Just another WordPress.com site

ทริปตามใจตู… ตัวคนเดียว เที่ยวเกาหลี (9)


ปิดทริป…


สรุปผลประกอบเกิน ทริปเกาหลีใต้ครั้งนี้ก็จบลงด้วยดี หลายอย่างเป็นไปตามแผนด้วยความ ราบรื่น เช่น วางงบเที่ยวไว้ 20,000 บาท ก็ใช้จ่ายประมาณนั้นพอดี วางแผนจะไปเที่ยวที่ไหน ก็ได้ไปเกือบครบทุกที่ แถมได้ไปที่ใหม่ ๆ อีกหลายที่ จากเพื่อนแนะนำบ้าง ด้นสดบ้าง นัดเพื่อนไว้ 3 คน ก็ได้เจอครบทุกคน

ก็มีบางอย่างที่ผิดแผนไปบ้าง เช่น สภาพอากาศวันท้าย ๆ ไม่เป็นใจ ตั้งใจจะไปขี่จักรยานเล่นริมแม่น้ำฮัน หรือล่องเรือด้วย สุดท้ายก็ไม่ได้ไป (วันแรก ๆ ไม่ได้เก็บ พอวันท้าย ๆ ก็ฝนตกหนักตลอด ไม่เหมาะกับการเที่ยวแม่น้ำ) บางสถานที่ก็ไม่ได้ไป (แต่ชดเชยด้วยการไปอีกหลาย ๆ สถานที่) หรือเกสเฮาส์บางที่ที่ทำเอาเราเหวอ และที่เศร้าที่สุดก็คงเป็น… เจอสาวเบี้ยวนัดวันสุดท้ายเฉยเลย T__T 555

ส่วนตัวคิดว่าเป็นทริปที่น่าประทับใจ เพราะทีแรกตั้งใจว่าจะไปหาเพื่อน ๆ เป็นหลัก ไม่คิดว่า “โซล” จะมีที่ให้เที่ยวมากมาย คงจะมีแต่สถานที่ท่องเที่ยวตามรอยละคร อะไรเทือกนี้ คนรู้จักบางคนก็บอกเลยว่า “โซลไม่มีอะไรให้เที่ยวหรอก ไปทำไมตั้งหลายวัน แค่ 2 วันก็เหลือเฟือแล้ว!” (ออกแนวมองโลกแง่ร้าย 555) แต่พอไปจริง ๆ แล้วผมค้นพบว่าโซลมีที่เที่ยวเยอะกว่าที่คิดมาก และมีที่เที่ยวหลากหลายแนว รองรับความสนใจของนักท่องเที่ยวหลายแบบได้ ไม่ว่าจะในเชิงความเป็นเมืองทันสมัย แหล่งช็อปปิ้ง แหล่งบันเทิง แหล่งศิลปะวัฒนธรรม แหล่งประวัติศาสตร์ หรือใครที่อยากจะลุย ๆ หน่อย เที่ยวแนว trekking ที่จริงเกาหลีใต้มีแหล่งท่องเที่ยวแนวธรรมชาติหรือผจญภัยมากพอสมควรเลย เพียงแต่อาจจะยังไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าไหร่ (เข้าใจว่าในเกาหลีใต้เองก็พยายามจะโปรโมทอยู่โดยผ่านรายการแนว outing ทางโทรทัศน์)

สำหรับปูซานนั้น นี่เป็นการเยือนครั้งที่ 2 ของผม ซึ่งก็ต่างจากครั้งแรกในหลายแง่ ทั้งจำนวนวัน (คราวที่แล้วอยู่ 1 อาทิตย์เต็ม คราวนี้อยู่แค่ 1 วัน) หรือในแง่ของการท่องเที่ยวและ ที่พัก (คราวที่แล้วมีคน take care ให้หมด พานั่งรถ ไปแต่ที่ดี ๆ พักโรงแรม 5 ดาว แต่คราวนี้ลุยเดี่ยว เที่ยวเอง ขึ้นรถไฟเอง พักเกสเฮาส์) ก็เลยได้เห็นแง่มุมใหม่ ๆ แปลกตาของปูซาน ทั้งในแง่ของความดิบ ความเป็นชนบท และที่แน่นอนก็คือ กลิ่นอายของเมืองนี้มีเสน่ห์เฉพาะตัว (โดยเฉพาะกลิ่นสาหร่ายและเครื่องเทศที่หอมโชยไปทั่วเมือง 55)

 

ทริปนี้ของผมอาจจะเรียกได้ว่า “ทริปใบ้” เพราะนอกจากเพื่อน ๆ เกาหลีหรือผู้คนที่เกสเฮาส์แล้ว ผมไม่ค่อยได้เสวนากับใครเลย พยายามจะช่วยตัวเองตลอด จะมีบ้างก็ตอนอยู่ในปูซาน ที่แม่ค้าหรือคุณป้าตามตลาดพยายามจะส่งภาษา และเนื่องด้วยกำแพงภาษาที่เป็นอุปสรรค ทำให้เราไม่สามารถสื่อสารกันได้

รองจากญี่ปุ่นแล้ว ผมมีเพื่อนเป็นคนเกาหลีเยอะมาก (รวม ๆ แล้วน่าจะเฉียดร้อย) คือเวลาที่เรารู้จักเขาเป็นการส่วนตัว เป็นเพื่อนกัน เขาก็จะ treat เราแบบหนึ่ง ซึ่งผมถือว่า nice เลยทีเดียว แต่เวลาที่ผมไปเที่ยวตัวคนเดียวแบบนี้ เขาก็ treat เราอีกแบบหนึ่งเลย เสมือนเราเป็นคนแปลกหน้า (เพื่อน ๆ หรือคนรู้จักบางคนของผมที่เคยไปเรียนเมืองนอก หรือเคยไปเที่ยวเกาหลีใต้เมื่อสัก 10-20 ปีก่อน เขาจะมีอคติกับคนเกาหลีค่อนข้างมาก เพราะเคยได้รับการปฏิบัติที่ไม่ดีมาก่อน) แม้ว่าภาพภายนอกที่เราพบเห็นเวลาอยู่บนท้องถนนหรือรถไฟฟ้า ทำให้เรารู้สึกว่าคนเกาหลีเป็นคนเย็นชา แต่เอาเข้าจริงแล้ว บางครั้งเวลาที่ผมเดือดร้อนจริง ๆ คนเกาหลีที่ดูเหมือนเย็นชา บางคนเขาก็พร้อมจะยื่นมือช่วยคนแปลกหน้าอย่างผมแบบสุดความสามารถ หรือผู้คนที่ผมพบที่เกสเฮาส์ ทั้งเจ้าของ และแขกที่มาพัก โดยภาพรวมก็ถือว่าน่าประทับใจเลยทีเดียว เรียกได้ว่าทริปนี้สามารถลบล้างอคติ หรือมายาคติ ที่ผมมีต่อเกาหลีใต้ในหลาย ๆ แง่ และถ้ามีโอกาสก็คงจะแวะกลับมาเที่ยวอีกแน่ ๆ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s