Just another WordPress.com site

KUNDO: Age of the Rampant (กุนโด – วีรบุรุษยุคทมิฬ)


fullsizephoto461300

อยู่ ๆ ก็จับพลัดจับผลูได้ดูหนังเรื่องนี้ โดยที่ไม่ทราบมาก่อนเลยว่า… หนังเรื่องนี้เป็นหนังใหม่เอี่ยม และทำสถิติเปิดตัวสูงสุดของหนังเกาหลีในรอบปี 2014 ที่ผ่านมา และจากที่ได้ดูแล้วก็พบว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังเกาหลีที่สนุกมากที่สุดในรอบหลายปีเลยทีเดียว เอาเป็นว่าหนังเรื่องนี้ลงตัวมาก ทั้งคอนเซ็ปต์ นักแสดง บทหนัง คิวบู๊ เพลงประกอบ และการตัดต่อ ทุกอย่างกลมกล่อมลงตัว

เรื่องย่อ… เหตุการณ์ของ KUNDO บังเกิดขึ้นในสมัยโชซอน เป็นช่วงกลียุคที่ผู้คนกำลังอดอยากแร้นแค้น แถมยังถูกซ้ำเติมด้วยการรีดนาทาเร้นของพวกขุนนางกังฉิน เนื้อเรื่องมุ่งเน้นไปที่ความขัดแย้งระหว่างชนชั้นสูงกับชนชั้นล่าง และความแค้นส่วนตัวระหว่างเจ้านายเก่าผู้สูงศักดิ์ “โจยุน” กับอดีตลูกน้องผู้ต่ำต้อย “โดลมูจี” มันเป็นการต่อสู้เพื่อปลดแอกของรากหญ้า พี่น้องชาวนา

c42830794fd1bf2e1b60b5d7d8d8e44b

หนึ่งในจุดเด่นของ KUNDO อยู่ที่พลังการแสดงของเหล่าดารา หนังเรื่องนี้ casting ได้ดีมาก และมีการเกลี่ยบทให้กับตัวละครหลักรองได้ทั่วถึง สิ่งหนึ่งที่เราชอบในหนังเกาหลีก็คือการแสดงที่สมจริงสมจัง และไม่ได้เน้นเรื่องหน้าตาอย่างเดียว แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะมี 2 พระเอกแถวหน้าอย่าง “คังดงวอน” และ “ฮาจงวู” แต่ทั้งคู่ก็พลิกบทบาทเชือดเฉือน เล่นกันชนิดไม่ห่วงหล่อ หรือห่วงลุคกันเลยจริง ๆ


คังดงวอนนั้นสวมวิญญาณเป็นโจยุนได้อย่างน่าขนลุก เขารับบทเป็นบุตรขุนนางรูปงามแต่ใจดำอำมหิต สีหน้าแววตาเย็นชาของเขาที่ถ่ายทอดออกมา รวมทั้งท่วงท่าสง่าผ่าเผยในฐานะยอดยุทธ เรียกได้ว่าไร้ที่ติจริง ๆ ขณะที่ฮาจงวูก็ทุ่มสุดตัว โกนหัวเพื่อรับบทเป็นคนแล่เนื้อโดลมูจี ที่ชะตาพลิกผันให้กลายมาเป็น 1 ในหัวโจกของกองโจรแห่งชนเผ่าชูซอล โดลมูจีเป็นพระเอกแบบดาร์ก ๆ ไม่มีมาด ทั้งกวนและเกรียน แถมโกนหัวโล้นเหมือนพี่กบวงแท็กซี่ เรียกได้ว่ามันเป็นการสลัดคราบพระเอกอย่างแท้จริง (เอาเป็นว่าถ้าดูสภาพภายนอกของ 2 ตัวละครนี้ บอกได้เลยว่าคังดงวอนคือพระเอก ส่วนฮาจงวูนั้นเป็นผู้ร้าย 555 คนหนึ่งรูปงามนามเพราะ ส่วนอีกคนรูปชั่วตัวดำ แต่นิสัยใจคอกลับตาลปัตรทั้งคู่ เหมือนจะสื่อเป็นนัย ๆ ว่าไม่ให้ตัดสินคนที่ภายนอก)

1399435071_693784

ตัวเอกทั้ง 2 เป็นตัวละครที่มีปมฝังลึกโดยมีประเด็นเรื่องชนชั้นเป็นตัวขับเคลื่อน โจยุนนั้นแม้จะเป็นบุตรขุนนาง แต่ด้วยความที่เป็นลูกนอกสมรสที่เกิดจากหญิงงามเมือง นั่นเลยเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาไม่ได้รับการยอมรับจากวงศ์ตระกูล ซ้ำร้ายเมื่อภรรยาหลวงของพ่อให้กำเนิดบุตรสืบสกุลขึ้นมา นั่นก็ทำให้ลูกเมียน้อยอย่างโจยุนรู้สึกเหมือนว่าตนถูกแย่งชิงทุกอย่างไปหมด และมันเป็นปมที่ทำให้เขากลายเป็นปีศาจเลือดเย็น ขณะที่โดลมูจีเองก็มีชาติกำเนิดที่ต่ำต้อย คนแล่เนื้อในสังคมโชซอนมีศักดิ์เยี่ยงทาส จนกระทั่งเขาได้มาเข้าร่วมกองโจรของเผ่าชูซอล นั่นจึงเหมือนเป็นการเปลี่ยนสถานภาพไปสู่เสรีชน (KUNDO ถ่ายทอดปมเหล่านี้ได้ดีมาก ๆ นอกจากแง่มุมของการต่อสู้ทางชนชั้นแล้ว มันยังสะท้อนไปถึงการต่อสู้ภายในจิตใจ คนหนึ่งชนะใจตัวเองได้ ส่วนอีกคนหนึ่งกลับแพ้ภัยตัวเอง)

fullsizephoto391026

นอกจากกลิ่นอายของ Robin Hood (ปล้นคนรวย ช่วยคนจน) แล้ว ส่วนตัวคิดว่าหนังเรื่องนี้มีกลิ่นอายของหนังญี่ปุ่นขึ้นหิ้งอย่าง “เจ็ดเซียนซามูไร” สูงมาก เชื่อว่า ผกก. ยุนจองบิน น่าจะตั้งใจทำหนังเรื่องนี้เพื่อบูชาครู อากิระ คุโรซาวะ ก็เป็นได้ ถ้าหากว่า “Seven Samurais” คือหนังคาวบอยตะวันตกรสวาซาบิ “KUNDO” เองก็คือหนังคาวบอยตะวันตกรสกิมจินั่นเอง! หนัง 2 เรื่องนี้มีจุดร่วมเหมือนกันตรงที่กลุ่มพระเอกมีสมาชิก 7 คน และพระเอกของเรื่องคือชาวนา (แต่แตกต่างกันในรายละเอียด เช่น ใน KUNDO มีการเพิ่มตัวละครหญิงเท่ ๆ อย่าง “มาฮยอง” เข้ามา หรือการวางคู่ขัดแย้ง ในหนังเจ็ดเซียนซามูไร คู่ขัดแย้งคือ [โรนิน+ชาวนา vs โจรป่า] แต่ในกุนโดนั้นซับซ้อนกว่า กล่าวคือ ถ้ามองเผิน ๆ คู่ขัดแย้งคือ [รัฐ/ชนชั้นสูง vs กบฎ/รากหญ้า] แต่ในรายละเอียดเชิงซ้อน มันได้วิพากษ์มายาคติของคำว่า “โจร” ในเชิงประวัติศาสตร์ ดังจะอธิบายในย่อหน้าต่อไป)


ในหนังมีประโยคที่ฟังดูแปลก ๆ ว่า “รวมตัวกันเราคือมวลประชา แยกกันนั้นหนาเราคือหมู่โจร” (กลับประโยคจากช่วงแรก ๆ ที่ยกให้โจรเป็นฮีโร่) หากนำเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของชนชาติเอเชียมาเปรียบเทียบกัน อาทิ โจรโพกผ้าเหลืองจากสามก๊กของจีน หรือเรื่องผีบุญในบ้านเรา จะเห็นได้ว่าประวัติศาสตร์มักจะยกย่องให้ผู้ชนะเป็นพระเอก และหยามผู้แพ้ว่าเป็นผู้ร้ายเสมอ คนที่แพ้ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฎ หรือซ้ำร้ายก็ถูกป้ายสีว่าเป็นโจร ในทางกลับกัน หนังได้ชี้ให้เห็นว่าบางครั้งพวกชนชั้นสูงเองก็ทำตัวไม่ต่างกับโจรเท่าไหร่ ด้วยการกดขี่ขูดรีด ฉ้อราษฎร์บังหลวง จนแผ่นดินลุกเป็นไฟ (หลายครั้งหลายครา “โจร” หรือ “คนเถื่อน” ในประวัติศาสตร์ก็คือประชาชน คนธรรมดา หรือไพร่ทาสที่ลุกฮือขึ้นมาต่อสู้กับรัฐ เป็นกลุ่มคนชายขอบ เป็นผู้ด้อยโอกาสทางสังคม)


ส่วนตัวรู้สึกอิจฉาไม่น้อย ที่หนังเอเชียอย่างเกาหลีหรือญี่ปุ่น สามารถหยิบยกแง่มุมทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับประชาชนคนตัวเล็ก ๆ มาถ่ายทอดให้เป็นฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่ได้ (ซึ่งต่างกับในบ้านเราแทบสิ้นเชิง เนื่องจากบริบททางสังคมที่ต่างกัน ถ้าไม่นับหนังปลุกใจอย่างเรื่องบางระจันแล้ว ผมได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่งเราจะมีหนังประวัติศาสตร์หรือย้อนยุคเกี่ยวกับ เสรีชนเจ๋ง ๆ เท่ ๆ สักเรื่องหนึ่งกับเขาบ้างนะ)

63301381.3

fullsizephoto457293

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s