Advertisements

Just another WordPress.com site

‘ป็อบ-แค่-เปลือก’ [FOSTER THE PEOPLE] ปรากฏการณ์อินดี้แห่งปี 2011


จากเพจ เอาเธอมาถีบ

หลายคนขนานนามว่าพวกเค้าเป็น MGMT หมายเลขสอง

และส่วนตัวผมว่าเส้นทางความสำเร็จของพวกเค้าคล้ายๆกับ ARCTIC MONKEYS

แต่การจะตัดสินกันอย่างผิวเผินแบบนั้น ก็คงจะตื้นเขินเกินไป

เฉกเช่นเดียวกับบทเพลง ‘Pumped Up Kicks’ ที่สะท้อนว่าดนตรีฉูดฉาดของพวกเค้าไม่ได้เป็นแค่สิ่งฉาบฉวย

ว่าแล้วเราก็ไปทำความรู้จักกับแบบฉบับของ FOSTER THE PEOPLE วงอินดี้ที่มาแรงที่สุดแห่ง ค.ศ. นี้กันเถอะ!

‘Pumped Up Kicks’ เพลงสร้างชื่อของพวกเค้ากลายเป็นปรากฏการณ์สะท้านวงการเพลง

เพราะทางฝั่งอเมริกา ยากที่ศิลปินอินดี้รายใดจะมีเพลงฮิตติดลมบนในอันดับท็อปเท็นของชาร์ต Billboard 100

แต่ FOSTER THE PEOPLE ทำได้ แถมทำได้เหนือความคาดหมายเสียด้วย!

โดยล่าสุดเพลง ‘Pumped Up Kicks’ ไต่ขึ้นมาสูงสุดถึงอันดับ 3 และมันคว้ารางวัลแผ่นเสียงทองคำขาวในสหรัฐจากการทำยอดขายได้เกิน 1 ล้านแผ่น (และทางฝั่งอังกฤษเองก็ยินยอมพร้อมใจยกให้มันเป็น “เพลงเด่นดังประจำซัมเมอร์” กันเลยทีเดียว)

เพลงป็อบท่วงทำนองคึกคักเพลงนี้ ถ้าใครฟังเผินๆ ก็คงคิดว่ามันเป็นแค่เพลงชิลๆ ที่โยกย้ายตามจังหวะได้สบายๆ

แต่หารู้ไม่ว่าภายใต้เปลือกนอกที่สดใสนั้น เนื้อแท้ข้างในมันเป็นเพลงโคตรหม่นที่สะท้อนปัญหาวัยรุ่นแบบถึงกึ๋น โดยมันเป็นเพลงที่กล่าวถึงหนุ่มวัยรุ่นเก็บกดที่กำลังวางแผนจะฉกปืนป๊ะป๋าไปสังหารหมู่เพื่อนนักเรียน!

ฟรอนท์แมนวัย 27 ปี Mark Foster กล่าวว่า…

มันเป็นเพลงเกี่ยวกับเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเสียสติและคิดแผนแก้แค้น เค้าเป็นพวกนอกคอก ผมคิดว่าวัยรุ่นสมัยนี้นับวันมีแต่จะยิ่งแปลกแยกโดดเดี่ยว มันเป็นเหมือนกับโรคระบาด แทนที่จะเขียนถึงเหยื่อและเหตุสะเทือนขวัญ ผมต้องการจะเข้าไปสำรวจในจิตใจของฆาตกร อย่างเช่นที่ Truman Capote ทำในหนังเรื่อง In Cold Blood”

**หมายเหตุ ชื่อเพลง Pumped Up Kicks นี้หมายถึง รองเท้าปั๊มของ Reebok นั่นเอง มันเป็นรองเท้ากีฬา(ลำลอง)ที่ฮิตแบบสุดๆในช่วงต้นยุค 90’ และมีราคาแพงมาก ดังนั้นเด็กที่จะเป็นเจ้าของมันได้ก็ต้องไฮโซ มีสตุ้งสตางค์พอดู(และกลายเป็นที่หมั่นไส้ของบรรดาเด็กๆโลโซทั้งหลาย 55)

สำหรับสไตล์การแต่งเพลงของ Mark Foster นั้น เขาสนุกสนานไปกับการพัฒนาตัวละคร เขาชอบเข้าไปในห้วงความคิดของบุคคลอื่นๆ และลองสมมติบทบาทเป็นตัวละครเหล่านั้นดู นอกจากนี้เขายังชื่นชอบการแฝงความหมายในบทเพลงอีกด้วย

“ถ้าผมแต่งเนื้อเพลง Pumped Up Kicks ไว้บนทำนองบัลลาดหม่นๆ มันก็คงจะเป็นเพลงที่ฟังดูหดหู่อย่างเดียว แต่ผมชอบเพลงที่ต้องใช้การตีความ และผมรู้สึกประทับใจไปกับเพลงเหล่านั้นหลายๆเพลง ตัวอย่างเช่นเพลง ‘Grace’ ของ Jeff Buckley ทีแรกที่ได้ฟังผมคิดว่ามันเป็นเพลงที่เยี่ยมมาก แต่จู่ๆเนื้อเพลงก็เริ่มกระตุกความคิดผมหลังจากที่ฟังมันไปรอบแล้วรอบเล่า ผมคิดได้ว่าเค้ากำลังพูดถึงความตายและการจมดิ่ง และเค้าก็จมน้ำตายจริงๆ ผมโพล่งออกมาในรถว่า ‘เค้าทำนายเรื่องการตายของตัวเค้าเอง!’ มันน่าทึ่งมากๆ”

 

วงอินดี้จากแอลเอวงนี้ มี Mark Foster เป็นแกนนำ ซึ่งทีแรก Mark ที่สวมตำแหน่งทั้งนักร้องนำ/มือกีตาร์/มือคีย์บอร์ด ตั้งใจจะทำเป็นโซโล่โปรเจ็ค แต่เมื่อปรึกษากับเพื่อนสมาชิกทั้ง Mark Pontius (มือกลอง) และ Cubbie Fink (มือเบส) แล้ว เขาคิดว่าถ้าทำเป็นวงน่าจะดีกว่า เริ่มแรกพวกเขาใช้ชื่อวงว่า Foster & the People แต่คนได้ยินผิดเป็น Foster the People และมันก็กลายเป็นชื่อวงไปโดยปริยาย

ความสำเร็จแบบหวือหวาของ FOSTER THE PEOPLE ทำให้พวกเขารู้สึกหวาดหวั่นครั่นคร้ามเล็กๆ…

แต่กระนั้นพวกเขาก็ได้ทำงานหนัก และตระเวนเล่นคอนเสิร์ตอย่างหนักเช่นกัน

จน Mark บอกว่าพวกเขาไม่มีเวลามาพะวงคิดถึงมันอีก และคิดว่าพวกเขาก็ได้พิสูจน์ตัวเองมาจนถึงระดับหนึ่งแล้ว

ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี พวกเขามีเพลงดังกระหึ่ม และประเดิมอัลบั้มแรก “Torches” ได้สวย

แถมยังได้เล่นบนเวทีของเทศกาลใหญ่อย่าง Coachella (ซึ่งปีก่อนพวกเขายังเป็นแค่คนดูด้วยซ้ำไป!) และ Glastonbury

 

และว่ากันว่าพวกเขาเป็นขวัญใจของเด็กแนว โดยในคอนเสิร์ตของพวกเขาจะเต็มไปด้วยเด็กวัยรุ่นแต่งตัวเท่ๆ เต้นรำกันอย่างครึกครื้น (และจากปากคำของ Mark เอง เขาบอกว่าถ้าไม่นับกลุ่มเป้าหมายหลัก ก็จะมีแฟนเพลงแบบแปลกๆ เช่น แม่กับลูกสาว ซึ่งคุณแม่ดูท่าทางจะอินมากกว่าคุณลูก… และครั้งหนึ่งเขาถึงกับอึ้งไปเลยที่แม่ยกวัย 60 มันสุดเหวี่ยงไปกับเพลงของพวกเค้า!)

ทิ้งท้ายกันไปด้วยเกร็ดที่มาที่ไปแห่งความดัง

ที่ผมบอกไว้ตั้งแต่ต้นว่าเส้นทางความสำเร็จของพวกเค้าคล้ายๆกับ ARCTIC MONKEYS นั้น…

ก็เพราะว่า FOSTER THE PEOPLE แจ้งเกิดจากอินเตอร์เน็ต และดังแบบปาก-ต่อ-ปากเหมือนๆกัน

โดยกระแสคลั่งไคล้ของพวกเค้าจุดติดหลังจากที่มีสาวเยอรมันเขียนเกี่ยวกับเพลง ‘Pumped Up Kicks’ ลงในบล็อกของเธอ แล้วเว็บ Hype Machine ก็เอาไปเชียร์ต่อ จนตัวเพลงเริ่มไต่ชาร์ตและกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

ซึ่ง Mark เปิดเผยว่า…

“ผมเคยส่งอีเมลไปขอบคุณเธอนะ ผมบอกว่าถ้าวงเราไปเยอรมนี เราน่าจะนัดเจอและไปเที่ยวกันหน่อยนะ ซึ่งเธอก็ตอบรับมา แต่ว่าเรายังไม่มีโอกาสได้ไปที่นั่นเลย”

Advertisements

7 responses

  1. golf

    ซักวันจะต้องทำแบบวงนี้ให้ได้

    ตุลาคม 11, 2011 ที่ 6:47 am

  2. fon001

    พอฟังเพลงนี้เเล้วชอบมากมันมีอะไรมากกว่าคำว่า ” เพลง “

    พฤศจิกายน 5, 2011 ที่ 9:57 am

  3. Beam

    Awesome

    พฤศจิกายน 15, 2011 ที่ 8:22 pm

  4. Enjoy

    ธันวาคม 8, 2011 ที่ 6:17 pm

  5. ฟังครั้งแรกก้อสะเป๊กหยั่งกะเจอเนื้อคู่เลยย :))

    ธันวาคม 24, 2011 ที่ 12:54 pm

  6. เพราะดี

    กรกฎาคม 31, 2012 ที่ 10:52 am

  7. pinglovetay

    i like you

    มีนาคม 17, 2013 ที่ 7:19 am

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s