Just another WordPress.com site

AI WEIWEI ศิลปินจอมขบถ / นักเลงคีย์บอร์ด / หอกข้างแคร่รัฐบาลจีน !!! (1)


ai-urn02

หลายคนอาจจะรู้จักศิลปินจีน “ไอ้ เว่ยเว่ย (Ai Weiwei)” ในฐานะศิลปินร่วมสมัยที่สร้างสรรค์ผลงานระดับโลก อาทิ “สนามรังนก” (สนามกีฬาแห่งชาติปักกิ่งที่สร้างขึ้นในมหกรรมกีฬาโอลิมปิค 2008) และอาคาร Tsai Residence ในนิวยอร์ก (ที่เคยได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นในปี 2009 มาแล้ว) แต่บางคนอาจจะยังไม่รู้จักอีกโฉมหน้าหนึ่งของเขา ไอ้เว่ยเว่ยในบทบาทของนักเคลื่อนไหวเพื่อสังคม ผู้ปวารณาตนต่อสู้แบบถวายชีวิตเพื่อเรียกร้องสิทธิมนุษยชนในจีน จนกระทั่งเขากลายเป็นศัตรูตัวฉกาจและไม้เบื่อไม้เมาของรัฐบาลจีน

120726_birds_nest

ก่อนอื่นขอเกริ่นถึงประวัติย่อ ๆ ของไอ้เว่ยเว่ย… เขาเกิดในปี 1957 ในกรุงปักกิ่ง เป็นบุตรของกวีจีน ไอ้ ฉิ่ง หนึ่งในปัญญาชนที่ถูกตราหน้าว่าเป็นพวกฝ่ายขวาจัด และนั่นทำให้ไอ้ฉิ่งกับครอบครัวต้องถูกเนรเทศไปอยู่ในมณฑลซินเจียงนานถึง 16 ปี จนกระทั่งเหมาเจ๋อตุงสิ้นชีวิตและสิ้นสุดการปฏิวัติวัฒนธรรม ครอบครัวของไอ้เว่ยเว่ยถึงได้กลับมาอยู่ที่ปักกิ่ง เขาศึกษาด้านแอนิเมชั่นในวิทยาลัยภาพยนตร์ปักกิ่ง และเป็นหนึ่งในหัวหอกกลุ่มศิลปินอะวองต์การ์ดของจีนในช่วงยุค 70-80 ในทศวรรษ 80-90 ไอ้เว่ยเว่ยได้ย้ายไปใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอเมริกา ที่นั่นเขาได้รับอิทธิพลงานศิลปะแบบ conceptual art จากมาเซล ดูช็องป์ และ pop art จากแอนดี วอร์ฮอล ในปี 1993 ไอ้เว่ยเว่ยกลับประเทศจีนเพื่อมาดูแลพ่อที่ป่วยหนัก และปักหลักทำงานด้านศิลปะอยู่ในจีนมาจนถึงปัจจุบัน โดยเขาได้ก่อตั้งสตูดิโอชื่อ FAKE Design ขึ้นในกรุงปักกิ่ง

ผลงานแนว conceptual art ของไอ้เว่ยเว่ยนั้น นอกจากจะแฝงอารมณ์ขันแล้ว มันมักจะสอดแทรกนัยยะทางสังคม วัฒนธรรม และการเมือง ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาและจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ได้เสมอ ตัวอย่างผลงานเด่น ๆ ของเขา ได้แก่

ai-weiwei_han dynasty urn with coca-cola logo_1994
→ ไหโคคา-โคลา ไอ้เหว่ยเหว่ยนำไหโบราณยุคราชวงศ์ถังมาเพนท์โลโก้โค้ก แถมยังนำไหยุคฮั่นมาโยนลงพื้น จนเกิดเสียงวิจารณ์ขรม ซึ่งเจ้าตัวให้เหตุผลว่าเขาต้องการจะสะท้อนถึงด้านลบของโลกาภิวัตน์ที่กำลังครอบงำและกลืนกินขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ (โลโก้โค้กเป็นสัญญะที่ใช้แทนความเป็นโลภาภิวัฒน์ ส่วนการทุ่มแจกันลงพื้นสื่อถึงการทำลายรากเหง้า)

Visitors-walk-through-the-art-installation-Sunflower-Seeds-by-Chinese-artist-Ai-Weiwei-in-London

→ เมล็ดทานตะวัน (Sunflower Seed) เป็นงานที่ประกอบด้วยเครื่องเคลือบรูปเมล็ดทานตะวัน 100 ล้านชิ้น หนัก 150 ตัน ใช้แรงงานช่าง 1,600 คนในเวลา 2 ปีครึ่ง งาน social sculpture ในหอศิลป์ชุดนี้ที่เปิดให้คนเข้าไปเดินย่ำ นั่ง หรือแม้แต่นอนเล่น ได้แฝงแง่คิดไว้หลายประการ ได้แก่ เมล็ดทานตะวันเป็นดั่งเมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง และเป็นสิ่งเตือนใจให้รำลึกถึงอดีต (มันเป็นของกินราคาถูกในยุคปฏิวัติวัฒนธรรม และคำว่า “ตะวัน” เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงประธานเหมา) นอกจากนั้นยังสะท้อนถึงความสำคัญของ “ปัจเจกบุคคล” ที่รวมพลังกันสรรค์สร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ให้สำเร็จลุล่วงได้ ในขณะเดียวกันก็ประชดประชันบทบาทของจีนในยุคโลกาภิวัตน์ไปในตัว (จีนในฐานะผู้ผลิต mass production เพื่อตอบสนองลัทธิบริโภคนิยมตะวันตก)

HIRSHHORN: Ai WeiWei exhibition at the Hirshorn Museum in Washington

→ เพดานงู (Snake Ceiling) งาน installation art รูปงูที่เลื้อยอยู่บนเพดานชิ้นนี้ประกอบขึ้นจากเป้สะพายหลัง เพื่อรำลึกถึงเด็กนักเรียน 5,000 คนที่เสียชีวิตจากโศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวในเมืองเสฉวนในปี 2008 (หลังเหตุการณ์ครั้งนี้ไอ้เว่ยเว่ยมีบทบาทสำคัญในการรณรงค์สืบสวนคดีตึกเรียนถล่ม ทำให้บทบาทนักเคลื่อนไหวที่ใช้สื่อใหม่ของเขาฉายแววโดดเด่นขึ้นมา แต่มันก็เป็นสิ่งที่ต้องแลกมาด้วยความลำบากยากเข็ญ การโดนเพ่งเล็ง และการถูกจองจำ ที่เราจะกล่าวถึงในตอนต่อไป…)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s