 2 จนกระเด็นแยกไปตัวละทิศละทาง กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากพัดพาเอาเทอร์บัลที่กำลังนอนหงายหมดสติไหลเรื่อยไปตามทางอย่างไร้จุดหมาย . . . . . . . . . .

 

>>>>>>>>>>>>>>>

 

นาซึ นาซึ เทอร์บัลตะโกนร้องเรียกผีเสื้อสาว ขณะที่กำลังเดินวนเวียนอยู่แถวๆแปลงคาร์เนชั่น

 

เหมือนฝัน ผีเสื้อสวยปีกสีน้ำเงินสลับริ้วเขียวบินผ่านมา ไม่ใช่ใครที่ไหน คือเธอนั่นเอง

เทอร์บัลตะโกนร้องเรียกสุดเสียงด้วยความดีใจ

นาซึ คุณนั่นเอง คุณหายไปไหนมา รู้มั้ยว่าผมคิดถึงแทบแย่!”

 

เทอร์บัลวิ่งตรงเข้าไปหานาซึ มันนำเอาดอกมะลิที่เก็บมาจากพื้นแถวๆศาลพระพรหมมอบให้เธอ

นาซึไม่ทักทายตอบ เธอหน้าเศร้า ร้องไห้น้ำตาร่วงพรู

 

นาซึ คุณเป็นอะไรไป?

เทอร์บัลถามอย่างฉงนใจ

เธอก็ยังคงไม่ตอบ ได้แต่เบือนหน้าหนี ก่อนที่จะบินจากไปลับตา

>>>>>>>>>>>>>>>

นาซึ . . . นาซึ . . .

 เทอร์บัลตะโกนร้องเรียกเธออย่างสุดเสียงอีกครั้ง ก่อนที่จะมีเสียงอื่นเข้ามาสอดแทรก

 

ตื่นๆ ตื่นได้แล้ว!”

เป็นเสียงของปลวกทหารตัวหนึ่ง ที่กำลังพยายามปลุกมัน

 

เทอร์บัลหมดสติไปเสียนาน มันโชคดีจนไม่รู้จะบรรยายยังไง เมื่อกระแสน้ำพัดพามันมาเกยตื้นบนฝั่งแถวๆรังนางพญาปลวก ฝูงมดหอบมันมาก่อนที่ปลวกทหารจะรับช่วงต่อ

 

ท่านนางพญาปลวก นี่แหละครับคือผู้บุกรุกที่เราพึ่งจับกุมตัวมาได้

ปลวกทหาร 1 ใน 2 ที่กำลังหิ้วปีกเทอร์บัลกล่าวรายงาน

 

ปล่อยตัวเขาเถิด . . . . . นางพญาปลวกออกคำสั่ง ทหารปลวกค่อยๆปล่อยตัวเทอร์บัล

 

เจ้าแมลงสาบเอ๋ย . . . . . เจ้าแวะมาทำอะไรแถวนี้?

เทอร์บัลรู้สึกประหลาดใจที่นางพญาปลวกผู้ยิ่งใหญ่ถามแมลงผู้ต่ำต้อยอย่างมันด้วยความอ่อนโยน

เธอดูชรามากแล้ว แต่ก็ยังเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม รังของเธอล้อมรอบไปด้วยปลวกนับพันๆตัว

 

ท่านนางพญาปลวก ข้าแวะมาที่นี่เพื่อให้ท่านช่วยไขปัญหา

ข้าน้อยเองโง่เขลา สุดแสนจะจนปัญญา

เทอร์บัลกล่าวอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว

 

ปัญหาอะไรของเจ้า ไหนลองว่ามาสิ

 

ข้าหลงรักผีเสื้อนางหนึ่ง เธอชื่อนาซึ แต่แล้วจู่ๆวันหนึ่งเธอก็หายตัวไป

ไม่ว่าข้าจะทำเช่นใด ข้าก็ไม่อาจพบเธอ

เทอร์บัลตอบนางพญาด้วยความเศร้าสร้อย

 

เจ้าแมลงสาบผู้อาภัพเอ๋ย . . . . . ผีเสื้อน่ะเป็นแมลงชั้นสูง

ส่วนเจ้าน่ะเป็นแมลงชั้นต่ำ ไม่คู่ควร

ที่สำคัญอายุขัยของผีเสื้อบนโลกนี้น่ะ . . . . . สั้นนัก

นางพญาปลวกตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ปลดปลง

 

ท่านต้องการจะบอกอะไรกับข้า

ไม่นะ ข้าว่ามันไม่จริง……. โฮๆ ๆ

เทอร์บัลรับไม่ได้ในคำตอบ มันสับสนเสียสติ คร่ำครวญร่ำไห้

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ถือกำเนิดขึ้นมาในโลกนี้ ล้วนมีคำตอบอยู่ในตัวเอง

ไม่มีผู้ใดที่จะฝืนธรรมชาติไปได้หรอก ถ้าเจ้าไม่เชื่อคำพูดข้า เจ้าก็จงไปค้นหาคำตอบด้วยตัวของเจ้าเอง

นางพญาปลวกกล่าวทิ้งท้าย ก่อนที่จะสั่งการให้ฝูงปลวกงานนำตัวเทอร์บัลขึ้นไปส่งบนโลกมนุษย์

 

]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]

 

แม้จะได้รับรู้ความจริงจากปากของนางพญาปลวกแล้วก็ตาม

แต่เทอร์บัลก็ยังคงรอนาซึอยู่เช่นเดิม

ทุกๆวันมันก็ยังคงไปรอพบเธอที่เก่าเวลาเดิม และยังคงก่อกองเกสรดอกไม้จนสูงขึ้นๆเสมือนกับอนุสาวรีย์ขนาดย่อมๆ

 

มันยังคงคาดหวังในปาฏิหาริย์ และเชื่อว่านาซึอาจจะยังมีชีวิตอยู่

และซักวันเธอจะกลับมา . . . . ที่ตรงนี้

 

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

 

เย็นวันหนึ่งในเดือนมกราคม

ผมยังคงแวะเวียนมาที่โรงหนังแห่งนี้เป็นครั้งคราว เผื่อว่าอาจจะบังเอิญได้เจอกับนาทสึมิอีก แต่ผมก็ไม่ได้พบเธออีกเลย . . . . .

 

แต่ก็ช่างเถอะ . . . ผมพอทำใจได้แล้วล่ะ คนเราน่ะลืมง่ายจะตาย จริงมั้ย?

จะห่วงก็แต่เจ้าแมลงสาบเพี้ยนตัวนี้ล่ะ มันไม่เคยลดละเลย เมื่อไรที่ผมเดินผ่านแปลงคาร์เนชั่นหน้าห้างนี้ เป็นต้องเห็นมันทุกครั้งไป

 

ถ้าคุณเดินผ่านมาแถวนี้แล้วเห็นแมลงสาบปีกแหว่งกำลังเดินป้วนเปี้ยนๆอยู่ล่ะก็ อย่าพึ่งไปเหยียบหรือขยี้มันเลย

ได้โปรดไว้ชีวิตมันด้วยเถอะ!

 

………………………………………………………………

story by: albertpotjes

เกร็ดความรู้เล็กๆจากในเรื่อง

          ผีเสื้อมีอายุขัยเฉลี่ยสั้นมาก คือ 2-14 วัน, แมลงสาบมีอายุขัยสูงสุด 2 ปี ขณะที่นางพญาปลวกจะมีอายุขัยสูงสุด 50-100 ปี

          แมลงสาบนั้น ในตาแต่ละข้างของมันจะประกอบไปด้วยตาย่อยจำนวนมาก คือในลูกตา 1 ข้างจะมีเลนส์ตากว่า 2,000 เลนส์  (ขณะที่มนุษย์ ในลูกตาแต่ละข้าง จะมีเลนส์เพียง 1 เดียว)

          ดอกคาร์เนชั่นสีขาว ความหมายแฝงของมันคือ รักที่บริสุทธิ์ หรือรักที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ

          ขณะที่ ดอกมะลิ อาจจะแปลความหมายได้อีกอย่างหนึ่งว่า ดอกฟ้า ผู้สง่างามและสูงส่ง