Just another WordPress.com site

YES: retrospect (2)


จากเพจ เอาเธอมาถีบ

 

 

(ต่อจากตอนแรก…) หลังจากอัลบั้ม ‘Close To The Edge’ วง YES ก็ยังรักษาชื่อชั้นในฐานะวงโปรเกร สซีฟร็อคหัวแถวไว้ได้ ด้วยอัลบั้ม ‘Tales from Topographic Oceans’ (ติดอันดับ 1 ในชาร์ตอังกฤษ / ปี 1974) ‘Relayer’ (ซึ่งมีเพลงเด่นความยาว 22 นาทีอย่าง “The Gates of Delirium” บทเพลงประณามความไร้สาระของสงคราม ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากวรรณกรรม ‘War and Peace’ ของลีโอ ตอลสตอย) และ ‘Going For the One’ (ที่ทำให้พวกเค้ากลับมาติดอันดับ 1 ในอังกฤษอีกครั้ง / ปี 1977)

ว่าแล้วก็ลองไปฟังไลฟ์เพลง ‘Awaken’ จากอัลบั้ม Going For the One ที่ถือเป็นงานมาสเตอร์พีซอีกเพลงหนึ่งของ YES (ยาวกว่า 15 นาที! เปิดไปเล่นเน็ตไป เพลินๆแล้วกันครับ อิอิ)

 

—————————–

 

สีสันอย่างหนึ่งเกี่ยวกับวง YES ก็คือ… ความเปลี่ยนแปลงทางดนตรี และการเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าสมาชิก โดยสาเหตุหลักก็เนื่องมาจากความขัดแย้งภายในวงทั้งในแง่ของอุปนิสัย และแนวคิดการทำเพลงนั่นเอง ดังนั้นจึงมีสมาชิกเข้าๆ ออกๆ และย้ายข้ามวงไปมาอยู่บ่อยๆ ตัวอย่างเช่น มือกลองคนแรก Bill Bruford ที่ย้ายข้ามไปอยู่กับวงแนวเดียวกันอย่าง KING CRIMSON ซะเฉย / มือคีย์บอร์ดคนเก่งอย่าง Wakeman ก็เข้าออกวงเป็นว่าเล่น / และที่ฮือฮาที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นกรณีที่นักร้องนำเบอร์หนึ่ง Jon Anderson ลาออกจากวงในปี 1980

และมือเบส Chris Squire สมาชิกคนเดียวที่อยู่กับ YES มาตลอด (เขาคือผู้สวมหัวโขน “พี่ใหญ่” ของวง) ก็ได้แก้ปัญหาด้วยการไปเชิญตัวคู่ดูโอสุดฮ็อตแห่งยุคอย่าง THE BUGGLES เจ้าของเพลงดัง ‘Video Killed the Radio Star’ มาเสียบแทนทั้ง Anderson กับ Wakeman ที่ออกไปอย่างง่ายดาย!

เสริมเกี่ยวกับดูโอ THE BUGGLES หน่อยนะครับ พวกเขาเป็นศิลปินหน้าใหม่แนว new wave ที่มาแรงสุดๆในปลายยุค 70 โดยซิงเกิ้ลเปิดตัวของพวกเค้า ‘Video Killed the Radio Star’ ขึ้นชาร์ทอันดับ 1 ในอังกฤษทันที (และติดอันดับ 1 ในอีก 16 ประเทศ) และมันยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็น MV เพลงแรกที่เปิดตัวบนสถานี MTV ในสหรัฐ เมื่อวันที่ 1 สิงหา 1981 อีกด้วย!

 

แต่ปรากฏว่าผิดคาดครับ! พอวงนิวเวฟอย่าง THE BUGGLES มารวมตัวกับ YES และออกอัลบั้มลำดับที่ 10 ที่ชื่อว่า ‘Drama’ … ผลงานของ YES กลับไม่ได้แผ่วลงเลย แต่ยังเป็นโปรเกรสซีฟร็อคที่คงความเข้มข้นไว้อยู่ จะต่างกันก็แค่ไม่มีเสียงร้องของ Jon Anderson และมีกลิ่นอายของดนตรีนิวเวฟสอดแทรกเข้ามาเล็กน้อย

อันที่จริง การได้เข้ามาร่วมวงกับ YES เป็นเหมือน “ฝันที่เป็นจริง” ของ 2 หนุ่ม Trevor Horn และ Geoff Downes แห่งวง THE BUGGLES เลยก็ว่าได้ ซึ่งทีแรกทั้งสองแค่ถูกเชิญให้มาช่วยแต่งเพลง จนเป็นที่มาของเพลง ‘We Can Fly From Here’ ที่พวกเขาคิดขึ้นมาเพื่อวง YES โดยเฉพาะ แต่แล้วก็มีเซอร์ไพรส์เมื่อทั้งคู่ถูกเชิญมาเข้าร่วมวงเป็นสมาชิกตัวหลักเสียเลย!

แฟนๆบางคนไม่พอใจในการรวมตัวครั้งนี้ โดยมีการตั้งฉายา YES ไลน์อัพนี้ว่า “Yuggles” นอกจากนี้แฟนเก่าจำนวนมากคิดถึงเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ของ Anderson (และว่ากันว่าในการทัวร์คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของ Trevon Horn มันทำให้เสียงของเขาถึงกับมีปัญหาไปเลย ส่วนหนึ่งก็เพราะขาดประสบการณ์ และอีกส่วนเป็นเพราะเขาต้องพยายามไต่เสียงให้สูงเท่ากับนักร้องขวัญใจแฟนๆเจ้าเก่าอย่าง Anderson นั่นเอง)

 

จากอัลบั้ม Drama ก็ลองเอาเพลง ‘Into The Lens’ ไปฟังกันซักเพลง เพื่อสัมผัสถึงซาวด์ที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อ YES เทกโอเวอร์ The Buggles! 55

 

—————————

 

หลังอัลบั้ม Drama ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ของ YES อีกหน!

เริ่มด้วยการปลดผู้จัดการวง ต่อด้วยนักร้องใหม่ Trevor Horn ยอมลาออกเป็นคนแรก แล้วค่อยๆหายไปทีละคนสองคน จนสุดท้ายมือกีตาร์ Steve Howe ต้องตัดสินใจยุบวงในปี 1981

หลังจากนั้นก็มีความเคลื่อนไหวเด่นๆ ดังต่อไปนี้
– มือกีตาร์ Steve Howe กับมือคีย์บอร์ดใหม่ Geoff Downes ไปตั้งซูเปอร์กรุ๊ปชื่อ ASIA
– มือเบส Chris Squire กับมือกลอง Alan White ไปร่วมโปรเจ็คซูเปอร์กรุ๊ปอย่าง XYZ ของ Jimmy Page แห่งวง LED ZEPPELIN (แต่ก็เป็นวงที่อยู่ไม่ยืด ยังไม่ทันได้ออกอัลบั้มแรกเลยด้วยซ้ำ)
– นักร้องนำ Jon Anderson หันไปออกงานเดี่ยว และมีโปรเจ็คดูโอ้ Jon & Vangelis ที่ประสบความสำเร็จ
– Squire และ White พยายามใหม่อีกหน ตั้งวงใหม่ชื่อ CINEMA โดยไปดึง Trevor Rabin มาเป็นมือกีตาร์คนใหม่

 

แต่วง CINEMA ที่นำโดย Squire นั้นก็ยังขาดแคลนนักร้องนำอยู่ และเผอิญที่ Squire ได้มาพบกับ Anderson ในปาร์ตี้เมื่อปี 1983 จึงได้ชักชวนมาร่วมโปรเจ็คใหม่ ทำให้ CINEMA มีสมาชิกหลักของ YES อยู่ถึง 3 คนด้วยกัน … แล้วหลังจากนั้นไม่นานพวกเค้าก็ตัดสินใจกลับไปใช้ชื่อวง YES อีกคำรบ!

และการชุบชีวิตวง YES ครั้งนี้ ก็ตามมาด้วยอัลบั้มลำดับที่สิบเอ็ด ‘90125’ (ที่ตั้งชื่อตามหมายเลขซีเรียล!) มันเป็นการพลิกโฉมหน้าทางดนตรีของ YES ไปแบบพลิกฝ่ามือเลยทีเดียว! แนวเพลงโดยรวมเปลี่ยนมาเป็น ป็อบ/ร็อค ให้เข้ากับยุคสมัย และลดความซับซ้อนของซาวด์ดนตรีลง บ้างก็ว่ามือกีตาร์คนใหม่อย่าง Trevor Rabin มีอิทธิพลต่อซาวด์ดนตรีของ YES โฉมใหม่พอสมควร (โดย Rabin ได้ร่วมงานกับ YES นับจากชุดนี้ไปอีก 3-4 ชุด)

‘90125’ กลายเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดของ YES ไปโดยปริยาย ด้วยยอดขายกว่า 6 ล้านชุด แถมเพลงดังอย่าง “Owner of a Lonely Heart” ก็ขึ้นไปถึงอันดับ 1 ในบิลบอร์ดเสียด้วย มันทำให้ YES ก้าวขึ้นมาเป็นวงเมนสตรีมอย่างเต็มตัว

แต่ในขณะเดียวกัน ‘90125’ ก็สร้างความกริ้วโกรธให้กับสาวกเก่าของ YES อย่างมหันต์ โดยจะว่าไป “Owner of a Lonely Heart” นั้นเหมือนเป็นการเดินตามรอยความสำเร็จของเพลง “Another Brick In The Wall” ของวง PINK FLOYD … ต่างกันก็ตรงที่ว่า PINK FLOYD เพียงแต่ใช้เพลงนั้นเพื่อสร้างสีสัน แต่ในผลงานโดยรวมนั้น ทางวงยังยึดมั่นกับแนวทางของโปรเกรสซีฟร็อคอย่างชัดเจนเหนียวแน่น / ขณะที่วง YES นั้น เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบแทบจะพลิกฝ่ามือไปเลย ถ้าจะมองแบบเข้าข้างฝั่งศิลปิน มันก็แค่เป็นการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยตามวัย แต่ถ้าจะว่ากันในมุมมองของแฟนพันธุ์แท้เดนตาย การกระทำเช่นนี้ก็คงจะไม่ต่างไปจากการ “ขายวิญญาณ” นั่นเอง…

 

แต่สำหรับผม(ในสายตาของคนที่ไม่ใช่ แฟนแนวโปรเกรสซีฟร็อค) อัลบั้ม 90125 ก็ไม่ได้เลวร้ายเลยนะครับ เพลงหนึ่งที่ผมชอบจากชุดนี้ ได้แก่ ‘Changes’ (ลองดูไลฟ์ในคลิปสิครับ นอกจากจะเล่นสดกันได้อย่างสุดยอดแล้ว ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นความโดดเด่นในแง่แสง/สี/เสียงบนเวที ซึ่งถือเป็นจุดขายอย่างหนึ่งของวงแนวโปรเกรสซีฟร็อคเลยทีเดียว)

 

—————————-

 

สุดท้ายแล้ว!!! จากตรงนี้ไปก็ขอสรุปรวดยอดไปเลยทีเดียวนะครับ…

นับจากยุค 80′ มา วง YES ก็ยืนหยัดมาจนถึงปัจจุบันร่วม 40 ปีแล้ว! สมาชิกก็ยังมีแตกคอกันบ้าง (เช่นในปี ’89 ที่ Anderson ยกพลสมาชิก YES ที่ถูกอัปเปหิ มาทำโปรเจ็คชื่อ Anderson Bruford Wakeman Howe แข่งกับวงเดิมเสียเลย!) … แต่พอทะเลาะกันเสร็จแล้วเดี๋ยวก็มาดีกัน (ปี ’92 อัลบั้ม “Union” ถือเป็นการรวมพลครั้งใหญ่ ที่มีสมาชิกทั้งเก่าทั้งใหม่มารวมตัวกันถึง 8 ชีวิต!) และในปี 2011 นี้ เหล่าเสือเฒ่ากำลังจะออกอัลบั้มลำดับที่ 20 ในชื่อ ‘Fly From Here’ (น่าเสียดายตรงที่นักร้องนำไม่ใช่ Anderson เสียแล้ว เพราะเขามีปัญหาทางสุขภาพ แต่จะเป็นนักร้องคนใหม่อย่าง Benoît David แทน)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s