Just another WordPress.com site

ILO ILO ก้าวข้ามวิกฤติชีวิต


9668152263_d7bab34045_z

เพื่อน ๆ ผมโปรโมตไว้ตั้งแต่ต้นปีแล้ว ก็เลยอยากดู ILO ILO 爸妈不在家 หนังสิงคโปร์เรื่องแรกที่ไปคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมาจากเทศกาลหนังคานส์พล็อตหนังมีส่วนคล้ายกับ A Simple Life หนังครอบครัวจากฮ่องกงที่สร้างความประทับใจให้กับหลาย ๆ คนมาแล้วเมื่อปีก่อน แต่หนังเรื่องนี้ขยายประเด็นจากครอบครัวโยงใยไปถึงปัญหาระดับชาติที่เกิดขึ้นในสิงคโปร์ อาทิ เศรษฐกิจ, การศึกษา, เชื้อชาติ, แรงงานต่างด้าว, ที่อยู่อาศัย ฯลฯ นอกจากนี้การ casting เลือกใช้ดาราหน้าตาท่าทางบ้าน ๆ มาสวมบทคนในครอบครัวและพี่เลี้ยงชาวฟิลิปปินส์ ทำให้หนังลดทอนภาพมายาของ fiction จนทำให้รู้สึกราวกับว่ามันเป็น documentary film ที่ดูสมจริงมากกว่า

นอกจากการสะท้อน lifestyle หลาย ๆ อย่างที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวสิงคโปร์อย่างเช่น ภาษาอังกฤษสำเนียง Singlish, การแขวนราวตากผ้าบนแฟล็ตแบบผาดโผน, วัฒนธรรมลูกผสม(ที่จีนเป็นใหญ่) แล้ว มุมมองและลูกเล่นหลาย ๆ อย่างของ ผกก. Anthony Chen ก็ถือได้ว่ามีเสน่ห์ยิ่งนัก อาทิ การวิพากษ์สังคมสิงคโปร์, การถ่ายทอดปมขัดแย้งได้อย่างมีจังหวะจะโคน, การวางเฟรมภาพหรือการแสดงออกผ่านทางกระจก, รวมทั้งความละเอียดอ่อนจากเรื่องใกล้ตัว (อย่างเช่นเรื่องเส้นผม, บุหรี่), และมุกตลกร้ายที่ใส่เข้ามาเป็นระยะ ๆ (มุก “ไก่” นี่ผมฮามาก ๆ 555)

safe_image.phpสำหรับเรื่องย่อ ๆ ของ ILO ILO ก็คือ… มันเป็นเรื่องราวของครอบครัวชนชั้นกลางในสิงคโปร์เมื่อยุค 90 ที่กำลังประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจ พ่อตกงานแต่อุบเงียบ แม่ที่กำลังตั้งท้องลูกคนที่สองก็กำลังหวั่น ๆ ว่าตัวเองจะโดนเลย์ออฟ ในขณะที่ลูกชาย “เจียเล่อ” เด็กมีปัญหาก็ดูเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สาก่อเรื่องให้แม่ปวดกบาลได้ทุกวันไป แม่ก็เลยว่าจ้างแรงงานฟิลิปปินส์ “เทเรซ่า” มาเป็นพี่เลี้ยงเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระซะ แต่ปรากฏว่าเทเรซ่าก็เจอเจียเล่อป่วนจนแทบจะทนไม่ไหว ก่อนที่ทั้งคู่จะเริ่มยอมรับซึ่งกันและกันในเวลาต่อมา หนังสะท้อนให้เห็นถึงวิกฤติครอบครัวที่เกิดขึ้นในระหว่างวิกฤติเศรษฐกิจ แต่ละตัวละครมีวิกฤติของตัวเองที่ต้องก้าวข้ามไป และโดยเฉพาะเจียเล่อนี่อาจจะเป็นการเติบโตหรือ coming of age ของเขาเลยก็ว่าได้

ผมชอบตรงที่หนังเรื่องนี้ถ่ายทอดได้อย่างเรียบง่ายและสมจริง (เพื่อนหลายคนอาจจะชอบ A Simple Life แต่ผมกลับชอบ ILO ILO มากกว่าแฮะ) และหนังถ่ายทอดให้เห็นการเติบโตและการยอมรับความจริงของตัวละคร แต่กระนั้นหนังก็ไม่ได้เลือกที่จะถ่ายทอดให้เห็นบทสรุปอย่างชัดเจน ราวกับจะบอกว่า “นี่แหละชีวิต เราต้องเรียนรู้และก้าวฝ่ามันไป”

ปล. ในวิกฤติมีบทเรียน ในวิกฤติมีโอกาส (และคนฉวยโอกาส ฮา…)

4-130R6105952493

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s