Just another WordPress.com site

The Good Lie (อิสรภาพ กับ ราคาที่ต้องจ่าย)


10.01_film-review_Okwar-Jale-and-Kon-Akoue-Auok-in-The-Good-Lie_photo-by-Kelly-Walsh

ปีนี้ตั้งแต่เปลี่ยนงานและมาเรียน ป.โท ไม่ค่อยได้ดูหนังเลย พอดีเพื่อนชวนไปดูเพราะได้บัตรฟรี แวบแรกที่เข้าโรงหนังก็เหวอเลย คิดในใจว่า “เขาฉายหนังผิดหรือเปล่าเนี่ย? เพราะหน้าหนังมันคนละเรื่องกันเลย”

ใบปิด The Good Lie เน้นไปที่ตัวนางเอกฮอลลีวูด “รีส วิทเธอร์สปูน” ซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการผลักดันโปรเจ็คหนังเรื่องนี้ให้เป็นรูปเป็น ร่าง หนังว่าด้วยกลุ่มเด็กผู้ลี้ภัยสงครามในประเทศซูดาน ที่เดชะบุญรอดชีวิตมาได้ และเหมือนถูกหวยที่ได้รับคัดเลือกให้ไปใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกา ท่ามกลางเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกหลายหมื่นคนที่ต้องจำใจอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยแบบไม่รู้อนาคต

tgl_teaser-crop_lg

ครึ่งแรกของหนังสลดหดหู่มาก หนังโฟกัสไปที่ความโหดร้ายของสงครามกลางเมืองที่ผลักดันให้เด็ก ๆ นับหมื่นต้องพลัดพรากจากครอบครัว พวกเขาเดินทางไกลเป็นร้อย ๆ กิโลเมตรเพื่อหลบหนีจากการไล่ล่าของทหาร ระหว่างทางมีเด็ก ๆ ที่ล้มหายตายจากด้วยกระสุนปืน โรคภัยไข้เจ็บ การอดอาหาร และกลุ่มของมาแมร์ก็เป็นกลุ่มหนึ่งที่รอดมาได้จากการเสียสละของธีโอที่ยอมมอบตัวแก่ทหารเพื่อให้เพื่อนพ้องน้องพี่รอดชีวิต และนั่นก็กลายเป็นปมฝังใจของมาแมร์และเพื่อน ๆ ตลอดมา

โทนของหนังครึ่งหลังกลายเป็นหนัง Feel Good ที่เน้นพลังดราม่า และปลุกความหวัง กลุ่มพี่น้องของมาแมร์ได้รับเลือกให้ไปอยู่ที่อเมริกา แต่ก็มีข้อแม้ตรงที่ว่าพี่สาว “อบิธัล” จะต้องถูกแยกไปอยู่คนละรัฐ และนั่นก็กลายเป็นหนึ่งในอุปสรรคที่ทำให้ 3 หนุ่ม 3 มุมอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกนอกเหนือจากการปรับตัวในประเทศใหม่ ต่างถิ่นต่างวัฒนธรรม แต่ทั้งสามก็ค่อย ๆ ปรับตัวได้ด้วยความช่วยเหลือของนายหน้าจัดหางาน “แครี” ที่แม้ทีแรกจะทำไปตามหน้าที่เท่านั้น แต่ก็แพ้ใจหนุ่ม ๆ ซูดานที่ละลายน้ำแข็งในใจเธอด้วยความใสซื่อจริงใจ ทุกอย่างเหมือนจะไปได้สวยจนกระทั่ง “พอล” เกิดหลงผิดขึ้นมา ไหนจะมีเรื่องราวไม่คาดไม่ฝันที่กระตุกมโนสำนึกของ “มาแมร์” อย่างแรง จนเขาต้องตัดสินใจครั้งสำคัญของชีวิต (ไม่สามารถเล่าได้ เพราะจะ spoil อย่างแรง)

lost-boys

จะว่าหนังโลกสวย หรือเป็น propaganda ของอเมริกา ยูนิเซฟ และศาสนาคริสต์ ก็ใช่อยู่ แต่ส่วนตัวคิดว่าหนังทำได้ดีแล้ว เพราะมันได้สะท้อนความจริงที่แสนโหดร้ายของสงครามกลางเมืองที่คร่าชีวิตชาวซูดานไปกว่า 5 แสนคน (บางแหล่งระบุว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2.5 ล้านคน) แต่ในขณะเดียวกันหนังก็ได้ปลุกความหวังอันเหมือนดั่งแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ชาวซูดานและผู้ลี้ภัยในค่ายอพยพทั่วโลกถวิลหา (โดยหนังเรื่องนี้ได้ช่วยรณรงค์บริจาคเงินเข้ามูลนิธิเพื่อช่วยเหลือเด็ก ๆ ผู้ลี้ภัยในซูดานด้วย https://donatenow.networkforgood.org/TheGoodLieFund )

คือว่า…ชีวิตพวกเขาเจออะไรโหด ๆ มาเยอะแล้ว อิสรภาพของพวกเขามันแลกมาด้วยความสูญเสียพลัดพราก พวกเขาต้องพลัดถิ่นฐาน พลัดพรากจากครอบครัว บ้างก็สูญเสียพ่อแม่พี่น้อง เรียกได้ว่าชีวิตเป็นศูนย์อย่างแท้จริง ฉะนั้นถ้าจะถ่ายทอดแต่แง่มุมที่สลดหดหู่ก็ดูจะเป็นการตอกย้ำซ้ำเติม สิ่งที่พวกเขาต้องการคือความหวังและกำลังใจมากกว่า

สำหรับชื่อหนัง The Good Lie นั้นหมายถึงการโกหกด้วยเจตนาดี เป็นการโกหกในทางที่ดีเพื่อช่วยเหลือคน ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากนวนิยายเรื่องฮัคเคิลเบอรีฟิน (ในหนังจะมี Good Lie อยู่ด้วยกัน 2 ครั้ง ครั้งแรกคือตอนที่ ธีโอ โกหกเพื่อช่วยชีวิตเพื่อน ๆ ส่วนการโกหกอีกครั้งหนึ่งเอาไว้ไปดูกันเองนะจ๊ะ)

lost-boys-1024

หนังเรื่องนี้นอกจากจะมีเค้าโครงจากเรื่องจริงแล้ว นักแสดงชาวแอฟริกาทั้ง 4 คนก็ล้วนเป็น Lost Boys ตัวจริง (Lost Boys คือ เด็ก ๆ ที่พลัดหลงจากเหตุการณ์สงครามกลางเมืองซูดานตั้งแต่ยุค 80’ อันเป็นผลพวงมาจากความขัดแย้งของรัฐบาลซูดานกับกองทัพปลดแอก SPLA มีเด็ก ๆ กว่า 20,000 คนที่ต้องหนีหัวซุกหัวซุน ปัจจุบันผู้รอดตายส่วนใหญ่อยู่ในค่ายอพยพของประเทศเคนยา ซูดาน และอูกานดา โดยมีเจ้าหน้าที่ของยูนิเซฟคอยดูแลช่วยเหลือ ในขณะที่ความขัดแย้งก็ยังคงดำเนินต่อไป)

จัล ที่รับบทเป็นพอล ฮิปสเตอร์จอมเฮี้ยวของกลุ่ม ก่อนจะอพยพไปเคนยา เขาเคยถูกบังคับให้เป็นทหารเด็ก จัลกล่าวว่า “หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของผม และของเจอร์ (รับบทเป็นเจเรไมห์) พวกเราเล่นเป็นตัวเองเลย มันเป็นโอกาสที่เราจะได้ส่งเสียงออกไปถึงชาวโลก” จัลเล่าต่อ… “สงครามทำให้ครอบครัวของผมแตกแยก แม่ของผมเสียชีวิต ญาติพี่น้องของผมหายไปคนละทิศละทาง สงครามทิ้งบาดแผลเอาไว้ให้เรา บาดแผลภายนอกนั้นไม่เท่าไหร่หรอก แต่แผลในใจนั้นต้องใช้เวลาเยียวยาทั้งชีวิตเลย”

จัลที่ปัจจุบันเป็นศิลปินแร็ปเปอร์ในประเทศอังกฤษ กล่าวว่า “หนังช่วงแรกทำให้เรารู้สึกหนักอึ้ง ผมไม่อยากจะรื้อฟื้นความทรงจำอันเจ็บปวดหรอก สิ่งที่เกิดขึ้นในหนังมันเป็นประสบการณ์ที่น่าหลอกหลอนสำหรับทหารเด็ก แต่การได้มาแสดงในหนังเรื่องนี้ถือเป็นการบำบัดอย่างหนึ่ง” จัลทิ้งท้ายว่า “สิ่งหนึ่งที่สร้างแรงบันดาลใจได้ดีในหนังก็คือมนุษยธรรม มันถ่ายทอดให้เห็นแง่มุมของมนุษย์ที่ปรารถนาจะช่วยเหลือผู้อื่นในยามตกทุกข์ได้ยาก”

—————

อ้างอิง
http://www.charismanews.com/culture/45574-the-good-lie-tells-story-of-sudanese-christians-who-became-lost-boys

http://www.people.com/article/the-good-lie-movie-real-life-lost-boys-of-sudan-ger-duany-emmanuel-jal-reese-witherspoon

http://www.themortonreport.com/entertainment/interviews/journey-for-survival-interview-with-the-good-lies-arnold-oceng/

http://www.blackfilm.com/read/2014/10/the-good-lie-interviews-with-arnold-oceng-ger-duany-and-kuoth-wiel/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s