Advertisements

Just another WordPress.com site

ไปแอ่วสุโขทัย: คนเมืองกรุงหลงเสน่ห์เมืองเก่า (2)


ย้อนความจากตอนแรก…

หลังจากได้ที่พักที่ตัวเมืองตอน 6 โมงเช้า ก็นอนหลับเอาแรงแล้วตื่นขึ้นมาอีกทีตอนประมาณ 9 โมง

ออกไปเดินสำรวจรอบ ๆ ก็พบว่าแถว ๆ สะพานพระร่วงที่ตัวเองอยู่ (หรือแม่น้ำยม) เป็นจุดที่สะดวกที่สุด เพราะมีที่พักราคาประหยัดอยู่หลายที่(เดี๋ยวจะมาสาธยายในตอนหลัง), มีตลาด, มีสำนักงาน ททท., และมีท่ารถสองแถวอยู่ไม่ไกล

จากนั้นเราก็ขึ้นท่ารถไปที่ย่าน “เมืองเก่า” เพื่อจะไปอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย…

ค่ารถปกติจะอยู่ที่ 15-20 บาท (แต่เขาจะชาร์จนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็น 30 บาท วันดีคืนดีเห็นเราเป็นคน กทม. เราก็จะพลอยได้อานิสงส์จ่ายเพิ่มไปด้วย 555)

ตรงหน้าอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยจะมีจักรยานให้เช่า คันละ 30 บาท/วัน (รวมทั้งมีรถมอเตอร์ไซค์ให้เช่า, เกสต์เฮาส์ และร้านอาหาร)

ซึ่งสำหรับใครที่ไม่มีรถส่วนตัวแล้ว จักรยานจะช่วยทั่นได้มาก เพราะอุทยานฯของสุโขทัยกว้างใหญ่จริง ๆ จากโซนหนึ่งไปโซนหนึ่งบางทีห่างกันเป็น 10 กิโลเมตร ถ้าเดินคงจะหอบตายเสียก่อน

อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยจะแบ่งออกเป็น 4 โซนหลัก ๆ คือ

1) “อุทยานส่วนหน้า” (ตรงกลาง) มีไฮไลท์คือ วัดมหาธาตุ, อนุสาวรีย์พ่อขุนรามฯ, วัดสระศรี และวัดศรีสวาย

2) “โซนตะวันออก” (นอกกำแพงเมืองด้านขวา) มีวัดช้างล้อม และวัดตระพังทองหลาง

3) “โซนเหนือ” (นอกกำแพงเมืองด้านบน) มีวัดพระพายหลวง, วัดศรีชุม, และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (แวะมาพักผ่อน และขอข้อมูลจาก จนท. ได้)

4) “โซนตะวันตก” (นอกกำแพงเมืองด้านซ้าย) มีจุดเด่นคือ วัดสะพานหิน

อุทยานส่วนหน้าที่อยู่ในรั้วสี่เหลี่ยมนั้นเหมือนเป็นการวอร์มอัพ(หลอก เด็ก) และการขี่จักรยานข้ามไปโซนตะวันออกเพื่อไปดูวัดช้างล้อมนั้นก็ยังชิล ๆ อยู่ สำหรับโซนเหนือ(ไปวัดพระพายหลวง หรือ วัดศรีชุม) นั้นหนทางก็จะเริ่มไกลขึ้นและซับซ้อนขึ้น (ประมาณ 3-4 กิโลฯ ได้ ชวนให้หลงทางนิดหน่อย)

***แต่โซนตะวันตกที่จะไป “วัดสะพานหิน” นี่สิครับ หินของจริง!*** เพราะระยะทางไกลร่วม 10 กิโลฯ ทีเดียว (และถ้าไปผิดทางก็จะบวกไปเป็น 15-20 กิโลฯ หรือไม่ก็มีสิทธิ์หลงทางข้ามไปจังหวัดตากเลย! 5555)

สำหรับอุปสรรคในการเดินทางไปวัดสะพานหินของผมก็คือ…

1) อากาศมันร้อนมาก ๆ

2) ด้วยความที่ปั่นไปกับเพื่อนต่างชาติ ซึ่งยึดถือแผนที่ค่อนข้างมาก ทำให้ผมเลือกไปทางถนนใหญ่ ซึ่งจะขี่ยากกว่าทางในอุทยาน เพราะต้องคอยระวังรถยนต์ด้วย แต่ข้อดีคือถ้าเราขี่ไปตามถนนเส้นไปจังหวัดตาก และไม่หลงทาง ทางเข้าจากถนนใหญ่จะพาเราจะไปโผล่ตรงข้างหน้าวัดสะพานหินพอดีเลย (พูดถึงเรื่องแผนที่แหล่งท่องเที่ยวในไทย สำหรับผมแล้ว ผมจะชอบดูคร่าว ๆ แล้วไปตายเอาดาบหน้า 555 กล่าวคือ… บางทีเราเชื่อแผนที่มากไม่ได้ เพราะบางทีเพื่อการ PR เขาก็ทำแผนที่ให้ออกมาดูดี ดูเหมือนใกล้ แต่ในความเป็นจริง บางทีมันอยู่โคตรไกลกันเลย หรือไม่ก็มีจุดแตกต่างบางอย่างที่แผนที่ไม่สามารถจะบอกคุณได้…)

3) ป้ายบอกทางน้อยสุด ๆ ฮะ!! ทั่นมีสิทธิ์หลงทางเอาได้ง่าย ๆ จะให้ดีต้องคอยแวะถามทางจากชาวบ้านเป็นระยะ ๆ (อันนี้ถือเป็นอุปสรรคใหญ่เลย จนบางทีแอบคิดว่า น่าจะเจียดงบจาก กทม. และปริมณฑล ที่มีป้ายเหลือเฟือจนบางทีออกจะเยอะเกินจำเป็นมาให้จังหวัดสุโขทัยเสียบ้าง! 555)

วันนี้โชคดีที่อยู่ ๆ ก็ได้เพื่อนร่วมทางสาว 1 คน เพราะระหว่างขี่จักรยานอยู่แถว ๆ โซนเหนือตรงวัดแม่โจน ก็เผอิญไปเจอสาวแบ็คแพ็คเยอรมันนามว่า “เจนนี่” เข้าให้ ก็มียิ้มทักทายกัน แล้วคุยกันไปกันมา ผมก็เลยอาสานำทางให้ซะเลย 555 (ดีนะ ดีกว่าขี่คนเดียว สนุกกว่ากันเยอะ ไม่เหงาด้วย คริๆๆ)

แต่เพราะการไปกับเจนนี่ ก็ทำให้วันนั้นผมต้องพลาด “วัดศรีชุม” ไป เพราะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว จะต้องเสียค่าเข้าจุดท่องเที่ยวหลัก ๆ 3 จุด / จุดละ 100 บาท (ส่วนคนไทยจุดละ 20 บาท) เจนนี่ก็เลยคิดว่าเธออยากจะข้ามวัดศรีชุม แล้วไปดูวัดสะพานหินเลยดีกว่า

แต่เพื่อนใหม่คนนี้ก็รั่วเอาเรื่องฮะ! -_-  

การที่ผู้หญิงต่างชาติบางคนกล้าที่จะมาเที่ยวแบ็คแพ็คคนเดียว ผมเองต้องยอมรับนับถือเลยว่า “เก่งและกล้า” จริง ๆ

แต่บางทีมันก็มีข้อเสียเยอะ เพราะพวกเธอก็ต้องเสี่ยงอันตราย และบางทีก็กล้าโดยไม่จำเป็น

บางครั้งด้วยความต่างวัฒนธรรม พวกเธอก็จะไม่เข้าใจหรอกว่าประเทศเรา(หรือประเทศอื่น ๆ) เป็นอย่างไร มีข้อพึงระวังอะไรบ้าง

ซึ่งทุกครั้งที่ผมเจอเพื่อนต่างชาติก็จะคอยพร่ำสอนและเตือนเสมอ ว่า “อย่าเผลอคิดว่าคนไทยใจดี มียิ้มสยาม คนไทยเป็นคนดีไปหมด เพราะไม่ว่าที่ไหนก็มีทั้งคนดีและคนไม่ดี และพวกคนไม่ดีที่คอยจ้องฉวยโอกาสจากนักท่องเที่ยวนั้นน่ากลัวมากๆ!” (อันนี้เราเคยได้สัมผัสมาแล้วโดยตรง กับประสบการณ์ฝ่าดงทีน 555 ซึ่ง ที่จริงเราว่าหน่วยงานการท่องเที่ยวบ้านเราที่ไม่สามารถจะควบคุมปัญหาตรงนี้ ได้ ควรจะปรับทัศนคติในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ไม่ใช่ดีแต่สร้างภาพฉาบฉวยอย่างเดียว ฉายให้เห็นแต่ด้านดี ประเทศไทยดีอย่างนั้นดีอย่างนู้น แต่เราควรจะยอมรับความจริง ต้องบอกให้เขารู้ทั้งด้านดีและด้านลบ เพื่อความปลอดภัยของตัวนักท่องเที่ยวเอง และเพื่อการรักษาภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเราในระยะยาวด้วย!)

ซึ่งตัว “เจนนี่” เองนั้น ผมเองยอมรับในความลุยของเธอ แต่ผมว่าบางทีเธอก็เป็นคนประเภทดื้อรั้น เอาแต่ใจตัวเอง หรือแม้แต่ค่ำไหนนอนนั่น (เธอเล่าให้ผมฟังว่าตอนอยู่เชียงใหม่ เคยไปเที่ยวแล้วหลงอยู่ตามดอย แต่โชคดีที่ได้ชาวเขาช่วยไว้ แถมให้เธอกับเพื่อนอยู่บ้านฟรีเลยอีกต่างหาก มันก็เลยทำให้เธอยิ่งคิดบวกกับคนไทย ซึ่งก็เป็นข้อดีไง แต่ความจริงคือคนเราไม่ได้โชคดีไปตลอดแบบนี้)

 แล้วเย็นวันนั้นด้วยความที่เราทั้งสองต่างก็ใหม่ต่อสุโขทัยด้วยกันทั้งคู่ เราเองก็พยายามรักษาเวลา เอาจักรยานมาคืนก่อน 6 โมงเย็น

***แต่หารู้ไม่ว่า… เราพลาดไปเสียแล้ว!! เพราะที่เมืองเก่าสุโขทัย รถรา พวกสองแถว ตุ๊กตุ๊ก จะหมดก่อน 5 โมง!!***

เรื่องคืนนั้นมันน่าจะจบลงตรงที่… เราหารถกลับเข้าตัวเมืองไม่ได้ ก็เลยพักอยู่เกสต์เฮาส์แถว ๆ เมืองเก่า หรือไม่ก็หารถตุ๊กตุ๊กจนได้ แล้วกลับเข้าไปตัวเมือง (ส่วนจะไปทำอะไรต่อนั้น ก็แล้วแต่ทั่นจะจินตนาการต่อเอาเอง 555)

แต่ว่าฉากจบของวันนั้น มันไม่ใช่แบบนั้นไงฮะ!

เพราะเจนนี่เธอมีแผนดื้อๆ ของเธอว่า… เธอจะหาเช่ามอเตอร์ไซค์ แล้วขี่ข้ามไปจังหวัดพิษณุโลกตอนกลางคืน เพื่อจะไปดูโรงหล่อพระ แล้วกลับเชียงใหม่ในตอนค่ำของอีกวัน ผมก็เตือนแล้วเตือนอีก “นี่ตัวเธอว์ ขี่มอไซค์ตอนกลางคืนตามถนนชนบทเมืองไทยเนี่ยมันอันตรายนะยะหล่อน แล้วเธอเช่ารถจากสุโขทัยไปพิโลก ร้านที่ไหนเขาจะยอมให้เธอเช่ายะ? ฉันว่าเธอค้างที่สุโขทัยจะดีกว่า” 

แต่ชะนีเยอรมันโคตรดื้อเลยฮะ หล่อนยืนกรานจะไปให้ได้ 555

เท่านั้นไม่พอ หลังจากที่พวกเราไม่สามารถหารถสองแถวและตุ๊กตุ๊กกลับเข้าตัวเมืองได้ หล่อนก็เริ่มแผลงฤทธิ์ hitchhike โบกรถตามสไตล์คนยุโรป -_- (ซึ่งผมเองในฐานะคนไทย เราเกรงใจนะ ไม่กล้าโบกหรอก ถ้าโบกก็โบกรถตำรวจนู่นเลย ประมาณนั้น แล้วที่สำคัญเราเองก็กลัวด้วย เกิดหล่อนไปโบกรถซี้ซั้ว เจอพรานป่าล่าสวาทเข้าให้ แหม่… เนื้อนมไข่แบบนี้ ไม่รอดแน่ ๆ 555 ธรรมเนียมการโบกรถของเขากับของเรามันไม่เหมือนกันดอก)  

เจนนี่โบกกี่คันก็ไม่จอด ผมเองแม้จะขวยเขิน แต่ก็โบกบ้างเป็นบางที

จนสุดท้ายอยู่ ๆ เธอก็ไปโบกรถวอลโว่รุ่นเก่าที่จอดอยู่หน้าร้านเซเว่นฯ คนขับผัวเมียก็หน้าเจื่อน ๆ ท่าทางมึน ๆ

ผมก็เลยเข้าไปคุยอธิบาย “อ๋อ พอดีเราจะหารถเข้าเมืองน่ะครับ แต่หาไม่ได้เลย เพื่อนผมเขาก็เลยอยากจะขออาศัยรถพี่ไปด้วย แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะครับ เดี๋ยวเราจะพยายามหารถรับจ้างกลับไปกันเอง บลา ๆ ๆ”

ถึงแม้พี่ ๆ เขาจะหน้าเจื่อน ๆ (และทีแรกดูเหมือนไม่ค่อยเต็มใจ 555)

แต่เขาก็ยินดีรับเราขึ้นรถไปส่งให้ในตัวเมือง และเรายิ่งประทับใจเมื่อมารู้ทีหลังว่า ที่จริงแล้วพี่เขาไม่ได้กะจะเข้าตัวเมืองเลย แต่เขาไปส่งเราให้โดยเฉพาะ พออยู่บนรถก็ได้คุยกัน ก็เลยรู้ว่าเจ้าของรถ “พี่ใหญ่ และ พี่ตุ๊ก” อยู่ที่พิโลก แต่รถดันมาเสียที่สุโขทัย ก็เลยต้องขับเทียวมาเทียวไปเพื่อมาดูว่ารถซ่อมเสร็จหรือยัง พี่ใหญ่แกเป็นข้าราชการที่ย้ายไปตามจังหวัดต่าง ๆ แล้วก็มาพบรักกับพี่ตุ๊กซึ่งเป็นคนสุโขทัย ได้แต่งงานกัน แล้วสุดท้ายก็มาลงเอยอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก… ผมเองก็บอกเล่าเก้าสิบเรื่องราวของเจนนี่ และความตั้งใจดื้อๆของเธอที่จะสก๊อยข้ามจังหวัดไปพิโลกในยามวิกาล พอพี่ตุ๊กได้ยินเข้า ด้วยความเป็นห่วงในฐานะผู้หญิงด้วยกัน พี่ตุ๊กก็เลยกำชับซ้ำสองว่า “ไม่ได้นะ อันตรายจะตาย ถ้าจะไปพิโลกจริง ๆ เดี๋ยวพี่ไปส่งให้ก็ได้” ผมนี่รีบแปลเป็นภาษาอังกฤษพร้อมทำสีหน้าจริงจัง (ให้มันรู้ซะมั่ง 5555) สรุปว่าเจนนี่ก็เลยโคตรโชคดีอ่ะครับ เพราะตั้งใจจะไปพิโลก แล้วอยู่ ๆ ก็ดันมาโบกรถของผัวเมียใจดีที่อยู่พิโลกได้อีก

ตอนมาส่งลงที่ตัวเมือง(แถว ๆ โรงแรมผม) ตอนนั้นเจนนี่ she ก็ยังเหวอ ๆ อยู่ ประมาณว่า “กูจะเอาไงกับชีวิตกูดีวะ?” 555

แล้วพี่ใหญ่กับพี่ตุ๊กเขาภาษาอังกฤษก็ไม่ค่อยแข็งแรง แต่จำเป็นต้องกลับไปดูรถ เขาก็เลยส่งพวกผมที่ตลาดโต้รุ่ง แล้วเดี๋ยวจะกลับมารับเจนนี่

พวกเราก็นั่งกินข้าวกันไปได้สักชั่วโมง พี่ ๆ เขาก็กลับมารับ ผมก็ไม่รู้จะตอบแทนยังไง ตอนนั้นก็หาซื้อขนมมาให้พี่ ๆ เขาทานเพื่อเป็นการขอบคุณเล็ก ๆ น้อย ๆ พร้อมกับฝากฝังเพื่อนใหม่คนนี้ไว้ด้วย แถมตอนไปส่งเจนนี่ให้เรียบร้อยแล้ว พี่ใหญ่ยังโทรมารายงานและให้คุยกับเจนนี่ พี่ ๆ เขาอุตส่าห์ขับพาเจนนี่ไปดูที่เช่ามอเตอร์ไซค์ และพาไปส่งที่โรงแรมในพิโลกให้ ผมว่าตอนนั้นเธอก็คงจะคิดได้บ้างแล้วล่ะ เหมือนว่าหล่อนจะคุยรู้เรื่องเป็นภาษามนุษย์มากขึ้น 555 หายดื้อไปเยอะ

คืออันนี้ต้องบอกกันตรง ๆ เลย มันเป็นความประทับใจที่เจนนี่และผมเองคงจะจดจำไปตลอด น้ำใจไมตรีที่พี่ ๆ เขามีให้แก่คนแปลกหน้าอย่างพวกเราโดยไม่ได้หวังผลตอบแทนใด ๆ (แล้วตัวพี่ตุ๊กเองก็เป็นคนสุโขทัยด้วย) และไม่ใช่เฉพาะพี่ ๆ ทั้งสอง แต่คนพื้นเมืองสุโขทัยส่วนใหญ่ที่ผมเจอก็ถือได้ว่ายังน่ารักอยู่มาก ๆ ยังมีความซื่อใส นี่แหละถึงจะเรียกว่านิสัยแบบไทยแท้ ๆ (ไม่ใช่นิสัยแบบคนเมือง หรือนิสัยแบบคนเมืองท่องเที่ยวดัง ๆ ที่ถูกสปอยจนเสียคน) ข้าวปลาอาหารก็ถูก ยังจานละ 20-25 บาทอยู่ สภาพเมืองก็ยังไม่ได้เจริญหรือเปลี่ยนแปลงไปมากนัก ยังคงความดั้งเดิมและความชนบทไว้สูง ไม่ได้เปิดรับหรือตามใจนักท่องเที่ยวจนมากเกินไป ค่อนข้างจะเงียบสงบแต่ก็ไม่ถึงกับเงียบหงอย เหมือนเป็นส่วนผสมระหว่างจังหวัดเชียงใหม่-กับ-พะเยา ผมว่านี่แหละที่เป็นเสน่ห์ของสุโขทัยที่ควรรักษาไว้ (ไม่ใช่เลียนแบบ “พิมพ์นิยม” เพื่อเอาใจคนกรุงหรือพวกฝรั่ง แล้วมันก็จะกลายเป็นข้าวสารหรือปาย mark II ที่แรก ๆ ก็เหมือนจะดีหรอก แต่หลัง ๆ มันก็จะเละตามกันไปหมด)

คืนนั้นหลังจากส่งสาวแล้ว เราก็กลับไปอาบน้ำที่ห้อง และออกไปแรดต่อ! 555

เดินไปเรื่อย ๆ ก็บังเอิญไปเจอร้าน Chopper Bar เข้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสะพานพระร่วงเลย เห็นว่าน่านั่งดี ก็เลยลองไปกรึ๊บดู

ร้านนี้ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง เพราะทำเลดี อยู่ใกล้ ๆ เกสต์เฮาส์เลย

แถมวันนั้นแก๊งช็อปเปอร์คนไทยมีนัดสังสรรค์กันด้วย ก็เลยครึกครื้นเป็นพิเศษ

เพลงที่เล่นก็จะเป็นแนวเพื่อชีวิต ดูเหมือนพี่นักร้องเขาจะชื่นชอบวงคาราบาวแบบสุด ๆ (ไม่แน่ใจว่าพี่เขาเป็นเจ้าของร้านเองเลยหรือเปล่านะ?)

พี่ผู้หญิงที่อยู่ในแก๊งช็อปเปอร์แกอัธยาศัยดีมาก ชวนคนนู้นคนนี้คุยทั่วทั้งร้าน แล้วก็แวะมาคุยที่โต๊ะเราด้วย

ด้วยความที่เราเป็นนักฟังที่ดี และคงจะคุยกันถูกคอ ก็เลยได้ฟังเรื่องดราม่าจากพี่เขาหลายเรื่อง พรั่งพรูเลย 555

(ประวัติพี่เขาร้ายไม่เบาเลย คือพี่เขาเป็นผู้หญิงที่ชอบขี่มอเตอร์ไซค์มากๆ เคยขี่ข้ามประเทศไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ มาแล้ว ข้าน้อยซูฮกเลย _/\_ )

หลังจากดื่มเบียร์ไป 2 ขวด เราก็ขอตัว บ๊ายบายพี่ ๆ (เจ้าถิ่น 55)

คืนนั้นนอนหลับสบาย………….. 🙂

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s