Just another WordPress.com site

“เยี่ยมไอ้ปัด” (Flood Trip 4 / นนทบุรี)


เมื่อวานทั่นอุ้ย(ภานุพันธ์) บอกว่า “อยากจะไปเยี่ยมไอ้ปัด” เราก็เลยตกลงปลงใจร่วมผจญภัยไปด้วยกัน

เราเริ่มต้นจากบางซื่อ ขึ้นรถเมล์ไปท่าน้ำนนท์ แล้วพอข้ามแม่น้ำไปขึ้นฝั่งบางศรีเมือง ก็ต่อรถเมล์สายตลาดบางใหญ่เก่า ไปลงที่วัดสะแก(บางเลน) เพื่อที่จะขึ้นเรือไปยังบ้านไอ้ปัดที่อยู่ติดคลองอ้อมนนท์

ระหว่างนั่งเรือไป แอบมีฮา เพราะด้วยความที่เป็นชุมชนแบบเทศบาล(บ้านๆ) คนในชุมชนส่วนใหญ่จะรู้จักกันเกือบหมด ใครอยู่บ้านไหนยังไง ลูกเต้าเหล่าใคร… ฯลฯ ป้าฝีพายแกพอรู้ว่าเราจะไปบ้านไหน จึงกอสซิปบ้านไอ้ปัด(ที่ได้ฉายาว่า “ตี๋เล็ก”)เสียยกใหญ่ (และก็ทำให้รู้ว่าบ้านนี้นี่ก็ไม่เบา 55)

พอไปถึงพ่อแม่ของปัดก็กุลีกุจอมาต้อนรับเราสองคนอย่างเต็มที่ ส่วนไอ้ปัดนี่ก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เพราะมันไม่ได้เจอเพื่อนฝูงมาจะเป็นเดือนแล้ว อยู่แต่กับบ้าน ไม่ได้ไปไหน พวกเราก็ไปนั่งคุยกันหลังบ้าน พ่อแม่ปัดก็หาขนมหาน้ำมาให้กินไม่ได้ขาด และเราก็เอาข้าวของมาฝากไว้ให้ปัดกับครอบครัวด้วย (เพื่อนอุ้ยอย่างหล่อ ซื้อเอี๊ยมหมีไว้ให้ปัดใส่ลุยน้ำ… ไอ้ปัดงี้ดีใจใหญ่ 55)

พ่อแม่ปัดเล่าให้ฟังว่า ที่จริงก็อุตส่าห์ยกบ้านสูงขึ้นมาแล้ว(หลังจากน้ำท่วมปี 38) หมดไปหลายแสน แต่ก็ไม่รอด เตี่ยพร่ำบ่นว่า “เตี่ยประมาทไป ไม่นึกว่ามันจะท่วมเยอะขนาดนี้”

ครอบครัวของปัดเป็นครอบครัวหนึ่งที่อยู่สู้น้ำท่วม(ขณะที่น้องสาวปัดย้ายไปอยู่กับพี่สาวในกรุงเทพชั่วคราว) ทางเดินในซอยบ้านปัด น้ำท่วมสูงถึงเอว ส่วนบนบ้านที่ยกสูงแล้วนั้น น้ำก็จะสูงสักครึ่งแข้ง แต่ความโชคดีอย่างหนึ่งในความโชคร้ายจากการที่บ้านปัดอยู่ติดคลองนั้นคือ…น้ำไม่เน่าเสียและไม่มีกลิ่น หลังบ้านที่เรานั่งกันมีปลาเล็กๆว่ายเวียนไปมาตลอด จนอุ้ยถึงกับบอกว่า “น้ำใสไหลเย็น เห็นตัวปลา”

ตรงนี้ถือว่าเล่าสู่กันฟัง จากแง่มุมของเตี่ย…
เตี่ยบอกว่าจากประสบการณ์ที่บ้านอยู่ริมคลองเนี่ย ปี38หนักที่สุด แต่ปีนี้หนักกว่า แต่ความจริงก็คือน้ำของปีนี้ถ้าเทียบกับปี38แล้ว มันไม่ได้มากไปกว่ากันเลยด้วยซ้ำ เรื่องที่พ่อแม่ปัดเหนื่อยหน่ายใจก็คือ “น้ำลดลงช้ามากๆ” วันละ 1-2 เซ็นฯ(เตี่ยบอกตอนปี38 น้ำจะลดลงเร็วกว่านี้ 2 เท่าตัว) ในมุมมองของเตี่ย ปัญหามาจากความผิดพลาดในการบริหารจัดการและการแทรกแซงที่ไม่เป็นธรรม

จากที่ได้เห็นและได้คุยมา…
ผมว่าสิ่งที่ชาวบ้านอย่างปัด กับเตี่ย และม้า ต้องการที่สุด ณ ตอนนี้ คงจะไม่ใช่เรือ ถุงยังชีพ หรือเงินชดเชย(ซึ่งไม่ได้เพียงพอเลย ไม่ว่าจะ 5 พัน หรือ 5 หมื่น แม่ของปัดยังพูดติดตลกว่า “เนี่ย ถ้าจะให้เงินชดเชยชั้น 5 พันนะ ชั้นขอควักให้รัฐ 5 หมื่น แล้วขอให้น้ำไม่ท่วมบ้านชั้นได้มั้ย?” 555)

ผมว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุด ก็คือต้องการให้น้ำลดไวๆ และได้กลับมาใช้ชีวิตปกติ
ผมว่า 1 เดือน หรือ 2-3 เดือนนี่มันก็โหดร้ายเกินไป สำหรับชาวบ้านที่ถูกผลักไปเป็นคนชายขอบ ไม่ว่าจะที่ชานเมืองนนท์ / ชานเมืองกรุงเทพ / บางบัวทอง / รังสิต ฯลฯ…

ท่าน้ำนนท์

ท่าน้ำนนท์

ทางเดินไม้ข้ามน้ำท่วมที่ท่าเรือบางศรีเมือง

ตุ๊กตุ๊กชอปเปอร์ที่นนท์ (ภูมิปัญญาชาวบ้านสู้น้ำท่วม)

รถเมล์สายนี้แหละ ที่ผมใช้นั่งไปบางม่วง (ไปสุดสายที่บางเลน)

สภาพของแท็กซี่ที่จอดคาแช่น้ำเป็นเดือนจนตะไคร่ขึ้นเขียวอี๋

หมู่บ้านแถวๆบางม่วง น้ำท่วมจนเกือบมิดชั้นหนึ่ง ในรูปเป็นตอนที่ฝีพายมาส่งคนที่ิติดเรือมาด้วยกัน เขาต้องพาลูกสาวปีนขึ้นบันไดลิงเพื่อเข้าบ้านทางชั้น2

ย่านตลาดบางใหญ่เก่า

ซุ้มประตูบนสะพานข้ามคลอง ที่เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเทศบาลบางม่วง

บ้านริมคลองอ้อมนนท์ น้ำท่วมเกือบมิดหลังคาชั้นหนึ่ง

ซอยทางเดินหลังบ้าน น้ำลึกถึงพุง ในรูปสาวๆต้องใช้แผ่นโฟมพายเข้าบ้าน

บ้านปัด ยกสูงแล้ว แต่ก็ไม่รอด (ในรูปจะเห็นว่าทางบ้านต้องยกทั้งโซฟา ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ให้พ้นน้ำ)

เพื่อนอุ้ยซื้อชุดเอี๊ยมลุยน้ำจากกรุงเทพมาฝาก เจ้าปัดดีใจมาก

ตอนขากลับ เตี่ยช่วยพายเรือไปส่งพวกเรา

ขากลับ จากตลาดบางใหญ่เก่า

ขากลับ กำลังจะเทียบท่าน้ำนนท์

น้ำใส ไหลเย็น เห็นตัวปลา (แล้วเจ้าตัวยาวๆนั่นอาไร? 55)

กลับแล้วจ้า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s