Just another WordPress.com site

::ARGO ศาสตร์และศิลป์แห่งการสร้างภาพ::


พึ่งจะได้ไปดูมานะ ต้องบอกว่าเป็นหนัง MUST SEE แห่งปี 2012 อีกเรื่องหนึ่งเลย

Ben Affleck โชว์ฟอร์มเทพให้เห็นผ่านผลงานกำกับหนังเรื่องหลังๆของเขาเอง (หลังจากปล่อยให้แฟนๆเข้าใจผิดว่า คู่หู Matt & Ben แห่ง good will hunting นั้น มีดีแต่ Matt เพราะตั้งแต่หลังจากตอนที่พี่ Ben ดังใหม่ๆ แกก็รับเล่นหนังฟอร์มยักษ์ตลาด ๆ ไปหลายเรื่อง ตรงข้ามกับตา Matt ที่ค่อนข้างจะพิถีพิถันกับการเลือกบทมากกว่า)

ในเวลา 2 ชั่วโมงเต็มๆ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ARGO จะทำให้เราลุ้นระทึกไปกับมันได้ตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นหนังหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่สามารถทำให้ผมรู้สึกอึดอัด หายใจไม่ทั่วท้องได้ขนาดนี้ นี่เป็นหนังสร้างจากเรื่องจริงที่ว่าด้วยภารกิจลับสุดยอดในการจัดฉากสร้างหนังเก๊ของเจ้าหน้าที่ซีไอเอ Tony Mendez เพื่อนำตัวเจ้าหน้าที่สถานทูตอเมริกาทั้ง 6 ที่อยู่ในสภาวะเสี่ยงตายออกจากประเทศอิหร่านในช่วงเหตุการณ์คุกรุ่น (ค.ศ. 1979 ช่วงที่ความตึงเครียดระหว่างอเมริกากับอิหร่านมาถึงขีดสุด)

ต้องบอกว่าผลงานกำกับของ Ben เรื่องนี้สุดยอดจริงๆ เล่าเรื่องได้อย่างเรียบง่ายชัดเจนแต่มีชั้นเชิงและจังหวะจะโคน อุดมไปด้วยมุกตลกร้ายเด็ดๆ และทั้งที่คนดูส่วนใหญ่ก็น่าจะรู้บทสรุปของเหตุการณ์นี้ดีอยู่แล้ว แต่หนังสามารถมอบความรู้สึกกดดันและเหตุการณ์พลิกผันให้กับผู้ชมได้ตลอดทั้งเรื่อง

ส่วนหนึ่งที่ชอบก็คือ… บางคนอาจจะบอกว่า “หนังเรื่องนี้เป็น propaganda ของอเมริกา ที่ปัจจุบันก็ยังฮึ่มฮั่มกับอิหร่านอยู่” แต่เราว่าหนังก็ไม่ได้ป้ายสีดำ-ขาวอย่างเดียว พยายามที่จะถ่ายทอดแบบกลาง ๆ เท่าที่อเมริกันชนจะถ่ายทอดได้(ซึ่งอาจจะมีลำเอียงบ้างแหละ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกแบบว่า “เฮ้ย อิหร่านเป็นผู้ร้าย อเมริกาเป็นพระเอกนะ” เราพอจะเข้าใจได้ว่าเรื่องราวมันมีต้นสายปลายเหตุ และถ้าในสถานการณ์ตึงเครียดแบบนั้น อารมณ์มวลชนพาไป อะไรก็เกิดขึ้นได้ ตัวหนังเลือกที่จะถ่ายทอดในแง่ของปัจเจกบุคคลมากกว่า พูดกันง่าย ๆ ก็คือ ถ้าไม่นับว่าเป็นคนอเมริกาหรืออิหร่าน ทุกคนต่างก็มีความเป็นคน มีเลือดเนื้อ มีหัวจิตหัวใจ มีครอบครัวและคนข้างหลังอยู่เหมือน ๆ กัน ส่วนในระดับรัฐนั้นก็อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่ มันก็ดีๆ ชั่วๆ ปนกันไป บางทีหนังก็ตีแผ่ให้เห็นด้านลบของอเมริกาเองด้วยซ้ำ)

อีกส่วนที่ชอบก็คือ… ในช่วงกลางเรื่องที่มีการจัดฉากเปิดตัวหนัง ARGO เพื่อเต้าข่าวลงสื่อ มันมีการเปรียบเทียบภาพยนตร์-กับ-การเมือง ในแง่ที่ว่าใครเป็นผู้กำกับ-นักแสดง(ในจอและนอกจอ) รวมไปถึงอิทธิพลของสื่อมวลชนที่บางครั้งก็เป็นเหมือน “ตัวเสี้ยม” ดี ๆ นี่เอง

นอกจากนั้นถ้าจะบอกว่า “ARGO เป็นหนังบูชาศาสตร์แห่งภาพยนตร์” ก็คงจะไม่ผิดนัก ใครจะไปนึกคิดว่าแผนการ mission impossible ที่เหลือเชื่อนี้จะนำพาพวกพระเอกให้รอดพ้นวิกฤติมาได้ ซึ่งหนังได้ถ่ายทอดให้เห็นถึง “พลังแห่งภาพยนตร์และอิทธิพลของมัน” อย่างชัดเจน (บางที “หนัง” ก็ใกล้ตัวเราจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตเรา มีความสามารถในการเข้าถึงและเชื่อมโยงผู้คนได้ อย่างตอนต้นพระเอกก็ได้ประกายความคิดแผนสุดโต่งนี้มาจากหนังเรื่อง Planet of Apes ที่ลูกชายกำลังดูอยู่ / ช่วงหนีตาย หากจะพูดว่าพวกพระเอกรอดมาได้เพราะ “การเล่าเรื่องหนังอย่างน่าเชื่อถือ” เพื่อดึงอารมณ์ร่วมจากพวกทหาร ก็คงจะไม่ผิดนัก / สุดท้ายพอตอนจบก็จะเห็นว่าข้างเตียงของลูกชายเต็มไปด้วยของสะสมจากหนังเรื่อง Star Wars ฉากนั้นที่พระเอกกอดลูกอยู่ ทำให้ผมนึกถึง “ฮีโร่ในหนัง-กับ-ฮีโร่ในชีวิตจริง” ซึ่งอย่างแรกอาจจะจับต้องไม่ได้ แต่อาจจะเป็นแรงบันดาลใจมอบความกล้าหาญและความเชื่อบางอย่างให้กับเราได้ ส่วนอย่าง
หลัง บางทีฮีโร่ในชีวิตจริงอาจจะเป็นคนธรรมดา เป็นคนตัวเล็ก ๆ ที่บางครั้งทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เขาอาจเป็นใกล้ตัวคุณเสียจนบางครั้งคุณเผลอมองข้ามเขาไปก็ได้)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s