Just another WordPress.com site

‘Ferris Bueller’s Day Off’ (วันหยุดสุดป่วนของนายเฟอร์ริส)


 10428673_10152177638465807_2298359727878659050_n

เพิ่งได้แปลหนังจากยุค 80′ เรื่อง ‘Ferris Bueller’s Day Off’ ไป (น่าจะรอคิวฉายทางช่อง Mono 29 นะฮะ)

– พระเอก Matthew Broderick ที่เล่นเป็นเฟอริส ในเรื่องนี้ละอ่อนสุด ๆ (เหมือนว่าสไตล์ของพระเอกในยุค 80′ แทบจะเป็นพิมพ์นิยมเลย ออกแนวหล่อใส ๆ น่ารัก ทะเล้น อีกคนหนึ่งที่เป็นไอคอนเลยคือ Michael J. Fox) หนังเรื่องนี้เป็นหนังแจ้งเกิดของเขาอย่างแท้จริง โดยตัวเขาเองบอกว่าทุกวันนี้ก็ยังมีคนมาทักเขาว่าเป็นเฟอริส บิวเลอร์ อยู่เลย

– หนังเรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นลายเซ็นของ ผกก. John Hughes ก็ว่าได้ (แนวถนัดของเขาคือ comedy) หนังอีกเรื่องที่เขาเขียนบทแล้วดังกระฉูดคือ ‘Home Alone’ นั่นเอง (สไตล์ของพระเอกกวน ๆ กะล่อน เจ้าเล่ห์เพทุบาย ชอบเล่นเครื่องยนต์กลไก ดูแล้วนึกถึง Ferris Bueller เลย)

bueller3

– หนังเรื่องนี้สะท้อนภาพลักษณ์ของยุค 80′ ได้ดีทั้งในแง่ของวัฒนธรรม แฟชั่น ดนตรี เทคโนโลยี ฯลฯ (หลายอย่างก็ยังร่วมสมัยอยู่ แต่บางอย่างพอมาดูใน พ.ศ. นี้ก็เชยไปแล้ว เครื่องซินธิไซเซอร์ที่พระเอกเล่นสมัยนั้นนี่คงจะเดิ้นสุด ๆ แต่จะสังเคราะห์เสียงสักเสียงหนึ่งได้ต้องใช้ทั้งคีย์บอร์ด แผ่นฟล็อปปี้ขนาดเกือบเท่ากระดาษ A4 ฮ่า ๆ ๆ เป็นสมัยนี้มีโน้ตบุ๊คตัวเดียวเอาอยู่)

– เรื่องย่อ ๆ ของหนังเรื่องนี้พื้นมาก คือพระเอกหนุ่มมัธยมจอมกะล่อน “เฟอริส บิวเลอร์” วางแผนจะโดดเรียนโดยแกล้งทำเป็นป่วย แต่ในแค่ 1 วันนั้นที่เขาชวนพรรคพวก แคเมอรอน และแฟนสาวสโลน ไปโดดเรียนกันก็มีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย (มีส่วนผสมของ road movie และ coming of age) จุดเด่นของหนังเรื่องนี้ที่ผมเห็นคือ “การเล่าเรื่องอย่างมีจังหวะจะโคน” และการใช้เทคนิคเล่าเรื่องแบบ breaking the fourth wall โดยให้พระเอกหันมาพูดกับคนดูถ่ายทอดความรู้สึกในใจ นอกจากนั้นการคลี่คลายปมของเพื่อนพระเอกที่เป็นคนเบื่อโลกอย่าง แคเมอรอน ในตอนท้ายนั้นก็ถือว่าทำได้ดีมาก

– ว่ากันว่า ผกก. John Hughes ต้องการทำหนังเรื่องนี้เพื่อบอกรักเมืองชิคาโก้ นอกจากแลนด์มาร์กอย่างเช่นตึกเซียร์สทาวเวอร์และพิพิธภัณฑ์ศิลปะของเมือง แล้ว เขาต้องการจะถ่ายทอดจิตวิญญาณของเมืองชิคาโก้ออกมาให้มากที่สุด (เขาใช้เวลาเขียนบทหนังเรื่องนี้เพียง 6 วันเท่านั้น ใช้เวลาถ่ายทำราว 3 เดือน)

ferris-buellers-day-off-282

– หนังเรื่องนี้แจ้งเกิดดาราหลายคน นอกจาก Matthew Broderick แล้ว นางเอก Mia Sara และพระรอง Alan Ruck กลายเป็นที่จดจำของแฟน ๆ (ตัวละครหนึ่งที่ผมชอบมากคือครูใหญ่รูนีย์ ที่เล่นโดย Jeffrey Jones เรื่องนี้แกรับบทหนักจริง ๆ 555 เป็นดาราที่แค่เห็นหน้าก็ฮาแล้ว / นอกจากนี้ยังมี Charlie Sheen โผล่มาเป็นดารารับเชิญในช่วงท้าย ๆ อีกด้วย ตลกร้ายก็คือมันเหมือนเป็นการทำนายทายทักอนาคตเรื่องปัญหาการติดยาของเขาเลย)

– เกร็ดเกี่ยวกับดาราในหนังเรื่องนี้คือ พระรอง Alan Ruck ตอนเล่นหนังเรื่องนี้เขาอายุ 29 ปีแล้ว! (หน้าเด็กมาก!!) / รักนอกจอ Lyman Ward กับ Cindy Pickett ที่เล่นเป็นพ่อแม่ของเฟอริสเกิดปิ๊งปั๊งกันนอกจอแล้วแต่งงานกันจริง ๆ และพี่น้องบิวเลอร์ เฟอริส กับ จีนนี กัดกันในจอ แต่นอกจอทั้ง Matthew Broderick กับ Jennifer Grey ได้หมั้นกันในภายหลัง

– รถที่เป็นเหมือนตัวละครเด่นอีกตัวในหนังเรื่องคือ Ferrari GT California รุ่นปี 1961 (ในหนังถูกพังเสียยับเยิน 555) ราคาประมูลล่าสุดเกิน 10 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

– เพลงประกอบหนังเรื่องนี้โดนหลายเพลง เช่น ‘Danke Schoen’ เพลงจากยุค 60 ที่ขับร้องโดย Wayne Newton

และเพลง ‘Oh Yeah’ ของวง Yello เพลงซินธ์ป็อบสุ้มเสียงแปลก ๆ แต่ติดหู

– ประโยคเด็ดประโยคหนึ่งของเฟอริสในหนังที่ผู้คนชื่นชอบได้แก่ “Life moves pretty fast. If you don’t stop and look around every once in a while, you could miss it.”

>>ข้อมูลเพิ่มเติม<<
http://www.esquire.com/blogs/culture/things-you-missed-ferris-buellers-day-off

http://www.shortlist.com/entertainment/films/15-things-you-%28probably%29-didnt-know-about-ferris-buellers-day-off

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s