Just another WordPress.com site

**สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า ROCK STAR (2)


**ขี้เหล้าเมายา!

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ดี และเป็นสิ่งผิดกฎหมาย!
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า… ร็อคสตาร์ส่วนใหญ่ล้วนพัวพันมีเอี่ยวกับเหล้ายากันแทบทั้งนั้น
มัน เป็นได้ทั้งสิ่งประโลมใจ และคู่มือ สปช. แบบเร่งรัด ที่ช่วยแต่งแต้มจินตนาการให้กับศิลปินด้วยการพาพวกเค้าหลบหนีจากโลกแห่งความ จริงไปยังอีกโลกหนึ่ง!

เรื่องหนึ่งที่ฮือฮาที่สุดของวงการร็อค ได้แก่ การพบกันครั้งแรกของ The Beatles กับ Bob Dylan เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 1964… และนั่นเป็นครั้งแรกที่ Bob Dylan ชักนำให้สี่เต่าทองได้รู้จักและลิ้มลองกัญชา ซึ่งทำให้พวกเขาติดใจและหัวเราะร่วนกันทั้งห้อง โดยผู้จัดการวงบีเทิลส์ Brian Epstein ถึงกับกล่าวว่า “ชั้นไฮเหลือเกิน ไฮจนติดเพดาน” นอกจากนั้นยังมีมุกเด็ดที่มาจากบทสนทนาระหว่าง Dylan กับ John โดย Dylan ที่เข้าใจเนื้อเพลง “I Want To Hold Your Hand” ผิดๆและคิดว่า The Beatles เคยพี้มาแล้วนั้นถามพวกเขาว่า
“อ้าวแล้วเพลงนั้นของพวกนายล่ะ ไอ้เพลงที่บอกว่ากำลัง high น่ะ!”…
พอสี่เต่าทองฟังแล้วก็งงเต็ก“เพลงไหนเฮีย?” จอห์นถามทันควัน…
Dylan ตอบว่า “เพลงนี้ไง”
แล้วร้องว่า “and when I touch you I get high, I get high…”
จอห์นฟังแล้วก็อายม้วนก่อนจะสารภาพว่า
“เนื้อผิดแล้วครับเฮีย” “ที่จริงมันต้องร้องว่า ‘I can’t hide, I can’t hide, I can’t hide…”

มีคลิปการ์ตูนล้อเลียนจากในรูป คห.26 มาให้ดูกันด้วยครับ ขำๆดี (ในการ์ตูน แต่ละคนหน้าตาเรื้อนมาก / เว้น George คนเดียวที่ไม่ข้องเกี่ยว นั่งกินมันฝรั่งแผ่นเฉย 55)

สำหรับวีรกรรมเรื่องอื่นๆเกี่ยวกับเหล้ายานั้น ได้แก่
– David Bowie ในตลอดทัวร์คอนเสิร์ต ‘Diamond Dogs’ ของเค้าเมื่อปี 1974 นั้น Bowie ประทังชีวิตด้วย “พริกแดง โคเคน และนม!!!”

– R.E.M. ซึ่งปกติเป็นวงที่ดูสุภาพ แต่เมื่อปี 2002 มือกีตาร์ Peter Buck ได้ไปก่อเรื่องอื้อฉาวบนเครื่องบินไฟลท์จากสหรัฐไปลอนดอน โดย Buck ดื่มไวน์แล้วเมาอาละวาดทำร้ายพนักงานสายการบิน (แต่ Buck แก้ต่างในชั้นศาลว่ามันเกิดจากการที่เขากินยานอนหลับเข้าไปก่อน แล้วพอดื่มไวน์เข้าไปมันก็เลยตีกัน และก่อให้เกิดภาวะควบคุมตัวเองไม่ได้)

– นาย Liam Gallagher อดีตนักร้องนำ Oasis เคยเมาแล้วทะเลาะวิวาทกับอดีตดาวเตะทีมชาติอังกฤษ Paul Gascoigne เมื่อปี 2006 ใน Groucho Club ผับระดับท็อปของเมืองลอนดอน โดยเหตุเริ่มจากตา Gazza ไปแซว Liam ก่อน และนาย Liam ก็โต้ตอบทันควันด้วยการเอาถังดับเพลิงมาฉีดใส่หน้า Gazza และนั่นก็ทำให้พ่อ Liam ตัวดีถูกแบนจากผับดังกล่าวไปตลอดชีพ!



กระนั้นถ้าคุณไม่แน่จริง ก็อย่าริลองมันเลย!
เพราะเหล้ายามันทำลายคนที่ตกเป็นทาสของมันมานักต่อนักแล้ว
แบบเบาะๆก็ **เสียคน** อย่างเช่น นาย Pete Doherty ร็อคเกอร์ขี้ยาแห่งเกาะอังกฤษ ที่แม้จะเด่นดัง แต่มีชีวิตบัดซบ! ต้องเข้าออกคุกเป็นว่าเล่น

หรือแบบหนักๆก็ **เสียชีวิต** ร็อคเกอร์คนแล้วคนเล่าต้องจากไปก่อนวัยอันควรเนื่องจากมัวแต่ยุ่งกับยา เช่น Jim Morrison กับ Jimi Hendrix ที่ด่วนจากโลกนี้ไปในวัยเพียง 27 ปีจากการเสพย์ยาเกินขนาด หรือ Hillel Slovak มือกีตาร์คนแรกของวง Red Hot Chili Peppers ที่ตายเพราะเสพย์เฮโรอีนเกินขนาด ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับเพื่อนร่วมวงอย่างมาก และเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ Anthony Kiedis ยอมเลิกยานาน 5 ปี (ก่อนที่จะกลับไปติดอีก!)

**ปากดี!

มีสำนวนไทยเตือนใจเราว่าให้ระวัง “ปากพาจน” แต่สำหรับร็อคสตาร์แล้ว… มันคงจะกลับกันเป็น “ปากพารวย”!

ใน ยุทธจักรเพลงร็อค ดูเหมือนว่าจะยิ่งปากดีเท่าไร ก็จะยิ่งดัง ยิ่งมีกระแส! ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ “สองพี่น้องตระกูล Gallagher แห่งวง Oasis” ที่ในยุคบริทป็อบเฟื่องฟูนั้นพวกเขาเคยแขวะไปหมดทั่วทั้งวงการ!! ที่หนักที่สุดเห็นจะเป็นกรณีพิพาทกับวงคู่ปรับอย่าง Blur โดยในปี 1995 ป๋า Noel เคยกัดพวกเค้าว่า “อั๊วอยากให้ Damon กะ Alex ติดเอดส์แล้วก็ตายๆไปซะ!” ซึ่งก่อให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างหนัก จน Noel ต้องออกมาขอโทษขอโพยในภายหลัง…

ถัด จากนั้นในปี ’96 ในงาน Brit Awards ซึ่ง Oasis คว้ารางวัลวงบริติชยอดเยี่ยมเหนือ Blur นั้น สองพี่น้อง Gallagher จอมแสบก็ยังหักหน้าวงคู่อริด้วยการขึ้นไปร้องเพลง ‘Parklife’ บนเวทีแล้วแปลงเนื้อเป็น ‘Shite-life’ เสียนี่! (Shite ก็คือ Shit ไงล่ะครับทั่น! 55)…

สองแสบ Gallagher ยังเคยแขวะข้ามไปถึงวงการฮิพฮ็อพ โดย Noel ผู้พี่เคยแขวะ Jay-Z ว่า “หมอนี่เป็นตัวซวยที่ทำให้เทศกาลดนตรี Glastonbury ตกต่ำ!” (สืบเนื่องจากการที่ Jay-Z ได้รับเลือกให้เป็นเฮดไลน์ของงานในปี 2008 ซึ่งขัดกับธรรมเนียมของ Glastonbury ที่เน้นเพลงร็อคโดยสิ้นเชิง และ Jay-Z เองก็ได้โต้ตอบ Noel ผ่านสื่อ แถมยังเอาเพลง “Wonderwall” ขึ้นมาร้องโชว์บนเวทีแก้เกี้ยวซะงั้น!) ส่วน Liam ผู้น้องนั้นก็เคยแขวะว่า “แบรนด์เสื้อ Rocawear ของ Jay-Z นั้นเห่ย สู้แบรนด์ Pretty Green ของอั๊วก็ไม่ได้!”…

ปัจจุบัน นาย Liam ที่แยกตัวออกมาตั้งวง Beady Eye ก็ยังปากดีไม่เลิกรา! โดยเขาได้ออกมาแขวะวงอังกฤษหน้าใหม่วงแล้ววงเล่า อาทิ Franz Ferdinand, The Libertines, Bloc Party, Vaccines และ Brother ซึ่งบางวงกลับชอบใจและเห็นว่ามันเป็นการด่าเจิมของ Liam เสียด้วยซ้ำ! (โดน Liam ด่าแล้วยิ่งดัง )

ว่าแล้วก็เชิญรับชมวีรกรรมของ 2 ศรีพี่น้อง Gallagher บนเวที Brit Awards
ขณะขึ้นไปคว้ารางวัล “วงยอดเยี่ยมแห่งปี 1996”
พวก เค้าก็ทะลึ่งแปลงเพลง ‘Park Life’ ของวงคู่แข่งอย่าง Blur ให้เป็นเพลง ‘Shite Life’ ไปเสียฉิบ!!! (ไม่พอ ตา Liam ยังมีการไปแขวะพิธีกรบนเวทีอีก! 5555)

และในยุค ’90 ที่เพลงอัลเทอร์กำลังขับเคี่ยวกับเฮฟวี่อย่างดุเดือดอยู่นั้น…
ตัวแทนจากทั้ง 2 ฝั่งอย่าง Kurt Cobain และ Axl Rose ถือเป็นคู่กัดแห่งวงการร็อคที่ไม่กินเส้นกันอย่างแรง

โดย Kurt เคยแขวะ Axl ว่า “Axl น่ะเล่นบทร็อคสตาร์มานานหลายปีแล้ว และมันน่าเบื่อว่ะ เค้าเป็นพวกกร่างอีโก้จัด และคงคิดว่าโลกนี้เป็นหนี้บุญคุณเค้าอยู่ล่ะมั้ง”

ส่วน Axl ก็เคยแขวะ Kurt กับเมียอย่างแรงว่า “Kurt กะเมียน่ะเป็นไอ้พวกขี้ยา ถ้าลูกของพวกนั้นออกมาพิกลพิการล่ะก็ สองผัวเมียนี่ควรจะไปเข้าคุกซะ” (แต่ทั้งนี้ความขัดแย้งของทั้งคู่ก็มีที่มาที่ไปอยู่ ที่จริงแล้วตอนแรก Axl ออกจะปลื้ม Nirvana ซึ่งอยู่ค่าย Geffen เหมือนกันด้วย และเค้าเคยขอให้ Nirvana ไปร่วมเล่นทัวร์คอนเสิร์ตกับ GNR หรือแม้แต่ไปงานวันเกิดของเค้า แต่ Kurt ปฏิเสธเนื่องจากไม่ชอบนิสัยและทัศนคติของ Axl พ่วงด้วยเหตุการณ์ในงาน MTV Awards 1992 ที่คู่ผัวเมีย Axl+Stephanie และ Kurt+Courtney ทะเลาะวิวาทกันหลังเวที และนั่นจึงทำให้ทั้งคู่กลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันไปโดยปริยาย)

**หญิงตรึม!


แน่นอนว่าเมื่อคุณมีชื่อเสียงและเงินทองแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คงจะหนีไม่พ้น “นารี” และเรื่องคาวสวาททั้งปวง!

Gene Simmons มือเบสจอมพ่นไฟแห่งวง Kiss เคยให้สัมภาษณ์ครั้งฮือฮาว่า “ผมเคยนอนกับผู้หญิงมากว่า 4,600 คน” ซึ่ง Gene เองยอมรับว่าหลายคนคงจะไม่เชื่อ แต่เค้ายืนยันว่ามีหลักฐานพิสูจน์ได้จากรูปถ่ายของสาวแต่ละคนที่เค้าเคยได้ แอ้มมา ซึ่งเค้าเองก็ชอบโชว์อัลบั้มรูปดังกล่าวให้เด็กๆในคาถาดูเสียด้วย!

Gene ยังเคยกล่าวถึงประสบการณ์เซ็กซ์ติดตลกไว้ว่า “ผม เคยทาลายหน้าของผมให้กับสาวๆที่เต็มใจจะทามันในตอนมีเซ็กซ์… และครั้งหนึ่งผมเคยได้แอ้มแม่สาวคนหนึ่งที่มีรอยสักรูปหน้าผมบนหว่างขาเธอ และผมรู้สึกเสียใจแทนแฟนๆของเธอเหลือเกิน”

แน่นอนว่าต้องมีโชว์เด็ดประจำตัวของ Gene อย่างการพ่นไฟ(อยู่ตอนท้ายเพลงเลยจ้า!)

และในยุค 80-90 ที่ Gun N’ Roses ดังแบบสุดกู่ เรามักจะได้เห็นภาพพวกเค้าคลอเคลียกับสาวๆ ราวกับว่าอยู่ในฮาเร็มจนชินชา และนักร้องนำนาย Axl Rose นั้นก็เคยถึงขั้นคบหากับซูเปอร์โมเดลอย่าง Stephanie Seymour มาแล้ว แถมยังเอาเธอมาเล่นเอ็มวีเพลง “November Rain” และ “Don’t Cry” ให้หนุ่มๆอิจฉาตาร้อนเล่นอีกต่างหาก

อีกหน่อที่ไม่เบา ได้แก่ Bon Jovi ที่โดนอดีตผู้จัดการวง Rich Bozzet เขียนหนังสือแฉชีวิตวัยคะนองที่ชื่อว่า “Sex, Drugs And Bon Jovi” แถมยังเอารูปเค้ากับสาวๆแฟนคลับในชุดวันเกิดเมื่อปี ’85 มาลงอีกต่างหาก! โดย Bozzet ให้สัมภาษณ์ว่า “Jon ไม่อยากจะพูดถึงอดีตช่วงแรกๆของวงนักหรอก แต่หนังสือเล่มนี้จะเผยให้เห็นชีวิตจริงของวงดนตรีที่ต้องออกทัวร์ มันเป็นอีกโลกหนึ่งที่เต็มไปด้วยเหล้า ยา และเซ็กซ์”

**หลุดโลก!


สำหรับร็อคสตาร์เหล่านี้ “แนว-มีให้-แหวก!” ถ้าบอกว่า “แปลก” ก็คงจะน้อยไป…

ตัวพ่อผู้บุกเบิกแนวหลุดโลกนี้คงจะหนีไม่พ้น David Bowie ที่เป็นผู้จุดกระแสเพลงแกลมร็อคให้ดังเป็นพลุแตกในช่วงต้นยุค ’70…

ใน แนวเพลงแกลมร็อคนั้น ศิลปินจะแต่งหน้าแต่งตาและแต่งองค์ทรงเครื่องตามคอนเซ็ปต์ของนิยายไซ-ไฟหรือ ตำนานเทพนิยาย และมีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูก้ำกึ่งคลุมเครือระหว่างทั้งสองเพศ…

สำหรับ Bowie นั้นเค้าสร้างชื่อขึ้นมาจากการสมมติตนเป็นตัวละครนาม Ziggy Stardust – ร็อคสตาร์นามอุโฆษซึ่งแท้ที่จริงแล้วเขาคือมนุษย์ต่างดาวในร่างมนุษย์! (แต่ความสำเร็จของ Bowie นั้นส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่ามาจากฝีมือของเค้าล้วนๆ โดยเค้าได้พัฒนาตัวละครนี้ขึ้นมาจากการผสมผสานศิลปะหลายแขนง เช่น การเมกอัพ ละครใบ้ และการแสดง)

ในยุคหลังๆ ร็อคสตาร์ที่ได้ต่อยอดความพิสดารหลุดโลก และเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ได้แก่
–    Marilyn Manson เจ้าของลุควิปริตผิดเพี้ยน ผู้ประกาศตนเป็นสาวกลัทธิซาตาน เค้าไม่เพียงแต่ช็อคโลกด้วยรูปโฉมภายนอกเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเนื้อเพลงที่รุนแรงยั่วยุ และพฤติกรรมห่ามๆบนเวที จนทำให้ชื่อของเค้าถูกนำไปโยงกับคดีสังหารหมู่โดยน้ำมือของเด็กมัธยม และการฆ่าตัวตายของเยาวชนรายหนึ่ง โดยผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องซัดทอดว่าเด็กๆเหล่านี้ทำมันลงไปโดยมี Marilyn Manson เป็นแรงบันดาลใจ!

–    Keith Flint แห่งวง The Prodigy… แรกเริ่มเดิมที Flint เป็นแค่แดนเซอร์ของวงอิเล็กโทรฯบีทหนักวงนี้ แต่พอเขาได้โชว์เสียงร้องครั้งแรกกับเพลงสุดตื๊ดอย่าง ‘Firestarter’ ในปี ’96 พร้อมกับมาดใหม่ในลุคแบบพังค์และทรงไถเปิดกลางกบาล! นั่นก็ทำให้ Prodigy มีเพลงขึ้นอันดับ 1 ในอังกฤษเป็นครั้งแรกทันที และทำให้พวกเค้าเจาะตลาดอเมริกาได้สำเร็จ และนับแต่นั้นมา Flint ก็กลายเป็นจุดขายของวงไปเลยทีเดียว

–    Wes Borland มือกีตาร์จอมแพรวพราวจากวง Limp Bizkit ผู้ พิสมัยการแปลงโฉมแบบพิลึกพิลั่น เขานี่แหละที่นำเทรนด์ ‘บิ๊กอาย’ มาก่อนเกาหลีเสียนมนาน แถมยังพัฒนาความประหลาดขึ้นมาเรื่อยๆ จนลุคล่าสุดดูแล้วไม่ต่างกับพวกวูดูหรือมนุษย์กินคนนัก!

–    Daft Punk คู่ หูเพลงอิเล็กโทรฯ/เฮาส์ จากฝรั่งเศส เจ้าของเพลง ‘Robot Rock’ ที่ดังไปทั่วโลก พวกเขาใส่หน้ากากเป็นหุ่นยนต์ตลอดศกทั้งในการแสดงและการปรากฏตัวต่อสาธารณชน!

นี่แหละครับ “แนวตัวพ่อ” ก่อน Lady Gaga หลายสิบปี Bowie นำเทรนด์หลุดโลกมาก่อนใครๆ!

พัฒนาการ/ความเปลี่ยนแปลงของ David Bowie ในยุค 70′

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s