Just another WordPress.com site

นิยายชีวิต1 (ลูกไอ้หรั่ง)


เมื่อวานตอนค่ำๆ ระหว่างหลงทางอยู่แถวๆแยกนวมินทร์

มีเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกฉงนสนใจเป็นอย่างมาก

 

ตรงหน้าร้านเซเว่น ติดกับป้ายรถเมล์

ผมเห็นกองขายของแบกะดินวางอยู่บนฟุตบาธ มีเสื้อผ้าและกระเป๋ามือสองวางเรียงราย พร้อมด้วยดีวีดีหนัง

และมีป้ายกระดาษเขียนกำกับว่า “ทั้งกอง 100 บาท!”

จากนั้นก็ได้เห็นว่า… คนขายเป็นแค่เด็กชายตัวน้อยๆ อายุไม่น่าจะเกิน 10 ขวบ

เขาเป็นเด็กผู้ชายตาโต หน้าตาดี ใส่เสื้อยืดสีแดงสกรีนคำว่าลูกเทวดา และที่สะดุดตาก็คือผมทรงนักเรียนสีทอง (เด็กอะไรย้อมผม?)

 

ระหว่างที่รอรถสองแถว/รถเมล์ เสียนานสองนาน

สิ่งใดจะช่วยบรรเทาความเบื่อได้ดีไปกว่า การตามติดชีวิตเจ้าหนูนั่น

ไอ้ เสื้อผ้าเก่าๆ พื้นๆ พวกนั้น ต่อให้ขายทั้งหมดร้อยหนึ่ง ซึ่งเป็นราคาโคตรถูก ผมว่าก็คงจะไม่มีใครอยากซื้อมันหรอก (ยกเว้นซื้อด้วยความเห็นใจเด็กอ่ะนะ)

แต่ที่ผมสนใจมากกว่าก็คือ “เด็กตัวแค่นี้มันคิดได้ยังไงกัน?” (หรือจะมีพ่อแม่เป็นคนสอนให้ทำ?)

ผมจึงสอดส่ายสายตาไปเรื่อย มองหาพ่อแม่เด็ก

แล้ว ซักพักก็มีฝรั่งวัยกลางคน หัวเถิกๆ พุงพลุ้ยคนหนึ่ง ยืนถือขวดเบียร์ที่ซื้อมาจากเซเว่น เดินวนไปวนมา จนทำให้ผมสงสัยว่าหมอนี่เป็นอะไรกับเด็กหรือเปล่า?

 

ข้อสงสัยของผมถูกไขกระจ่าง… เมื่อได้เห็นสองพ่อลูกคุยกันเป็นภาษาอังกฤษปนไทย เจ้าหนูเรียกป๊ะป๋าตัวเองว่า Dad, Dad

พ่อฝรั่งจะเดินวนไปมา แวะเข้าไปดูลูกเป็นพักๆ แต่ตัวเองจะยืนดวดเบียร์คอยดูอยู่ห่างๆ ตรงขอบถนน ใกล้ๆกับเวสป้าคู่ใจของเขา

จากนั้นผมก็ได้เห็นช็อตบีบคั้นกดดัน เมื่อมีลูกค้ารายแรกเข้ามาทำธุรกรรมกับไอ้หนู

ลูกค้ารายนั้นเป็นชายสูงวัย เขาต้องการจะซื้อกระเป๋าสะพายสีดำ ไอ้หนูบอกราคาไป 20 บาท

ตาลุงไม่ยอมท่าเดียว แกบอกว่า “อะไรของเอ็งวะ? เสื้อทั้งกอง 100 บาท แล้วเจือกจะมาขายไอ้นี่ 20 กรูให้ 10 บาทพอ!”

ชายชรารุกไล่ต่อรองราคาอย่างหนัก พร้อมกับไซโคขู่เข็ญไอ้หนูหัวทองไม่หยุดหย่อน

ไอ้หนูไม่ยอมท่าเดียว พร้อมกับยืนกรานว่า dad ตั้งราคาไว้ 20 บาท ถ้าอยากได้ 10 บาทต้องไปคุยกับ dad เอง

ตาลุงเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ และไม่นานนักคุณป๋าขี้เมาก็แวะเข้ามาดู พร้อมคุยกับชายชราด้วยท่าทีเป็นมิตร

(ท่าทีสนิทสนมเหมือนว่าจะเป็นเพื่อนก๊งเหล้ากันกระมัง?)

และบอกให้ลูกขายกระเป๋าใบนั้่นไปในราคา 10 บาท

 

พอขายได้ คุณป๋าก็ให้รางวัลลูกชาย ด้วยการให้เงินไปซื้อลูกชิ้นปิ้ง

ส่วนตัวเองก็คุยโทรศัพท์ท่าทางเคร่งเครียด (ผมได้ยินจากที่ห่างๆ เข้าใจว่ากำลังคุยกับเมียคนไทยนะ)

 

และระหว่างที่รอรถสองแถวไปมัยลาภร่วมครึ่งชั่วโมง….

ผมอดรนทนไม่ไหว ยอมทิ้งเพื่อนร่วมชะตากรรมรอรถสองแถว ไปขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างแทน

แล้วจากไปพร้อมด้วยความฉงน…

ว่านายฝรั่งนี่จะเป็นแค่ฝรั่งขี้เมา ตกอับ บังคับให้ลูกมาขายของหาเงินค่าเหล้า?

หรือว่าที่จริงเขาอาจจะไม่ได้ลำบาก แต่ต้องการจะให้บทเรียนชีวิตกับเจ้าลูกชายตัวน้อย??

และอดเป็นห่วงไม่ได้ถึงอนาคตของเจ้าหนูน้อยหัวทอง พ่อค้าวาณิชย์ตัวกระเปี๊ยก

 

จำได้ว่าอาทิตย์ก่อนพึ่งจะเม้ากับเพื่อน แล้วเพื่อนพูดว่า “ชีวิตจริงบางครั้งยิ่งกว่านิยาย!”

และนี่ก็คงจะเป็น 1 ในนิยายชีวิตเหล่านั้น…

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s