Just another WordPress.com site

Hana’s Miso Soup


38304.png

ช่วงหลัง ๆ มีเวลาดูหนังน้อยลง เนื่องจากติดภารกิจเปิดเล่ม Thesis

แต่เนื่องด้วยเมื่อวานเป็นวันหยุดอะนะ ก็เลยหาเวลาพักผ่อนซะหน่อย

ทีแรกไม่ตั้งใจจะดูหนังเรื่องนี้ (Hana’s Miso Soup) เลย เพราะพอเห็นหน้าหนังก็เดาออกว่าหนังมันจะออกมายังไง แต่เนื่องด้วยหาเรื่องนัดเจอเพื่อนชาวญี่ปุ่น หนังเรื่องนี้ก็เลยเป็นชอยซ์แรก ๆ ในการชักชวน

Hana’s Miso Soup นำแสดงโดยนางเอกญี่ปุ่นที่คนไทยคุ้นเคยกันดี Ryoko Hirosue แต่ต่างจากบทไอดอลสาวใส ๆ ในยุครุ่งเรือง (ยุค 90’s) เรื่องนี้เธอรับบทเป็นแม่ตามวัย แถมเป็นคุณแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมอีกต่างหาก

คือบอกตรง ๆ ว่าช่วงแรก ๆ ของหนังมันเป็นแนว DRAMA ที่ธรรมดา ตรงไปตรงมามาก ๆ เส้นเรื่องตรงแหนว คือไม่ต้องคาดเดาก็รู้แล้วว่าตอนจบนางเอกคงต้องตายแน่ ๆ สิ่งที่ยึดเหนี่ยวนางเอกไว้คือ “ฮานะ” ลูกสาวสุดที่รัก และการสอนลูกทำอาหารเพื่อสุขภาพอย่าง “ซุปมิโซะ” แต่หนังที่มีเค้าโครงจากเรื่องจริงเรื่องนี้ มันเรียบง่ายแต่กินใจเหลือเกิน มันค่อย ๆ บิ๊วอารมณ์เราขึ้นไป จนพอถึงช่วงท้าย ๆ แล้วถ้าใครไม่ร้องให้ ไม่เสียน้ำตา ก็ดูจะผิดมนุษย์มนากระมัง? 555 (เพื่อนญี่ปุ่นนี่หนังพ้นองก์แรกไปก็บ่อน้ำตาแตกแล้วฮะ ส่วนผมตอนแรกยังนิ่ง ๆ พอเข้าช่วงองก์สุดท้ายนี่วาล์วน้ำตาชำรุด เอาเป็นว่าตอนหนังใกล้จบนี่ผมได้ยินเสียงร้องไห้ลั่นโรงเลยทีเดียว หันหลังไปมอง ร้องไห้กันแทบทั้งโรง 555)

ที่ร้องไห้ก็เพราะว่าหนังมันเศร้า และมันสมจริงมาก ๆ เป็นเรื่องราวชีวิตที่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกครอบครัว แล้วหนังก็ฉลาดที่จะเชื่อมโยงวัฎจักรชีวิต “การเกิด-แต่งงาน-การตาย” เข้ากับพิธีกรรมทางศาสนา (ในหนังอิงศาสนาคริสต์ โดยมีการบอกเล่าว่าเสียงระฆังโบสถ์ในชีวิตเราจะดังเพียง 3 ครั้ง นั่นคือตอนรับศีลเกิด ตอนเข้าพิธีแต่งงาน และตอนพิธีศพ)

นอกจากนี้ หนังมีประโยคจี๊ด ๆ โดนใจเต็มไปหมด เช่น พ่อนางเอกเชียร์ให้ลูกสาวที่เป็นมะเร็งรักษาลูกในท้องเอาไว้ โดยให้เหตุผลว่า “ให้ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อสร้างชีวิตใหม่” (ซึ่งในตอนหลังตัวนางเอกเองก็ค้นพบว่าคำแนะนำของพ่อเธอนั้นคือสิ่งที่ถูกต้อง เพราะลูกน้อยฮานะคือยาชูใจที่ช่วยยืดอายุ ทำให้เธอมีแรงใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป) ตอนหนังเข้าองก์ 2 นี่ผมรู้สึกหดหู่มาก เพราะพอดูชีวิตของครอบครัวนี้ แล้วก็ย้อนดูตัวเองและการใช้ชีวิตครอบครัว ทำให้รู้สึกว่าการจะมีครอบครัวนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย โดยเฉพาะในยามที่ครอบครัวกำลังเผชิญปัญหา การจะฝ่าฟันมันไปได้นี่ นอกจากจะต้องอาศัยกำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ ของครอบครัวตัวเองแล้ว บางทีมันก็ต้องพึ่งพาพ่อแม่พี่น้องเพื่อนฝูงอีกด้วย แต่ความตึงเครียดทั้งหมดก็เหมือนถูกยกออกจากอก ถูกคลี่คลายลงไป เมื่อได้ยินประโยคที่ Hirosue ที่เหมือนจะปลงได้แล้วในตอนท้าย ๆ เธอพูดว่า “คนเราถ้ามีความสุขได้สัก 70% ชีวิตนี้ก็ถือว่าดีพอแล้ว” (นี่เป็น 1 ในฉากที่วาลว์น้ำตาผมพังครืนเลยฮะ 555)

บางจุดก็รู้สึกขัดใจนิด ๆ นะ แต่มันก็สมกับญี่ปุ่นจริง ๆ ตอนฉากที่พี่สาวมาช่วยเลี้ยงลูก คุณป้าก็อุตส่าห์ซื้อสมุดนิทานมาให้หลานสาวอ่าน แต่คุณแม่ก็รบเร้าจะให้ลูกสาวมาช่วยทำซุปมิโซะให้ได้ ด้วยความเป็นเด็ก ฮานะก็เพลิน อยากอ่านนิทาน แต่แม่ก็ปรี่เข้ามาบังคับให้ลูกสาวไปทำซุปกับตน โดยให้เหตุผลว่า ลูกให้สัญญากับแม่แล้วนะ และอ้างเหตุผลเรื่องสุขภาพ (ส่วนตัวคิดว่ามันเป็นการสะท้อนค่านิยมเกี่ยวกับ “หน้าที่” ของสังคมญี่ปุ่นค่อนข้างชัดเจน แม้ว่ามันอาจจะฟังดูไม่มีเหตุผล แต่ถ้าให้คำมั่นสัญญาแล้ว ถ้าเป็นหน้าที่ ต่อให้ไม่อยากทำ ก็ต้องทำ)

4571284244153

Hana’s Miso Soup สร้างจากเรื่องจริงของคุณจิเอะ (ในรูปที่ 3) ก่อนจะมาเป็นหนัง ถูกถ่ายทอดเป็นหนังสือ และน่าจะเคยถูกทำเป็นละคร (เวอชั่นละครนี่หน้าตามุ้งมิ้งครบพ่อแม่ลูกเลย 55) แต่ในเวอชั่นหนังนี่ แน่นอน Ryoko สวยดูดีอยู่แล้ว แต่พระเอกเรานี่เนิร์ดโคตร ๆ แล้วก็ Kenichi Takito ในบทสามีผู้เสียสละนี้อาจจะเป็นเหมือนกับจังหวะขัดที่ทำให้หนังไม่ตึงเครียดจนเกินไป ด้วยการแสดงแนว overacting บวกกับการเล่นมุกจังหวะสไตล์ญี่ปุ่น ๆ (ไม่งั้นนี่โรงหนังอาจจะท่วมไปด้วยน้ำตา 555)

ปล. แอบชอบคุณครูของฮานะ อุต๊ะ สีฟ้า! 555

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s