Just another WordPress.com site

Final Fantasy จินตนาการพร่างพราวไร้ขีดสุด (1)


ตึ่ง ดึง ดึง ดึ๊ง ดึง ดึง ดึง ดึ่ง…

เสียงพิณจำลองจากซินธิไซเซอร์ พร่างพราวสะกดหู คือการโหมโรงเปิดฉากของเกมภาษา(RPG) ที่แฟนๆเกมในยุค 80-90 ส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดี…

ใช่แล้ว! ผมหมายถึง Final Fantasy ตำนานเกม RPG อีกหนึ่งเกมที่อยู่ในใจใครหลายคน

ผมที่เริ่มเล่นเกม RPG ช้า ได้มาเริ่มเล่นเกมนี้ทีหลังเพื่อน กล่าวคือได้มาเล่น Final Fantasy (FF) ภาค III ของเครื่องแฟมิลี่ เอาตอนที่ภาค IV ของเครื่องซูเปอร์แฟมิค่อมออกไปแล้ว (จุดเด่นของ FF III ก็คือการริเริ่มระบบอาชีพ ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอาชีพของคาแร็กเตอร์ได้ตามใจชอบกว่า 20 อาชีพ ซึ่งถือเป็นต้นแบบที่ทำให้ทั้ง FF ภาคต่อมา และเกมอื่นๆ นำไปปรับใช้)

และก็เป็นเรื่องน่าขำ เพราะคนอ่อนหัดเกม RPG อย่างผม ดันไปยืมตลับมาจากเกมเมอร์ขั้นเมพเพื่อนผมไอ้ “ธีรชัย” ที่เล่นไว้ได้เพอร์เฟ็กต์เลิศหรูทุกประการ ใช้นักรบหัวหอม เลเว่ล 99 อาวุธสุดยอด ชื่อแซ่ตัวละครนี่ก็สะกดคาตาคานะถูกเป๊ะๆ (แถมมันก็ใจดีเอามาให้ไก่อ่อนอย่างผมยืม ฮ่าๆๆ) ปรากฏว่ายืมมาเล่นได้ไม่กี่วัน ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็เลยเผลอไปกดลบเซฟเทพของทั่นธีรชัยเสียหมด (งานเข้าแล้วสิทีนี้ -_-“) ไอ้กระผมไม่รู้จะทำยังไงก็ได้แต่พยายามเล่นให้ได้เท่าทั่นธีฯ ซึ่งมันก็เป็นไปไม่ได้ จนสุดท้ายเอาตลับเกมเพื่อนมาดองไว้ 2 เดือน ตั้งชื่อมั่ว เล่นไปตามมีตามเกิด แถมไม่จบอีกต่างหาก แล้วค่อยเอาไปคืนมัน พร้อมสารภาพว่า “เฮ้ย กูขอโทษ ตลับมัน error เซฟมึงหายว่ะ” (ผมว่าตอนนั้นไอ้ธีฯ คง hurt ชิหาย! 555)

เกร็ด: สมัยนั้นบ้านเราเรียก RPG (Role Playing Games) ว่า’เกมภาษา’ อาจเพราะมันมีภาษาญี่ปุ่นเต็มพรืดไปหมด และที่น่าขำก็คือ… เด็กๆบ้านเราสมัยนั้นทั้งที่ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น แต่ก็เล่นจบกันได้หลายคน! (ทั้งที่โค-ตะ-ระ-ยาก! 555) เพื่อนผมบางคนถึงกับลงทุนเรียนภาษาญี่ปุ่นหลักสูตร jibun de (เรียนด้วยตัวเอง) เพื่อเอามาใช้เล่นเกมภาษาโดยเฉพาะเลยก็มี เด็กไทยนี่ช่างน่านับถือจริงๆ คารวะ!  _/\_

นั่นแหละครับ คือประสบการณ์การเล่น FF ครั้งแรกของผม (ผมมาเล่นภาค III จบจริงๆเอาก็ 2-3 ปีให้หลัง ที่ตอนนั้นเพื่อน “แดน” ให้ยืมตลับมา และตอนนั้นผมก็เล่นเกมภาษามาได้ในระดับหนึ่งแล้ว จึงสามารถเล่นฝ่าฟันไปจนจบได้ ด้วยตัวเอง บวกคู่มือเฉลยเล็กน้อย (จำได้ว่าช่วงนั้นติดเกมนี้อย่างหนัก จนสอบตกบางวิชาเลย 555)

ตอน ม.ปลายนี่ผมแทบไม่ได้แตะ FF อีกเลย เพราะบ้านจน ไม่มีปัญญาซื้อเครื่องซูเปอร์ T_T บวกกับตอนนั้นย้ายมาโรงเรียนสหฯ ความสนใจเราก็เริ่มเบี่ยงเบนไปที่กีฬา ดนตรี สาวๆ ฯลฯ (แต่ก็ยังแอบไปซื้อพวกหนังสือเกมมาอ่าน เพื่อที่จะดูความเป็นไปของ FF เป็นระยะๆ)

ได้มาเล่นอีกที ก็ข้ามมาตอนมหา’ลัยเลยครับ…

ตอนนั้นเพื่อนซี้ผม “ไอ้ปัด” มันใจสปอร์ตโคตรๆ มันให้ยืมเครื่อง Playstation มาเล่นที่บ้านเลย แล้วก็ทำให้ผมได้กลับมาเล่น FF อีกครั้ง เริ่มด้วย FF VIII ที่ตอนนั้นดังระเบิดระเบ้อ

FF VIII เป็นภาคที่ถ้าคนเล่นไม่รักก็เกลียดไปเลย (แต่สำหรับผม ผมชอบมาก) จุดต่างที่ทำให้แฟนๆบางคนชังมัน ได้แก่ ตัวละครและเนื้อเรื่องหลักที่ออกแนวหนังฮอลลีวูด ระบบของเกมที่ออกจะขัดใจแฟนเก่า โดยเราสามารถปั้นแต่งตัวละครให้มี skill เวทย์มนต์อย่างไรก็ได้ (ซึ่งถ้าเป็นภาคก่อนๆ จะค่อนข้างตายตัว) หรือแม้แต่การเรียกมนต์อสูรได้แบบพร่ำเพรื่อจนทำให้เสื่อมความขลังไป แต่ในทางกลับกัน… มันก็เป็นภาคที่มีกราฟฟิกงดงามตระการตา(เรียกได้ว่ามาถึงเกือบขีดสุดแล้วสำหรับ CG ณ พ.ศ.นั้น และถือเป็นเกมแรกๆของ PlayStation 1 ที่พัฒนาโพลีกอน 3 มิติออกมาได้เนียนที่สุด) คาแร็กเตอร์โคตรเท่ พระเอกหล่อนางเอกสวย มีมินิเกมไพ่เจ๋งๆ การกำหนดทิศทางตัวละครและการดำเนินเรื่องค่อนข้างจะเป็นเอกเทศ(ถ้าจำไม่ผิด เข้าใจว่าเป็นอิทธิพลจากเกม Romancing Saga) รวมทั้งเพลงประกอบซึ้งๆที่ขับร้องโดย Faye Wong นั้นก็ถือเป็นจุดขายอีกอย่างเลยก็ว่าได้

ความท้าทายอีกอย่างสำหรับเกมเมอร์ ใน FF VIII ก็คงจะเป็นการโค่นไอ้เจ้าบ้า Altima Weapon นี่แหละครับ!

เพราะไม่รู้จะเรียกมันว่าโคตรเก่ง หรือโคตรโกงดี! มันเก่งและอึดกว่าหัวหน้าใหญ่เสียอีกครับ แถมบางทีเจอช็อตปล่อยไม้ตายดับชีพใส่เราเข้าไปติดกันซัก 2-3 ที ก็จะทำให้ท่านต้อง Game Over และเขวี้ยงจอยพร้อมกับตะโกน “เชรี่ย แม่ม โคตรโกงอิ๊บอ๋าย!” ไปโดยปริยาย (ถ้าจำไม่ผิด ผมต้องสู้กับมันเป็นสิบรอบเลยนะ กว่าจะชนะ / และที่น่าขำก็คือ ที่จริงเกมมันก็ไม่ได้บังคับเลยว่าต้องสู้กับไอ้เกรียนนี่ให้เสียอารมณ์เปล่าปลี้ แต่เกมเมอร์เกรียนๆอย่างเราพอรู้แล้วมันก็อดไม่ได้หรอก ชิมิๆ? 555)

จาก VIII ก็ย้อนกลับมา IV…

เพราะ PlayStation นำเกมเก่าๆมาลงแผ่นใหม่(แต่ก็มิได้มีการปรับปรุงกราฟฟิกแต่ประการใด FF IV นี่ถือว่ากราฟฟิกเริ่ดมากเมื่อสมัย Super ออกใหม่ๆ แต่พอมายุค Play แล้วนี่ถือว่ากากเลย 555 แถมเล่นนานๆแล้วจะปวดตามาก) แต่ที่ต้องยอมรับก็คือ “ของเค้าดีจริง!” ของดีไม่ว่าจะยุคไหนมันก็คงทนข้ามกาลเวลา (เนอะ!) เนื้อเรื่องของภาคนี้สนุกสุดๆ มีตั้งแต่ดำดิน ขึ้นบก ดำน้ำ เหาะขึ้นฟ้า ไปยันอวกาศ! ตัวละครมีหยินมีหยาง พระเอก “เซซิล” ทีแรกเป็นอัศวินดำ แล้วทีหลังเปลี่ยนมาเป็นพาลาดิน(นักรบศักด์สิทธิ์ที่ใช้มนต์ขาว) “กอลเบส” 1 ในศัตรูตัวฉกาจที่แท้จริงแล้วเป็นพี่ชายของเซซิลนั่นเอง แถมยังมีเรื่องรักสามเส้าของหนุ่มๆสาวๆอีก นอกจากนี้ระบบของเกมก็โดดเด่นมากจนถูกยกย่องให้เป็น 1 ในสุดยอดแห่งเกม RPG (รวมทั้งเป็นภาคแรกที่บังคับตัวละครได้ 5 ตัวอีกด้วย)

ส่วนเพลงประกอบของ FF IV ผมว่าคุ้นๆหูนะ (มันฟังคล้ายๆกับเพลงรายการกระจกหกด้านสมัยนั้นเลยนะ ผมว่า)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s