Just another WordPress.com site

Final Fantasy จินตนาการพร่างพราวไร้ขีดสุด (3)


FF ย้อนยุคภาคต่อๆไปนี้ เป็นอานิสงส์จาก Internet ล้วนๆ…

กล่าวคือบางเว็บไซต์จะมีคนทำโปรแกรม Emulator แจกฟรี ทั้งเครื่อง Family, Superfamicom หรือแม้แต่ Play 1 (ยังไม่นับรวมเครื่องอื่นๆ เช่น N64, Megadrive เป็นต้น) จากนั้นเราก็ไปตามโหลด rom เกมเก่าๆที่เราชื่นชอบมา (ที่ผมอึ้งก็คือ เกมแฟมิลี่สมัยก่อนเป็น 1,000 K นี่ถือว่าอลังการมาก แต่พอมาในยุคปัจจุบันเรียกได้ว่าเป็นแค่เศษเสี้ยวความจำที่เล็กเสียยิ่งกว่าขี้ผง!)

เกมตระกูล FF ที่ผมโหลด rom มาเป็นอันดับแรกน่าจะได้แก่ FF V

FF V สมัยลงเครื่องซูเปอร์ฯ จัดว่าดังเอาการ โดยมันเป็นการต่อยอดระบบอาชีพจาก FF III (มีอาชีพใหม่ๆ เจ๋งๆ เพิ่มอีกเพียบ) แถมกราฟฟิกของมันก็พัฒนาขึ้นมากจาก 8 bit มาเป็น 16 bit และสมัยนั้นผมรู้สึกว่าอยากจะเล่นมากๆ!… แต่ไม่รู้สิพอผมได้หยิบมาเล่นใหม่กลับไม่ค่อยรู้สึกประทับใจเท่าไหร่ เนื่องด้วยกราฟฟิกที่ชวนปวดตา(โดยเฉพาะเมื่อเล่นกับจอคอมพิวเตอร์) และเนื้อเรื่องออกจะทื่อๆชอบกล ก็เลยเป็นภาคที่ผมเล่นไม่จบซะงั้น!

———————————-

FF VI เป็นอีกภาคหนึ่งที่ผมรักที่สุด (และเชื่อว่าแฟนเกม FF หลายคนคงคิดตรงกัน)

ผมได้มาเล่นภาคนี้ก็จากไอ้เจ้า emulator นี่แหละ (ถ้าจำไม่ผิดตอน FF VI ออกใหม่ๆ มันเป็นเกมที่ใช้หน่วยความจำสูงสุดของเครื่องซูเปอร์เลยแหละ นั่นคือ 24 bit! / แล้วต่อมาก็ถูกดึงไปลงเครื่อง Play 1 โดยแค่เพิ่ม opening movie เข้าไป)

FF VI จัดได้ว่าเป็นภาคที่แหวกแนวที่สุด เช่น โผล่เรื่องมาก็ไซไฟจ๋าเลย ตัวละครขี่หุ่นเหล็กมาจิเท็คแทนเจ้าโจโกโปะ แถมยังเปิดเรื่องด้วย Terra ซึ่งเป็นตัวละครหญิง! เธอคือผู้มีพลังพิเศษที่ตกเป็นทาสของจักรวรรดิ ส่วนพระเอกอย่าง Locke นั้นก็เป็นนักล่าสมบัติ(หรือโจรนั่นแหละ!) เรียกว่าฉีกขนบของ FF ภาคก่อนๆที่ตัวเอกมักจะเป็นอัศวินผู้กล้าหรือเจ้าชายเจ้าหญิง จุดเด่นของ FF VI ก็คือการดำเนินเรื่องราวที่เข้มข้นและมีจังหวะจะโคน ตัวละครมีเสน่ห์(และมีความสามารถพิเศษใหม่ๆ) และระบบการเล่นใหม่ๆอย่างเช่น ATB (Active Time Battle), Limit Break หรือการเผชิญหน้ากับศัตรูในฉากต่อสู้หลากหลายรูปแบบ ก็ช่วยเพิ่มความสนุกเร้าใจในการเล่นได้เป็นอย่างดี

เพลงดังของ FF VI ได้แก่ ‘Aria’ (Aria Di Mezzo Caratere)

———————————-

และถ้าพลาดภาคนี้ไปก็กระไรอยู่ สำหรับ FF VII ที่ขายดีที่สุดในตระกูล FF ด้วยยอดขายกว่า 10 ล้านก็อปปี้!

กระผมเคยได้ยินคำร่ำลือมานานว่า FF VII สนุกอย่างนู้น สนุกอย่างนี้! แต่กว่าจะได้มาเล่นจริงก็ร่วม 10 ปีให้หลังผ่านเจ้า emulator เช่นเคย (แถมวิธีลงเกมนี้ยากโฮกๆ! จนเคยถอดใจไปแล้ว และพยายามใหม่!) และก็ไม่ผิดหวังเลย เพราะว่ามันเป็นเกมที่สนุก ครบเครื่อง สมบูรณ์แบบจริงๆ! ถึงแม้ว่ากราฟฟิกจะยังดูกากๆ ตัวละครเป็นโพลิกอนเหลี่ยมจัดชัดเจนตามประสาเกมบุกเบิกเครื่อง PlayStation 1 ก็เถอะ แต่ข้อด้อยดังกล่าวก็ถูกกลบด้วยเนื้อเรื่องที่เข้มข้นสนุกสนาน สีสันสดสวย และมีลูกเล่นเยอะ รวมทั้งระบบการเล่น ATB ที่ยกระดับความตื่นเต้นเร้าใจ โดยส่วนตัวผมว่ามันเหมือนเป็นการต่อยอดความเป็นไซไฟจาก FF VI มาเลย แต่ระดับความล้ำยุคเหนือขึ้นไปอีกขั้น โดยพระเอก Cloud นั้นเป็นสมาชิกอยู่ในกลุ่มกบฎ AVALANCHE ที่อาจหาญต่อต้านองค์กรมหาอำนาจอย่าง Shinra Company (แต่ปรากฏว่าภาคนี้ผมก็เล่นไม่จบครับ -_- 555 จำได้ว่าเล่นมาไกลมาก แล้วติดงานหรืออะไรสักอย่าง ก็เลยละวางไป … ถ้าจำไม่ผิดเกมมี 3 แผ่น แต่ต้องใช้เวลาเล่นนานกว่า FF VIII ที่มี 4 แผ่นเสียอีก!)

เพลงหนึ่งที่ติดหูคนเล่นเกม FF VII น่าจะเป็นเพลงนี้ ‘Anxious Heart’ (เพลงเปิดใช่ป่ะ?)

ด้วยความนิยมของ FF VII ทำให้มันถูกนำมาต่อยอดทำเป็นหนังแอนิเมชั่น Final Fantasy VII : Advent Children ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆได้ไม่เบา

———————————-

ถ้าพูดถึง FF แล้วจะไม่พูดถึงผู้ให้กำเนิดมันก็กระไรอยู่…

Hironobu Sakaguchi เป็นชาวจังหวัดอิบารากิ เขาเป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมไฟฟ้าที่ดร็อปออกไปทำงานอยู่กับบริษัท Square และในระหว่างที่กำลังตัดสินใจว่าจะอยู่หรือจะไปจากวงการเกมนั้น เขาก็วัดดวงด้วยการทำเกม RPG ที่ชื่อ ‘Final Fantasy’ ซึ่งมีความหมายตรงตามชื่อก็คือ ความฝันครั้งสุดท้าย กล่าวคือถ้าเกมนี้เจ๊ง เขาก็จะถอนตัวจากวงการเกมแล้วกลับไปเรียนต่อ … แต่ปรากฏว่ามันขายดี และเป็นเกมที่สร้างชื่อให้กับค่าย Square จนต้องมีการสร้างภาคต่อมาจนถึงปัจจุบัน

และตำนานของ FF I ก็คงจะไม่ใช่การวางเดิมพันใหญ่ครั้งเดียวของ Sakaguchi โดยในปี 2001 เค้าเป็นทั้งโปรดิวเซอร์และผู้กำกับให้กับหนังแอนิเมชั่นเรื่อง ‘Final Fantasy: The Spirits Within’ ที่ใช้เวลาสร้างนานถึง 4 ปี และทุนสร้างมหาศาลเกือบ 140 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ปรากฏว่ามันทำรายได้ไปเพียง 85 ล้านเหรียญสหรัฐ และนั่นก็ทำให้ค่าย Square มีบัญชีติดตัวแดง จนถึงกับต้องปิดค่ายหนัง Square Pictures ไปเลย … จริงอยู่มันเป็นหนังแอนิเมชั่นเสมือนจริงที่ทำ CG ออกมาได้เนียนมากและดีที่สุดของยุคนั้น แต่อย่างไรก็ตาม ดาราซีจีที่เป็นมนุษย์จำลองนั้นก็มิอาจถ่ายทอดอารมณ์ได้ดั่งดาราที่เป็นมนุษย์มนาอย่างเราๆท่านๆ แถมเนื้อเรื่องที่เป็นแนวไซไฟ/แอ็คชั่น มีเนื้อหาออกจะเคร่งเครียด คงจะขัดกับความคาดหวังของแฟนๆเกม FF อยู่ไม่น้อย (ผมคนหนึ่งที่คาดหวังว่าอยากให้หนังเรื่องนี้ใช้คนจริงแสดง และนำเสนอในแบบแฟนตาซีมากกว่า) แต่จะว่าไป Sakaguchi และ Square ก็มีคุณูปการต่อวงการแอนิเมชั่นอยู่ไม่น้อย เรียกได้ว่าเป็นผู้ที่ยอมเจ็บเพื่อกรุยทางให้แก่วงการแอนิเมชั่นรุ่นหลัง (ถ้าจะพูดแบบเข้าข้าง Square นั้นล้ำยุคและหาญกล้ามาก่อนใครเพื่อน ใครเลยจะคาดคิดว่าในอีกเกือบทศวรรษให้หลังจะมีหนังรูปแบบคล้ายๆกันอย่าง ‘Avatar’ ที่พัฒนาต่อยอดมาจนถึงขีดสุด และดังระเบิดระเบ้อจนเป็นประวัติการณ์ในปี 2009)

Sakaguchi ยังสร้างเซอร์ไพรส์ไม่เลิก… การควบรวมกิจการระหว่าง Square กับ Enix ในปี 2003 ซึ่งถือเป็นคู่แข่งเกม RPG ตัวเอ้ ถือเป็นข่าวที่ช็อควงการเกมอย่างแรง (ใครเลยจะคาดคิดว่า 2 ตำนานเกม RPG อย่าง Final Fantasy และ Dragon Quest จะมาบรรจบอยู่ค่ายเดียวกันได้!) จากนั้นในปี 2004 Sakaguchi ก็ช็อควงการเกมอีกคำรบด้วยการลาออกจาก Square Enix แล้วหันไปตั้งค่ายใหม่ชื่อว่า Mistwalker ที่แม้ว่าจนถึงปัจจุบันพึ่งจะมีผลงานเกมออกมาไม่กี่เกม แต่ก็ล้วนเรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆได้ไม่น้อย อาทิ ‘Blue Dragon’ และ ‘Lost Odyssey’

และผลงานล่าสุดของ Sakaguchi ก็คือ ‘The Last Story’ ของเครื่อง Wii ที่ตัวเขาล้วงลูกลงมาเป็นผู้กำกับเสียเอง (เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี นับจากเกม FF V) ทั้งชื่อเรื่องเอย และตัวเกมเอย เรียกได้ว่ามีส่วนคล้ายคลึงกับ Final Fantasy เป็นอย่างมาก! (นอกจากนี้ชื่อเกมยังเคยทำให้นักข่าวตีความผิดว่า “มันจะเป็นการทำเกมครั้งสุดท้ายของ Sakaguchi ก่อนวางมือ”)

———————————-

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s