Advertisements

Just another WordPress.com site

may you live in interesting times


‘may you live in interesting times’
พอดีผมพึ่งแปลสำนวนนี้ไว้ แล้วก็พลางนึกถึงประสบการณ์ของตัวเอง และความเป็นไปของโลก

พูดถึงตัวสำนวนก่อน สำนวนนี้เหมือนจะดี (ขอให้ชีวิตแกมีแต่สีสัน) แต่ที่จริงมันเป็นการแช่งชักอย่างหนึ่ง เพราะตรงกันข้ามกับชีวิตที่ราบรื่น… ชีวิตที่มีสีสันจัดจ้าน ตื่นเต้นเร้าใจ มันก็มักจะเต็มไปด้วยปัญหาและความวุ่นวายนั่นเอง

พูดถึงดนตรี electro บีทหนักๆ (ตื๊ดๆ) เมื่อก่อนที่จริงมันจัดเข้าพวกเพลงใต้ดินเลยล่ะ… DJ ที่เล่นจะโคตรแนว ล้ำมากๆ (ประมาณว่าเป็นการผนวกอิทธิพลความดิบ/แรงจากดนตรี rock เข้ามาส่วนหนึ่ง) แต่วันดีคืนดีมันก็กลายพันธุ์มาเป็น mainstream จนได้ โดยเท่าที่จำได้เริ่มจาก Black Eyed Peas และมาดังสุดๆกับ LMFAO (Party Rock) เรียกได้ว่ามันกลายเป็นส่วนหนึ่งของดนตรี pop/hip-hop ไปโดยปริยาย (เอาเป็นว่าเดี๋ยวนี้มัน “เกร่อ” มาก ไปเดินห้างก็ยังได้ยินอ่ะ 555)

ว่าแล้วก็มาตบท้ายด้วยประสบการณ์ใกล้ตัวนี่ล่ะ…
นอกจากดนตรีตื๊ดๆแล้ว ทุกวันนี้วัฒนธรรม party ตามแบบตะวันตกมันแพร่หลายมาทั่ว
สำหรับคนรุ่นใหม่หลายคนที่หลงแสงสี มันแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว
ไม่อยากเบื่อ ไม่อยากเหงา เราจึงออกไปแสวงหาความสนุก (จนบางทีมันก็เหมือนคนสิ้นคิดนิดๆ เดี๋ยวนี้เบื่อเซ็ง คิดอะไรไม่ออก ทางเลือกความบันเทิงก็คือไปผับๆๆ)

แต่ว่าไม่รู้สิ…
ถ้าคุณลงไปคลุกคลีตรงนั้นจริงๆ บางทีมันก็ไม่ใช่ทางเลือกชีวิตที่ happy อย่างแท้จริงเลยนะ
คนไป party กันเยอะๆ แล้วก็เมา แล้วก็รั่ว (บางคนก็บอกว่า “ไม่มั่วแต่ทั่วถึง” แต่ที่จริงอย่างโคตรมั่วอ่ะ 555)

จะให้ถึงจริงๆ ก็ต้อง party กันยันเช้า เมากันเข้าไป
เวลาเมาแล้วอะไรก็เกิดขึ้นได้ เหล้ายา / เซ็กซ์ (กับใครหน้าไหนก็ไม่รู้?) / ความรุนแรง

บางคนอาจจะ happy กับตรงนั้น แต่สำหรับผม นานๆเข้า มันกลับทำให้ผมจิตตกว่ะ
แล้วบางทีเราก็พลางนึกว่า “โลกเรามันเป็นอะไรไปแล้ววะเนี่ย?” (ถ้าตามหลักศาสนาก็คงจะเข้าข่าย “ยุคเสื่อม” นั่นแหละ)
สมัยนี้ชายหญิงเท่าเทียมกัน แต่บางทีก็เท่าเทียมกันในทางที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ประมาณว่า เธอทำได้ ฉันก็ทำได้
เท่าที่ผมคลุกคลีกับพวก backpacker ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเมืองไทย ในช่วง 3-4 ปีให้หลังมานี้ อะไรๆมันเปลี่ยนไปมาก
กลายเป็นว่านักท่องเที่ยวแทบทุกคน ไม่ว่าชายหรือหญิงที่มาเที่ยวเมืองไทย แน่นอนว่านอกจากไปวัด ไปทะเล ไปเกาะแล้ว
หลายๆคนต้องไปดูอะโกโก้ สูบชิชะ(บะระกู่) จนกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้ว และเว้ากันซื่อๆเลย เดี๋ยวนี้นักท่องเที่ยวผู้หญิงหลายคนไปเที่ยวพวกบาร์บอย หรือโฮสต์คลับ อะไรแบบนี้กันเป็นว่าเล่น (ประมาณว่าผู้ชายไปอาบอบนวดได้ พวกฉันก็มีสิทธิไปได้เหมือนกัน 555)

หรือถ้าเป็นเด็กไทย เดี๋ยวนี้เหมือนมันกลายเป็นค่านิยมผิดๆไปเลย…
สมัยนี้กลายเป็นว่า เด็กมหา’ลัยเที่ยวกลางคืนกันเป็นเรื่องปกติ
ซึ่งจะว่าไปที่จริงมันก็ไม่ผิดหรอก เพราะสมัยผมเรียน ผมก็ไป (แต่ไม่ได้ไปบ่อยๆ ไปเดือนละครั้งประมาณนั้น และช่วงใกล้สอบก็ไม่ไป)

แต่เท่าที่รู้มา สมัยนี้เด็กหลายคนเที่ยวกลางคืนกันแบบจริงๆ จังๆ
บางกลุ่มก็ไปกันทุกอาทิตย์
หรือหนักกว่านั้นก็แทบจะทุกวัน ถึงกับมีมุกที่ว่า “หอบหนังสือไปติวกันในผับ” (แล้วมันจะอ่านกันรู้เรื่องไหมเนี่ย? 555)
ในสายตาบางคน มันอาจจะไม่ผิด แต่สำหรับผมมันก็ไม่ถูกและไม่ดี เพราะบางคนยังไม่มีรายได้กันเลยด้วยซ้ำไป (และถ้าให้ถามลึกลงไปอีกว่า “คุณเอาเงินตรงนั้นมาจากไหน?” คำตอบที่ได้ก็คงจะอีกยาวเหยียด)

และนอกจากนี้ก็ขอวกกลับไปยังประเด็นช่วงแรกๆ… นั่นคือถ้าคุณเข้าไปในที่แบบนั้น ก็เหมือนกับเข้าไปในที่อโคจรแหละครับ เหล้ายาปลาปิ้ง เซ็กซ์ และความรุนแรง ถ้าคุณอยู่ในวังวนนั้น สักวันคุณอาจจะต้องเจอกับสิ่งเหล่านี้แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ (และที่จริงมันก็ไม่ได้ว่าพึ่งมามีหรอกครับ พ่อผมเองเคยเล่าให้ฟังว่า สิ่งเหล่านี้มันมีมานานนมแล้ว อย่างมหา’ลัยจุฬาเนี่ย สมัยก่อนรายรอบก็จะมีพวกร้านเหล้า และแม้แต่ซ่อง และตามประสาคนมีประสบการณ์ พ่อผมพูดไว้น่าฟังมาก “เด็กมหา’ลัยทั้งที่มีการศึกษา และรู้ว่าธุรกิจสีเทาพวกนี้ไม่ถูกกฎหมาย แต่ก็ยังไปอุดหนุนมัน”)

สำหรับผม เรื่องที่น่าเศร้าใจอีกอย่าง…
เมื่อวานผมกลับไปบ้านเก่า รัชดาซอย3 ครับ
เดี๋ยวนี้ตามปากซอยริมถนน เริ่มมีคนเปิดบาร์เบียร์เพื่อขายพวกฝรั่ง expat กันแล้ว
(ที่ว่าน่าเศร้าก็เพราะ เราเห็นตัวอย่างมาจากสุขุมวิท หรือข้าวสาร พอมีคนเปิดหนึ่ง เดี๋ยวก็จะมีสอง และสามตามมาเรื่อยๆ และพอมันมากเข้า มันก็จะคุมไม่อยู่ อิทธิพลมืดสารพัดก็จะตามมา จากทำเลที่กำลังพัฒนา ในอนาคตมันก็จะกลายเป็นแหล่งเสื่อมโทรมไป -_-)

ท่ามกลางความเป็นไป และเปลี่ยนแปลง…
สิ่งเหล่านี้มันก็ยังคงแผ่ขยายไปเรื่อยๆ ตามการหมุนของโลก โดยไม่แยแสศีลธรรม และกฎระเบียบ
และเราคงไม่อาจจะไปหยุดยั้งมันได้

พูดกันแบบไม่แอ๊บ อย่างผมเอง ทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่ดี แต่ก็ไม่เข็ด บางทีก็เผลอพาตัวเองไปคลุกคลีกับสิ่งเหล่านี้จนได้
(แต่ช่วงนี้คงต้องขอถอนตัวบ้าง อะไรบ้าง 555)

ไม่รู้สินะ….
โลกมันเทาๆ ณ จุดนี้ถ้าจะให้เรายืนอยู่บนด้านสีขาวโพลน มันก็คงจะเป็นไปไม่ได้
การเรียนรู้ที่จะยืนอยู่บนจุดสมดุลของ ควบคุมตัวเองไม่ให้ถลำจนเกินไป คงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผม

“เคยเป็นบ้างไหม? ยิ่งโหยหา ยิ่งเติมเต็ม แต่ในใจกลับยิ่งว่างเปล่า”
(ว่าแล้วก็นึกถึงเพลง “ทะเลใจ” ของน้าแอ๊ด ขึ้นมาทันควัน 555)
may you live in interesting times

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s