Just another WordPress.com site

BIFFY CLYRO ความงดงามที่แฝงอยู่ในความเกรี้ยวกราด


biffy_clyro

สำหรับประวัติย่อ ๆ ของวง
BIFFY CLYRO เป็นวงร็อค 3 ชิ้นจากเมืองคิลมาร์น็อก, สก็อตแลนด์ ประกอบไปด้วย
– Simon Neil (พี่สัก) ร้องนำ, ลีดกีตาร์
– James Johnston เบส, ร้องประสาน
– Ben Johnston กลอง, ร้องประสาน

BIFFY CLYRO เป็นวงร็อคที่มีสำเนียงดุดัน เพราะได้รับอิทธิพลทางดนตรีมาจากสาย hardcore และ progressive ดนตรีจึงมีหนักมีเบา บางเพลงก็มีริฟฟ์กีตาร์ค่อนข้างโหด แต่เห็นดุดันขนาดนี้ พวกเขาก็ถือเป็นวงหนึ่งที่แต่งเพลงบัลลาดได้โคตรเพราะเลยครับ!

สำหรับชื่อวงแปลก ๆ BIFFY CLYRO (บิฟฟี่ ไคลโร) นั้น ที่จริงทางวงอุบไต๋ไว้นานมาก และเพิ่งจะยอมเผยความลับเมื่อไม่นานมานี้เอง เพราะทนรำคาญการเซ้าซี้ของพวกนักข่าวไม่ไหว (แต่ขนาดสมาชิกวงเองก็ยังบอกเล่ามาไม่เหมือนกัน ถ้าไม่เมา ก็คงจะอำนักข่าวเล่น 555)

– โดย Simon Neil เผยว่า ชื่อนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Cliff Richard ป็อบสตาร์รุ่นเดอะตัวพ่อของเกาะอังกฤษ เนื่องจากสมัยพวกเขาเด็ก ๆ ที่สก็อตแลนด์จะมีสินค้าลิขสิทธิ์ ต่าง ๆ ของ Cliff วางขายอยู่เต็มไปหมด พวกเขาก็เลยนึกขึ้นเล่น ๆ ว่าน่าจะทำปากกา Biro รุ่น Cliff ออกมาขาย (ปากกา Biro คือปากกาลูกลื่นราคาถูกนั่นแหละฮะ)
พวกเขาก็เลยตั้งชื่อปากกาดังกล่าวว่า Cliffy Biros ก่อนจะแผลงมาเป็นชื่อวงว่า Biffy Clyro

– ขณะที่มือกลอง Ben บอกว่า ชื่อนี้มาจากการจับคู่คำ 2 คำ ระหว่าง Biffy ซึ่งเป็นชื่อเล่นของสายลับตัวจริงที่เป็นแรงบันดาลใจให้แก่นวนิยายดัง James Bond และ Clyro เป็นชื่อของเมืองหนึ่งในเวลส์ ที่ครอบครัวของพวกเขาเคยไปเที่ยวพักผ่อนวันหยุด

—————–

เริ่มแรกที่ผมรู้จักวงนี้จริง ๆ ก็คือเมื่อปี 2010 ตอนนั้นแอดเมา “มิสเต๋อ” เป็นคนที่ติดตามวง BIFFY CLYRO แถมยังตามติดความเคลื่อนไหวของศึกชิงแชมป์ UK Chart ในสัปดาห์คริสต์มาส ซึ่งปีนั้นถือเป็นปีที่มันมาก ๆ เลยฮะ!

>>เนื่องจาก>>
1) เต็ง 1 นาย Matt Cardle ซึ่งเป็นแชมป์รายการ X Factor ซีซั่น 7 จะเข็นเพลง ‘When We Collide’ ที่ไปคัฟเวอร์เพลง ‘Many of Horrors’ ของ BIFFY CLYRO มานั่นเอง

2) ทีนี้แฟน ๆ ของ BIFFY CLYRO เกิดอาการยี้เห้ฮะ ก็เลยก่อม็อบชักชวนให้แฟน ๆ พร้อมใจกันช่วยซื้อเพลงต้นฉบับของแท้ ‘Many of Horrors’ ให้แซงหน้าของเทียมขึ้นอันดับ 1 ให้จงได้

3) และสาวกเพลงอินดี้ ยังปลุกแผนพิฆาต 4’33 ขึ้นมาอีก โดยมุ่งหมายจะสกัดดาวรุ่งอย่างนาย Matt Cardle ให้สิ้นชื่อ (สรุปสั้น ๆ คือเพลง 4’33 เป็นเพลงคารวะครูเพลง John Cage ที่ไร้สรรพเสียงตลอด 4 นาทีครึ่งนั้น)

4) แต่ผลสุดท้ายก็คล้าย ๆ กับผลเลือกตั้งบ้านเราล่ะฮะ 555 กล่าวคือ “พวกนอนมา” ยังไงก็นอนมา ส่วนพวกคู่แข่งก็ตัดคะแนนกันเอง โดยอาทิตย์ดังกล่าว Matt Cardle ครองแชมป์ไปด้วยยอดขาย 4.4 แสนก็อปปี้ / ส่วนเจ้าของเพลงต้นฉบับอย่าง BIFFY CLYRO ได้อันดับที่ 8 / ขณะที่ 4’33 แม้จะเรียกเสียงฮือฮาได้ แต่ยอดขายจริงก็ไม่เข้าเป้าเท่าไหร่ (ถ้าจำไม่ผิดน่าจะอยู่ใน top20 ฮะ)

——————

OnlyRevolutions

สำหรับอัลบั้มที่แจ้งเกิด BIFFY CLYRO จนดังเปรี้ยงปร้างก็คือ
อัลบั้มที่ 5 ‘Only Revolutions’ ที่ได้ทั้งเงินทั้งกล่อง

โดยในปี 2010 อัลบั้มนี้ไต่ขึ้นไปสูงสุดที่อันดับ 3 และทำยอดขายรวมได้เฉียด 4 แสนแผ่น พร้อมกับได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Mercury Prize 2010 (แชมป์ของปีนั้นคือ the xx)

อัลบั้มนี้เพลงดี ๆ เพียบฮะ นอกจาก ‘Many of Horrors’ แล้วยังมี Bubbles, Mountains, God & Satan, The Captain เป็นต้น

—————–

SNA23BIF1_682_894397a

::Simon Neil ศิลปินผู้คลั่งไคล้รอยสัก::

ไม่ต้องบอกก็รู้ (เพราะตัวพี่มันฟ้องขนาดนั้น! 555)

Simon Neil เป็นคนที่ชื่นชอบรอยสักมาก ๆ โดยเขาถือว่าการสักเป็นวิธีสะสมงานศิลปะบนร่างกายอย่างหนึ่ง

Neil สารภาพว่า “ผมมีรอยสักอยู่บนตัวทั้งหมดราว ๆ 30 แห่ง ตอนนี้ท่อนบนผมไม่เหลือที่จะให้สักแล้วล่ะ แต่ผมคงจะไม่สักตรงท่อนล่างหรอกนะ”

รอยสักของ Neil ส่วนใหญ่จะได้ต้นแบบมาจากงานศิลป์ชื่อก้องโลก อย่างเช่น ภาพสเก็ตช์ของ Da Vinci หรือรูปกางเขนของ Dali

สำหรับรอยสักรูปแรกของเขานั้น เป็นอาร์ตเวิร์กจากวงชื่อ Perfect Record ซึ่ง Neil บอกว่า “ตอนนี้ผมไม่ได้ติดตามผลงานพวกเขาแล้ว แต่ผมยังชอบรอยสักนี้อยู่นะ”

และเห็นห่าม ๆ อย่างนี้ แต่ก็แอบน่ารักนะ!
เพราะที่หน้าอกของ Neil มีประโยคเด็ดจากเพลงของวง Beach Boys แผ่หราอยู่ว่า ‘God Only Knows What I’d Be Without You’ ซึ่งเป็นรอยสักที่เขาอุทิศให้กับเมียสุดที่รัก Francesca Neil นั่นเอง (จากข้อมูลบอกว่า เพลงนี้เป็นเพลงที่ทั้งคู่ได้เต้นรำคู่กันเป็นครั้งแรก… โอย สวีทซะ ฮิ้วๆๆๆ)

ลิ้งนี้ >> เผื่อใครจะไปตามรอยรอยสักพี่แกฮะ 555 >> http://www.thesun.co.uk/sol/homepage/news/scottishnews/2650263/Simon-Neil-is-the-The-Biffy-Clyro-art-rocker.html

—————

ในยุทธจักรเพลงอัลเทอร์
BIFFY CLYRO เป็นอีกวงที่ขึ้นชื่อว่าแสดงสดได้มันสะแด่วสุด ๆ

เริ่มต้นจากเวทีเล็ก ๆ บัดนี้ 3 สหาย BIFFY CLYRO ได้กลายเป็นวงเฮดไลน์ในหลาย ๆ เทศกาลดนตรี อาทิเช่น Glostonbury 2011

และล่าสุดพวกเขาได้เป็นวงเฮดไลน์ในเทศกาลยักษ์ใหญ่อย่าง Reading & Leeds 2013 (ขึ้นชื่อเป้ง ๆ วงแรกเลยฮะ! 555)

biffy_clyro10_website_image_prints_standard

เอาคลิปนี้ไปพิสูจน์ความมันสะแด่วของ BIFFY CLYRO กันหน่อยฮะ

จากเทศกาล Glostonbury เมื่อปี 2011 ที่นาย Simon ถอดเสื้อเล่นมันทั้งคอน (ใจคอพี่จะเป็นชีริวหรือไงฮะ? 55)

ที่เก๋อีกอย่างคือ วงคัฟเวอร์เพลง Crazy In Love ของ Beyonce มาโชว์ด้วยฮะ (แหม่… ทำไปได้ 55)

—————–

ปิดท้ายกันด้วยผลงานล่าสุดชุดที่ 6
‘Opposites’

Biffy_Clyro_-_Opposites

หลังจากฝ่าฟันกันบนเส้นทางดนตรีมานานกว่าทศวรรษ
ในที่สุด BIFFY CLYRO ก็นำผลงานขึ้นอันดับ 1 บน UK Chart ได้สำเร็จ

โดย Opposites ครองอันดับ 1 ในสัปดาห์ล่าสุดที่ประเทศอังกฤษ
ด้วยยอดขายกว่า 7 หมื่นชุด

สำหรับอัลบั้มนี้ที่ออกล่าช้า ก็เนื่องจากทางวงต้องเสียเวลากับการทัวร์คอนเสิร์ตไปเยอะ อันเป็นผลต่อเนื่องมาจากความสำเร็จของอัลบั้มก่อน ซึ่งระหว่างนั้นทางวงก็แต่งเพลงเก็บมาเรื่อยจนได้ถึงมากกว่า 40 เพลง

ซึ่ง Simon Neil เผยว่า “อัลบั้ม Opposites นี้จะเป็นอัลบั้มคู่ โดยแต่ละแผ่นจะมีอารมณ์ที่ต่างขั้วกันเลย อัลบั้มหนึ่งจะให้ความรู้สึกแบบหยิน สว่างไสว ส่วนอีกอัลบั้มหนึ่งจะให้ความรู้สึกแบบหยาง มืดหม่น”

‘Mon the BIFF!’

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s