Just another WordPress.com site

The Grandmasters


1165034_Grandmaster-5

นึกว่าจะไม่ได้ดูซะแล้ว เพราะแค่ไม่ถึง 2 อาทิตย์ ก็หารอบได้ยากมาก ๆ
สำหรับ The Grandmaster หรือยิปมันเวอร์ชั่น ผกก. หว่องกาไว
(ที่พอถึงตอนจบ คนดูในโรงต่างเดินออกมาแบบมึน ๆ เหมือนเมาฝิ่น 555 ล้อเล่น)

ถ้าจะให้ผมสรุปความเห็นเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ ใน 1 ย่อหน้า บอกได้ว่า มันเป็น “หนังยิปมัน” ที่แหวกแนวจากหนังยิปมันแทบทุกเวอร์ชั่น ฉะนั้นถ้าใครคิดจะไปดู ขอให้ลืมภาพเดิม ๆ ไปเสีย มันอาจจะไม่ใช่หนังยิปมันที่สนุกตื่นเต้นที่สุด และไม่ได้มีฉากแอ็คชั่นดีที่สุดเหมือนเวอร์ชั่นของดอนนี่ เยน แน่ ๆ แต่มันเป็นหนังยิปมันที่… อาร์ตที่สุด, ภาพสวยหยดย้อยที่สุด, ดราม่าที่สุด, โรแมนติกที่สุด, ลุ่มลึกและคมคายที่สุด เท่าที่ผมเคยดูมา (พร้อมด้วยฉาก “ยิปมันสูบบุหรี่ที่เท่ที่สุด” 5555)

ปกติหนังยิปมันเวอร์ชั่นอื่น ๆ จะเน้นไปที่เรื่องราวชีวิตและการต่อสู้ของอาจารย์ยิปมันเป็นหลัก แต่เวอร์ชั่นนี้ได้มีการกระจายบทไปให้คนรอบข้างของยิปมัน พร้อมด้วย subplot หลัก ๆ อีก 3-4 เรื่อง โดยเฉพาะบทของ “กงเอ๋อ” หรือจางซิยี่นั้น เรียกได้ว่าโดดเด่นทัดเทียมไม่แพ้กับบทของ “ยิปมัน” ที่เล่นโดยเหลียงเฉยเหว่ยเลย (ซึ่งพอดูหนังจบแล้ว ทำให้สงสัยใคร่รู้เป็นอย่างยิ่งว่าตัวละครเหล่านั้นมีตัวตนจริง? หรือเป็น fictional character ที่หว่องกาไวแต่งเติมเข้ามา) วิธีการเล่าเรื่องก็เต็มไปด้วยการพรรณนาโดยใช้เทคนิคต่าง ๆ นานา และถึงแม้ฉากแอ็คชั่นจะน้อย แต่บางฉากก็เด็ดขาดสุด ๆ จนน่าจะกลับไปดูซ้ำอีกหลาย ๆ รอบ (ฉากเด็ดบางฉากทำให้นึกถึงหนังเรื่องอื่น ๆ อย่างเช่น The Matrix, Batman: Dark Knight หรือแม้แต่งานหนังของจางอี้โหมวด้วย)

โดยส่วนตัวเท่าที่เคยดูผลงานหนังของ หว่องกาไว มา คิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นผลงานที่เขาประนีประนอมที่สุดแล้ว (แต่ก็ยังใช่ว่ามันจะดูง่ายนะสำหรับคนทั่วไป 555) แต่กระนั้นเขาก็มิได้ประนีประนอมกับคุณภาพและสไตล์ของหนังเลย Grandmaster เป็นหนังที่รุ่มรวยไปด้วยลายเซ็นของเขา อาทิ การใช้ภาษาหนังและภาษากาย, ความละเมียดละไม, ภาพที่อบอวลไปด้วยแสงเงา-สีสัน-บรรยากาศ (ผมไม่รู้จะถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดอย่างไร แต่เหมือนมันสัมผัสได้ถึงอณูอันอบอวล)

บอกตรงตรง… คือ The Grandmaster เป็นหนังที่ “ผิดคาด” มาก ๆ ทั้งสำหรับแฟนหนังยิปมัน หรือแม้แต่แฟนหนังของหว่องกาไวเอง สำหรับผมที่ติดตามงานของหว่องกาไวมาเรื่อย ๆ ถึงแม้จะไม่มีกึ๋นพอที่จะตีความสัญญะหรืออารมณ์ต่าง ๆ ที่แกถ่ายทอดออกมาได้ดีนัก แต่ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้หว่องกาไวทำได้สุดจริง ๆ เหมือน level up ฉีกแนวหนังแอ็คชั่นทั่วไป รวมทั้งฉีกกรอบของตัวเองในบางแง่ด้วย ผมว่าแกสามารถเล่าหนังได้ราวกับเวลาที่เราอ่านวรรณกรรมสักเรื่องหนึ่ง มันเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกและเปิดช่องให้จินตนาการ จนผมชักอยากจะเห็น หว่องกาไว ทำหนังแฟนตาซี หรือไม่ก็หนังกำลังภายในสักเรื่องหนึ่ง!

เช็คข้อมูลดู หนังเรื่องนี้ทำรายได้ที่จีนดีพอสมควรเลยนะ คือราว ๆ 300 ล้านหยวน จนกลายเป็นหนังที่ทำเงินสูงสุดของหว่องกาไวไปโดยปริยาย (ส่วนในบ้านเรา หว่องกาไว กับโรงหนัง เหมือนงูกับเชือกกล้วย 555)

พิชิตใดฤาจะเท่า พิชิตใจตนเอง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s