Just another WordPress.com site

สำนวนอังกฤษ 150


หนังสือ IDIOM & SLANG ทั้ง 2 เล่ม มีวางจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วไปแล้วนะครับ

เช่น ซีเอ็ด / B2S / ศูนย์หนังสือจุฬา / Double A Book Tower / นายอินทร์ / แพร่พิทยา / Kinokuniya

เพื่อนๆสามารถแวะไปชมและอุดหนุนกันได้นะครับ

(หรือสั่งซื้อโดยตรงกับ สนพ.ปัญญาชน)

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

Blood, sweat and tears

= ด้วยน้ำพักน้ำแรง / เลือดตาแทบกระเด็น / เหนื่อยสายตัวแทบขาด

= ลำบากตรากตรำ / ยากเย็นแสนเข็ญ

ความหมาย:

‘blood, sweat and tears’ เป็นสำนวนที่สื่อถึงสถานการณ์ที่ต้องใช้ความอุตสาหะเพียรพยายามอย่างมาก ต้องต่อสู้ฝ่าฟันอย่างหนักถึงจะผ่านจุดนั้นมาได้ โดยฝรั่งเขาเปรียบเปรยว่า “มันเป็นประสบการณ์ที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อ, หยดเหงื่อ, และหยาดน้ำตา”

ตัวอย่าง:

EX1:      “His success wasn’t due to luck; it was blood, sweat and tears all the way.”

(ความสำเร็จของเขาไม่ได้มาเพราะโชคช่วย มันมาจากน้ำพักน้ำแรงล้วน ๆ)

 

EX2:      “It took a lot of blood, sweat and tears to get to where we are today, but we have just begun. Today we begin in earnest the work of making sure that the world we leave our children is just a little bit better than the one we inhabit today.” – Barrack Obama

                (“มันต้องใช้ความอุตสาหะอย่างมากกว่าที่เราจะมาถึงจุดนี้ แต่เราเพิ่งจะเริ่มต้นกันเท่านั้น บัดนี้เราได้เริ่มต้นทำงานอย่างกระตือรือร้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าโลกที่เราฝากไว้ให้ลูกหลานนี้จะดีขึ้นกว่าโลกที่เราอาศัยอยู่ในปัจจุบันขึ้นมาอีกสักนิดหน่อย” – บารัค โอบามา)

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

Great minds think alike (GMTA)

= ใจตรงกัน / คิดตรงกัน

Ant (คำตรงข้าม):

–                    Sick minds think alike (SMTA)

ความหมาย:

“Great minds think alike (คนหัวดีย่อมคิดดี ๆ เหมือนกัน)” สื่อความหมายว่า คนเก่ง / คนดี / คนฉลาด มักจะคิดอะไรคล้าย ๆ กัน โดยมันเป็นสำนวนชวนยิ้มที่ใช้ในสถานการณ์ที่ผู้คนบังเอิญคิดเรื่องเดียวกันในเวลาเดียวกัน (พูดง่าย ๆ ก็คือชมกันเองนั่นแหละ ว่า “อุ๊ย ตัวเองนี่เลิศเหมือนเค้าเลย”)

ตัวอย่างเช่น >>

             A: ‘Wow, we’re wearing the exact same color of orange.’

                (ว้าว เราใส่เสื้อสีส้มเหมือนกันเป๊ะเลย)

                B: ‘Great minds think alike.’

                (ใจตรงกันเด๊ะ)

                ทีนี้ฝรั่งเขาก็แตกสำนวนล้อเลียนออกมาเป็น “Sick minds think alike” (พวกจิต ๆ ชอบคิดอะไรจิต ๆ เหมือนกัน) ซึ่งสื่อความหมายว่า คนที่มีนิสัยแปลก ๆ เพี้ยน ๆ (หรือวิปริต วิตถาร) ก็มักจะคิดอะไรที่ผิดเพี้ยนเหมือน ๆ กัน

ตัวอย่างเช่น >>

A: ‘Among the young horror directors, I think Adam Green seems to have something in common with Eli Roth.’

(ในบรรดาผู้กำกับหนังสยองขวัญ ฉันคิดว่า อดัม กรีน ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างคล้าย ๆ กับ อีไล รอธ)

B: ‘Sick minds think alike.’

(โหดพอกันทั้งคู่)

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

Take it like a champ

= ทำใจยอมรับ / ยอมรับอย่างเข้มแข็ง

= แพ้อย่างมีเกียรติ / ยืดอกรับความพ่ายแพ้ / แพ้เป็นพระ

ความหมาย:

Take it like a champ เป็นสแลงที่สื่อถึง การทำตัวเข้มแข็งในสถานการณ์ที่เจ็บปวด ยากลำบาก หรือน่าผิดหวัง

สำหรับที่มานั้น ฝรั่งเขาเปรียบเทียบ take it like a champ กับนักมวยที่หาญกล้าขึ้นชกกับคู่ต่อสู้ที่เก่งกาจ มวยรองบ่อนที่กล้าเจ็บกล้าชน กล้าแลกหมัด ต่อสู้ได้สมศักดิ์ศรี ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วนักมวยผู้นั้นจะแพ้แต่ก็ชนะใจคนดู!

โดยสรุป take it like a champ คือ

–                   การทำใจยอมรับสถานการณ์อย่างสงบเยือกเย็น ไม่ตีโพยตีพาย

–                   การยอมรับความพ่ายแพ้ เป็นผู้แพ้ที่ดี

–                   การยอมรับคำวิจารณ์อย่างใจกว้าง

ตัวอย่าง:

EX1: “Mark Visentin taking it like a champ. After Team Canada’s semifinal loss to Russia he said ‘You can’t sit here and be sad or feel sorry for us — it’s our fault. We have to be responsible for that loss and we move on.’

(มาร์ค วิเซนเทีย ยืดอกรับความพ่ายแพ้ หลังจากทีมฮ็อคกี้แคนาดาพ่ายให้กับรัสเซียในรอบรองชนะเลิศ เขากล่าวว่า “คุณจะมัวมานั่งเศร้าเสียใจกับพวกเราไม่ได้หรอก – มันเป็นความผิดพลาดของเราเอง เราต้องรับผิดชอบต่อความพ่ายแพ่นั้นและก้าวต่อไป)

 

EX2: “I’m really surprised! He just got dumped and taking it like a champ.”

(ฉันล่ะทึ่งจริง ๆ เลย! เขาเพิ่งจะถูกแฟนทิ้งแล้วยังนิ่งได้ขนาดนี้)

 

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

Wake up and smell the coffee

= ตื่นเสียที / ตื่นจากฝัน

= ตั้งสติ / ตั้งใจฟังให้ดี

= ลืมตาดูโลกแห่งความจริง

ความหมาย:

‘wake up and smell the coffee’ (ตื่นนอนแล้วสูดดมกลิ่นกาแฟซะ) เป็นสำนวนที่สื่อความหมายว่าให้เราปลุกตัวเองขึ้นมาจากโลกแห่งความฝัน แล้วหันกลับมาสู่โลกแห่งความจริงเสียที

สำนวนนี้ใช้เมื่อผู้พูดต้องการจะ…

–                   เน้นย้ำให้อีกฝ่ายตระหนักถึงสิ่งที่ตนเองพูด (ตั้งใจฟังให้ดี ๆ นะ)

–                   บอกอีกฝ่ายให้เขาตั้งสติและทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง (แบบไม่เข้าข้างตัวเอง)

–                   หรือใช้พูดเตือนเมื่ออีกฝ่ายกำลังใจลอย จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว (ตื่นตัวหน่อย!)

ตัวอย่าง:

EX1:      “Wake up and smell the coffee. He doesn’t love you anymore.”

(หยุดพร่ำเพ้อแล้วตื่นจากฝันเสียที  เขาไม่ได้รักเธออีกแล้วนะ)

 

EX2:      “The expert said Music Industry needs to wake up and smell the coffee – internet users will not wait six weeks. The music labels should release singles at the same time as they give the music to the radio stations.”

(ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าวงการดนตรีต้องลืมตาดูโลกความจริง – ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจะไม่รอนานถึง 6 อาทิตย์ ค่ายเพลงควรจะวางจำหน่ายซิงเกิ้ลในทันทีที่พวกเขาส่งเพลงไปให้กับสถานีวิทยุ)

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

สงวนลิขสิทธิ์

– ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้

– ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน

แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ

หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s