Just another WordPress.com site

Eclair (ขนมหวานสร้างแรงบันดาลใจ)


EPSON MFP image

หนังเปิดเทศกาล Japan Film Fest 2013 ปีนี้เน้นธีมอาหารและขนม
ในฐานะขาประจำ รู้อยู่แล้วว่าต้องไปเข้าแถวจองตั๋วก่อน แต่ไม่นึกว่าคนจะเยอะขึ้นทุกปี ๆ ปีนี้แจกบัตร 6 โมงครึ่ง ผมไปถึงก่อน 6 โมง คนก็มาเข้าคิวกันเป็นร้อยคนแล้ว! (แล้วเนื่องด้วยวันนี้เป็นพิธีเปิด กว่าจะได้ดูหนังจริง ๆ ก็ 2 ทุ่มเศษนู่นแน่ะ!)

วกมาคุยกันที่เรื่องหนัง… ชื่อหนัง Eclair และได้ยินแว่ว ๆ มาว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กผู้ชายที่มีขนมเอแคลร์เป็นแรงบันดาลใจให้เขาอยากเป็นช่างทำขนม เราก็มโนภาพไว้อย่างหนึ่ง

แต่ประทานโทษ ตั้งแต่หนังเปิดเรื่องมา มันไม่ได้เป็นแบบที่คิดเอาไว้เลย นี่มันกลายเป็นหนังชีวิตรันทดของเด็กกำพร้าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปเสียนี่! (ตั้งแต่ต้นเรื่องถึงเกือบปลายเรื่อง ดูแล้วรู้สึกเหมือนได้อ่านการ์ตูน “เก็น เจ้าหนูสู้ชีวิต ภาค 2” ประมาณนั้นเลย 555) แถมเจ้าขนมที่เป็นชื่อเรื่องอย่าง “เอแคลร์” ก็โผล่มาให้เห็นแบบแทบจะนับครั้งได้

เรื่องย่อ ๆ ก็คือเด็กชาย “อะคิโอะ” เป็นเด็กกำพร้าที่ไปลักขโมยของกิน เมื่อนายตำรวจจับตัวได้แทนที่จะดุด่าว่ากล่าวเขา แต่กลับมอบขนมปังให้แก่เด็กน้อยผู้หิวโหยด้วยความเมตตา ทำให้เขาประทับใจเป็นอย่างมาก และต่อมาพอได้ไปเรียนที่โรงเรียนดัดสันดาน ในท่ามกลางบรรยากาศที่โหดร้ายตึงเครียด หนุ่มน้อยได้รับการบรรเทาใจจากบทเพลงของคุณครูสาวสวย “โยโกะ” ที่ว่าด้วยความสุขจากการลิ้มรสขนมเอแคลร์ และนั่นได้กลายเป็นแรงบันดาลใจที่คอยหล่อเลี้ยงหัวใจดวงน้อย ๆ ของอะคิโอะเสมอมา หลังจากนั้นหนังก็ดำเนินไปตามทางของมัน อะคิโอะต้องออกผจญภัย สู้ชีวิต เผชิญอุปสรรคต่าง ๆ นานาไปจนจบเรื่อง (spoil นิด ๆ หนังเรื่องนี้ดูแล้วนึกถึงหนังญี่ปุ่นเรื่อง When the Last Sword Is Drawn ที่ตลอดทั้งเรื่องเป็นการเล่าเรื่องแบบ flashback ลูกหลานหวนนึกถึงปู่ย่าของตัวเอง ประมาณนั้น)

โดยส่วนตัวแล้ว ทางของหนังเรื่องนี้ไม่ใช่แนวที่ตัวเองชอบเท่าไหร่ เพราะหนังญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น 2 สายหลัก ๆ คือ “น้อย” กับ “เยอะ” และหนังเรื่องนี้ก็จัดอยู่ในก ลุ่มหลัง กล่าวคือเป็นหนังแนว Melodrama ที่เน้นการแสดงแบบ overacting และกระชากอารมณ์คนดู สุข เศร้า สะเทือนใจ แบบสุด ๆ กันไปข้างหนึ่ง แต่จะว่าไปหนังก็ทำได้ดีและสุดในแนวทางของมัน และมีการผูกปมตัวละครค่อนข้างดี ในตอนท้าย ๆ ที่มีตัวละครเก่าบางตัวโผล่กลับเข้ามา สร้าง impact ได้ดีมาก ๆ (ตัวหนึ่งที่โผล่มาแล้วผมอึ้งเลย ก็คือเจ้า “ซาตานเผือกใจดำ” นั่นแหละ) และช่วงท้าย ๆ บางฉากก็เรียกน้ำตาจากผมได้เป็นปี๊บ (ไม่ได้ดูหนังแล้วร้องไห้มานานหลายเดือนแล้วนะ 555)

แต่สิ่งที่ประทับใจเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้(และหนังญี่ปุ่นอีกหลายเรื่อง) ก็คือ ในการนำเสนอ บางทีเขาจับประเด็นหรือ motif เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ดูเหมือนไม่สลักสำคัญอะไร แต่ผู้กำกับเหล่านั้นสามารถนำมันไปโยงเข้ากับอารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร และใช้มันเป็นสิ่งผลักดันพฤติกรรมตัวละครและการดำเนินเรื่องได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ (อย่างในหนังเรื่องนี้ “เอแคลร์” เป็นแรงบันดาลใจให้กับพระเอก และเมื่อเทียบกับในยุคปัจจุบันที่เราหาเอแคลร์กินกันได้อย่างง่ายดาย แต่ในยุคสงครามที่อาหารการกินขาดแคลน ขนมหวานกลายเป็นสิ่งหายากและต้องห้าม ฉะนั้นเพียงแค่การมโนภาพนึกถึงมันก็ทำให้มีความสุขเล็ก ๆ และมีความหวังเฝ้ารอให้ถึงวันที่สงครามจบลง เมื่อนั้นทุกคนก็จะได้กลับมากินขนมอร่อย ๆ กันอีกครั้ง)

ปล1. นางเอกน่ารักดี คุณครูโยโกะ หลงรัก
ปล2. -_- ขออภัยผู้จัด ไม่ชอบเลยกับการจัดพิธีเปิดแบบเอิกเกริก ปีนี้จัดเต็มมาก ๆ มีทั้งดาราซีเล็บ ซึ่งส่วนตัวเราว่าไม่จำเป็นเลย เปลืองงบเปล่า ๆ จริงอยู่อาจจะได้หน้าสื่อมาบ้าง แต่มันดูแล้ว fake อ่ะ เราว่า…

เราโอเคนะ กับแขกรับเชิญอย่าง เม (เจ้าของร้าน After You) , ตั้ม – วิสุทธิ์ พรนิมิต หรือ คุ่น – ปราบดา อะไรแบบนี้ คือดูแล้วพวกเขามีความสนใจในวัฒนธรรมญี่ปุ่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และอย่างคุณเมที่ทำธุรกิจร้านอาหารก็เข้ากับธีมงานได้ดี แต่ประเภทต้องมีดารามา act ท่าถ่ายรูปอะไรแบบนี้ เราว่ามันดูไม่เข้าท่าเบยอ่ะ -_- (ยกเว้นถ้าเขาไม่คิดค่าตัว หรือค่าตัวกันเอง อันนั้นข้าพเจ้าต้องขออภัยด้วย 5555)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s