Just another WordPress.com site

Nolan เอาอยู่ (BATMAN: The Dark Knight Rises)


ประสบการณ์ Dark Knight Rises

– ไม่เคยเห็นโรงสกาล่ามีคนดูแน่นเอี้ยดแบบนี้มานานแล้ว (ครั้งหลังๆที่เห็นก็เรื่อง The Artist และ Always 3)

– และไม่เคยเห็น “คนเข้าคิวฉี่หลังหนังเลิก” ยาวขนาดนี้มานาน! 555

– แน่นอนว่าแฟนซีรีส์ Batman ชุดนี้คาดหวังสูง และ Nolan ก็ตอบสนองพระเดชพระคุณเต็มที่ เขาไม่เคยทำให้แฟนๆต้องผิดหวัง (ว่าแต่พี่ Nolan ครับ พี่จะดราม่าไปถึงไหนครับพี่? 555)

– ช่วงแรกๆของหนังอาจจะมีฝืดหน่อย อาจจะมีขัดใจบ้าง แต่พอเข้าครึ่งหลังไปแล้ว แม้แต่วินาทีเดียวคุณก็คงจะไม่อยากพลาดแน่ๆ(ต่อให้ ณ ตอนนั้นคุณจะปวดฉี่แค่ไหนก็ตาม 55)

– Bane ตัวร้ายตัวนี้ เสน่ห์มันเทียบ Joker ไม่ได้หรอกฮะ และบางทีมันก็ทำให้ผมรู้สึกรำคาญมากๆในช่วงครึ่งแรก แต่การเฉลยที่มาที่ไปของมันในครึ่งหลัง และฉากต่อสู้กับ Batman แบบดวลตัว-ต่อ-ตัว หมัด-ต่อ-หมัด ก็ทำให้มันเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่น่าจดจำ (ที่สำคัญต้องไปดูกันเอาเองฮะ ถ้าคุณดูจนจบแล้วคงจะคิดว่ามันเป็นตัวละครที่สมเหตุสมผลกับภาคนี้ดี เพราะถ้าจะให้เอาใครไปเทียบกับ Joker ของ Heath คงจะเกินอาจเอื้อม และเหมือนมันเป็นตัวละครที่เกิดมาเพื่อเป็นป๋าดันให้พระเอกอย่างพี่ Batman ของเราได้ฉายรัศมีส่งท้ายแท้ๆเชียว นอกจากนี้บอกใบ้ให้สั้นๆว่า “Bane ไม่ใช่ลูกพี่ใหญ่ No.1!” เอิ้ว…)

– Anne Hathaway ในบท Catwoman โอ้ว… บร๊ะเจ้า (นอกจากความสวยที่ไม่มีใครกินเธอลงแล้ว ไม่ว่าเธอจะเล่นเรื่องไหนก็ดีไปหมด ยิ่งวันยิ่งรักเธอ เอิ้ว วะ เอิ้ว เอิ้ว)

– Batman หรือ Bruce Wayne ผมว่าในบรรดาซูเปอร์ฮีโร่ทั้งหลาย เขานี่แหละที่ดูเป็นมนุษย์มนาที่สุดแล้ว ที่สำคัญ Batman ในการตีความของ Nolan ได้ขับเน้นสิ่งนั้นออกมาให้เด่นชัดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในภาค 3 นี้ คุณจะได้เห็น Batman และ Wayne ในทุกห้วงอารมณ์ ทั้งตกต่ำสุดๆ เสียสละสุดๆ เจ้าแผนการสุดๆ แมนสุดๆ ฮึดสู้สุดๆ และพีคสุดๆ

– Nolan และทีมงานตั้งใจเก็บทุกรายละเอียดจริงๆครับ ภาคนี้คุณอยากได้แบบไหน ดราม่า / แอ็คชั่น / ไซไฟ เขาจัดมาให้คุณหมด แถมทำได้อย่างมีสไตล์และลงตัว

– แล้วในแง่ของ Drama จัดได้ว่า Batman ของ Nolan เป็นซีรีส์หนึ่งที่สมบูรณ์แบบที่สุด ในแต่ละภาคเขาใส่ตัวละครเข้ามาเยอะพอสมควร แต่ก็เอาอยู่ มีการวางปมตัวละครได้ดี มีวงความสัมพันธ์แบบบุญคุณ/ความแค้น คู่รักคู่แค้น ทุกอย่างมีที่มาที่ไป ละเอียดลึกซึ้งกินใจ (โดยเฉพาะคู่ Y ลุงหลาน เอ๊ย… Alfred กับ Bruce ฮะ นี่มันจงใจดราม่าชัดๆ! 555)

– เช่นเคย หนังซูเปอร์ฮีโรในแบบฉบับของ Nolan เขาจะเน้นไปที่ประเด็น “ทุกคนมีความเป็นฮีโร่อยู่ในตัว” ซึ่งตรงจุดนี้หนังของเขาทำได้ดีมาก

– ตัวละคร John Blake (Joseph Gordon-Levitt) เป็นอีก 1 ตัวละครที่ผมเชื่อว่าแฟนๆจะหลงรักในภาคนี้ (ที่สำคัญเขามี surprise ด้วย! ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมเดาถูก อิอิ)

– สรุปได้ว่า The Dark Knight Rises เป็นการปิดฉากอย่างมีชั้นเชิงโดยแท้จริง นอกจากหนังจะมีการหักมุมจนทำเอาคนดูอึ้งแทบหลังหักแล้ว ทีมงานยังได้วาง “ทางออก” เอาไว้แบบชนะใจคนดู มันเป็นการคลี่คลายที่ละมุนละม่อม ลงตัว และน่าประทับใจที่สุด (ใครไปดูแล้วห้าม spoil เด็ดขาดฮะ 555 แต่เอาเป็นว่าพี่ Nolan สร้างเซอร์ไพรส์ไว้เยอะมาก รวมไปถึงคำปรามาสเกี่ยวกับซีรีส์ Batman ประเด็นหนึ่ง ที่ดูเหมือนพี่แกจะไม่แตะ แต่พี่แกก็หยิบมาเล่นในภาคนี้ แถมนำมาเล่นแบบร้ายกาจสุดๆ / พี่แกมีวิธีการเล่าเรื่องที่เด็ดขาดบาดใจจริงๆฮะ)

———————-

ปล.1 หนังเรื่องนี้ใครไปดูเกิน 1 รอบก็ดีฮะ เพราะเรื่อง “ฉี่” จะเป็นปัญหามากๆ 555 หนังยาวมาก กว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง (ประมาณว่ารอบต่อๆไป ไปดูเก็บฉากที่ตัวเองวิ่งไปฉี่ในรอบแรก) หรือแนะนำว่าถ้าจะลุกไปชิ้งฉ่องให้รีบไปสักช่วงหนึ่งในชั่วโมงแรกของหนัง เพราะถ้าเข้าชั่วโมงที่สองไปแล้ว ท่านจะถูกมนต์ inception ของ Nolan สะกดจนลุกจากที่นั่งไม่ได้ฮะ 555

ปล.2 พี่ Nolan นี่ แกสร้างมาตรฐานใหม่ไว้สูงมากๆ Batman ของแกทำเอา Spider-Man หรือฮีโร่ตัวอื่นๆ กลายเป็นเหมือนเด็กอมมือไปเลย -_- (ต่อไปนี้ใครจะทำหนังซูเปอร์ฮีโรสักเรื่อง คงจะเหนื่อยมาก 555)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s