Just another WordPress.com site

‘ผู้ดีแบบนี้หรือคือพังค์?’ VAMPIRE WEEKEND


จากเพจ เอาเธอมาถีบ

VAMPIRE WEEKEND วงอินดี้หน้าใหม่ที่มาแรงเกินความคาดหมาย ถ้ามองดูแค่ผิวเผิน พวกเค้าก็เป็นแค่วงหนุ่มหน้าใสที่ทำเพลงร็อคใสๆ จังหวะคึกคัก โจ๊ะได้โจ๊ะดี แต่ภายใต้เปลือกนอกที่ว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น…

จุดกำเนิดของวง VAMPIRE WEEKEND เริ่มต้นจากเมื่อราวๆปี 2006… Ezra Koenig พบกับเพื่อนๆในระหว่างเรียนที่มหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง Columbia และเริ่มตั้งวงกันแบบจริงจังตอนเรียนปีสี่

ส่วนชื่อวงแปลกๆของพวกเค้านั้น ก็มาจากชื่อหนังที่ Ezra กับเพื่อนๆถ่ายทำขึ้นในระหว่างปิดเทอมหน้าร้อน (Ezra เล่นเป็นพระเอกชื่อ Walcott ที่ต้องไปเมือง Cape Cod เพื่อบอกนายกเทศมนตรีว่าแวมไพร์กำลังมา)

หลังเรียนจบทั้งสี่มุ่งมั่นทำอัลบั้มแรกด้วยตัวเองในระหว่างที่ทำงานประจำไปด้วย!

รากฐานความหลากหลายทางดนตรีของ VAMPIRE WEEKEND นั้น… เป็นไปได้ว่ามาจากความหลากหลายทางเชื้อชาติและรสนิยมทางดนตรีของสมาชิกในวง

โดย

– Ezra (ร้องนำ / กีตาร์) มีเชื้อยิว พ่อแม่ของเค้ามาจากยุโรปตะวันออก

– Rostam Batmanglij (คีย์บอร์ด) มีเชื้อเปอร์เซีย พ่อแม่ของเค้าอพยพมาจากอิหร่านในยุคโคไมนี

– Chris Baio (เบส) มาจากครอบครัวอิตาลี

– Chris Tomson (กลอง) มาจากครอบครัวยูเครน

และในแง่รสนิยมดนตรีของสองคีย์แมนหลักนั้น ตัว Ezra เติบโตมากับการฟัง The Beatles วงพังค์อย่าง The Clash หรืิอแม้แต่วงแร็พอย่าง Run DMC รวมทั้งเพลงอินเดียและเพลงเร็กเก้ด้วย ส่วนทางด้าน Rostam นั้นได้อิทธิพลการฟังดนตรีเปอร์เซียและแอฟริกันมาจากพ่อแม่ แล้วพอโตขึ้นเค้าก็สนใจในดนตรีคลาสสิค และ Nirvana เป็นพิเศษ


ต้นปี 2008 พวกเค้าออกอัลบั้มแรก “Vampire Weekend” กับสังกัดอินดี้จากอังกฤษอย่าง XL อัลบั้มนี้ถูกอัดเสียงในสถานที่แตกต่างหลากหลาย ทั้งห้องใต้ดิน, โรงรถ, อพาร์ทเมนท์ และสตูดิโอ ซึ่งทำให้ซาวด์ที่ออกมามีความพิเศษเฉพาะตัว

มันเป็นการเปิดตัวที่ยอดเยี่ยม ได้ทั้งเงินทั้งกล่อง และทำให้พวกเค้าถูกจับตามองในฐานะดาวรุ่งแห่งวงการอินดี้ ตัวอัลบั้มถูก Rolling Stone ยกให้เป็นอัลบั้มแห่งทศวรรษในอันดับที่ 56

หนึ่งเพลงเด่นจากอัลบั้มแรกของพวกเค้า นั่นคือ “Cape Cod Kwassa Kwass” ที่มีท่วงทำนองคึกคักแบบเวิลด์บีท แถมเนื้อเพลงยังมีการหยอกล้อประเด็นความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศโลกที่หนึ่งกับโลกที่สามด้วย

Ezra ได้แรงบันดาลใจในการแต่งเพลงนี้ระหว่างไปเที่ยวแอฟริกาและอินเดีย โดยระหว่างนั้นเค้ากำลังฟังพวกเพลงบรรเลงแอคคอร์เดียนอยู่ (ส่วน Kwassa kwass เป็นจังหวะเต้นจากประเทศคองโก)

อีกเพลงหนึ่งที่หลายคนคงจะคุ้นหูกันดี ได้แก่เพลงมันๆเสียงกีตาร์พลิ้วๆอย่าง “A-Punk” ที่พวกเค้าใช้เป็นเพลงเปิดตัวบนสื่อทีวี ซึ่งต่อมาเพลงนี้ได้ถูกนำไปใช้ทั้งในเกมและโฆษณา (แฟนเพลงบางคนไม่ชอบใจที่เพลงนี้ถูกนำไปใช้ในโฆษณาโน้ตบุ๊คยี่ห้อหนึ่ง แต่ยังไงผมก็ยกย่อง VW อย่างนะที่ไม่เล่นด้วยกับ Vevo 555)

VAMPIRE WEEKEND เป็นวงประเภทที่เรียกว่า “ถ้าคนไม่รัก ก็เกลียดไปเลย” และถือเป็นวงหนึ่งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เยอะมากในต่างประเทศ โดย Ezra ซึ่งครั้งหนึ่งเคยกล่าวว่าเค้าได้อิทธิพลมาจากวงพังค์ระดับตำนานอย่าง THE CLASH นั้น ต่อมาก็ถูกนักวิจารณ์่ค่อนขอดว่า “VW เป็นพวกพังค์ผู้ดี!” เป็นพวกจอมปลอม กล่าวคือ… ถ้าจะดูแต่ภาพลักษณ์ภายนอกของพวกเค้ามันดูผู้ดีไฮโซซะเหลือเกิน ทั้งการศึกษา การแต่งตัว ขัดกับภาพลักษณ์เดิมๆของพังค์ (โดยแฟนขับบางคนเรียกพวกเค้าว่าพวก Ivy League เพราะม.โคลัมเบียที่พวกเค้าเรียนนั้นเข้ายากมาก ประมาณจุฬา-ธรรมศาสตร์บ้านเรา)

นักวิจารณ์บางคนไปกันใหญ่ บ้างสับว่า “VW เป็นพวกศิลปินคนขาวที่ไปขโมยเพลงของคนดำ” และเนื้อเพลงของ Ezra นั้นก็เป็นมุมมองแบบอภิสิทธิ์ชนที่เหมือนมองจากข้างบนลงไปข้างล่าง

ขณะที่ตัว Ezra เองนั้นก็ไม่แยแสที่บางคนจะมองแค่เปลือกนอก เค้าเพียงแค่ถ่ายทอดไปตามมุมมองของตนแบบซื่อๆ และถ้าใครที่ติดตามวงนี้ดีก็จะรู้ว่า เนื้อเพลงของ Ezra นั้นมักจะกำกวมเสมอ ต้องตีความหลายชั้น นอกจากนี้ Ezra ยังเคยได้ตอกกลับพวกนักวิจารณ์บางคนไปว่า “ผมไม่แคร์หรอก คนพวกนี้ไม่รู้จักผมดีด้วยซ้ำไป!” (โดยที่จริงแล้ว Ezra ก็ไม่ได้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย เค้าเข้าเรียนที่ม.โคลัมเบียได้โดยใช้ทุน)

อัลบั้มที่สอง “Contra” ถือเป็นประวัติการณ์ เพราะมันสามารถเปิดตัวได้ที่อันดับ 1 บนชาร์ตบิลบอร์ดตั้งแต่สัปดาห์แรก (และถือเป็นวงอินดี้รายที่ 12 ที่เคยทำได้!) ซึ่งนั่นก็แสดงว่าพวกเค้าได้ก้าวข้ามจากวงอินดี้มาเป็นวงที่ได้รับการยอมรับในกระแสหลักแล้ว

สำหรับอัลบั้มนี้ แฟนๆบางคนอาจจะไม่ชอบใจที่ “เสียงกีตาร์” โดนโละทิ้งหายไปเยอะ แต่นักวิจารณ์บางรายก็ซูฮกว่า “VW เปลี่ยนไปโดยไม่ได้ทิ้งแก่นเดิม” และมันถือเป็นอัลบั้มที่มีความหลากหลายทางดนตรีมาก เรียกว่ามีตั้งแต่เร็กเก้ สกา ซินธ์ป็อบ เรฟ แอฟริกันบีท ไปยันคลาสสิค

ซิงเกิ้ลเปิดตัวจากอัลบั้มที่สอง “Horchata” (มันเป็นชื่อเครื่องดื่มน้ำนมข้าวจากเม็กซิโกครับ) ด้วยความแปลกของชื่อเพลง การเล่นสัมผัสคำ และทำนองแบบแอฟริกันบีท ผสมกับเสียงเครื่องเป่าและเครื่องสาย ทำให้มันออกมาเป็นเพลงที่เพราะแบบแปลกๆ

อัลบั้ม “Contra” นี้มีประเด็นที่ฮือฮาอยู่ไม่น้อย…

อย่างแรก Contra เป็นชื่อกลุ่มกบฎขวาจัดในประเทศนิคารากัว

อย่างที่สอง มันเป็นการหยอกล้อ(หรือคารวะ) อัลบั้ม “Sandinista!” ของวง THE CLASH ที่ออกเมื่อปี 1980 นั่นเอง (ขณะที่ Sandinista เป็นชื่อของขบวนการกู้ชาติซ้ายจัดในนิคารากัว!)

อัลบั้มครูอย่าง “Sandinista!” นั้นก็มีความหลากหลายมากตามแบบฉบับดนตรี New Wave และนอกจากนี้นักวิจารณ์บางคนเชื่อว่าเพลง Diplomat’s Son ของ VW นั้นต้องการจะอ้างอิงถึง Joe Strummer นักร้องนำผู้เลื่องชื่อของ THE CLASH ที่เคยเป็นลูกของนักการทูตและไปได้อิทธิพลดนตรีใหม่ๆมาจากต่างแดน

ลองไปฟังต้นตำรับอย่าง THE CLASH กันดูครับ (ตำนานของแท้เลยล่ะวงนี้!!)
เพลง The Call Up จากอัลบั้ม Sandinista! นี่แหละ


อีกประเด็นที่ฮือฮาก็คือหน้าปก “รูปหญิงสาวในเสื้อโปโล” ซึ่งดูขัดกับขนบของพังค์อย่างสิ้นเชิง เท่านั้นไม่พอ…. เจ้าของรูปตัวจริง Ann Kirsten Kennis ซึ่งเคยเป็นนางแบบในยุค80 ได้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจาก VW ถึง 2 ล้านดอลลาร์! เนื่องจากนำภาพของเธอไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

ไขข้อข้องใจเรื่องชื่ออัลบั้ม “Contra” นะครับ 555
เนื่องจาก press release ของบ้านเราน่ะน่าจะทำการบ้านมาน้อย… ก็เลยไปปล่อยข่าวว่า “ชื่ออัลบั้ม Contra นั้นมาจากวีดีโอเกม”

โดย Ezra นั้นเคยให้สัมภาษณ์ว่าชื่ออัลบั้มนี้มาจากเกม Contra ส่วนหนึ่ง แต่มันเป็นเรื่องที่น่าแปลก เพราะถ้าเป็นคนที่เกิดรุ่นเค้าพอพูดถึง Contra ก็จะนึกถึงเกมนี้ แต่ถ้าเป็นพ่อแม่เค้าได้ยินคำนี้ก็จะนึกถึงกบฎคอนทราในนิคารากัว โดยเค้าต้องการจะสะท้อนถึงบทบาทของ “สื่อ” ที่พอนับตั้งแต่วงดังพวกสื่อก็ชอบตีความว่าพวกเค้าเป็นอย่างนู้นอย่างนี้ มันเป็นการแสดงออกเพื่อต่อต้านอิทธิพลของสื่ออย่างหนึ่ง เพราะทุกวันนี้เราเหมือนถูกสื่อบังคับให้เลือกว่าจะต้องเชื่ออย่างใดอย่างหนึ่ง

ตัว Ezra เคยยอมรับว่าเค้าได้อิทธิพลจากเสียงบีทดนตรีของเกมในยุค80 มา (โดยมีนักวิจารณ์ของ NME มานั่งแกะแล้วบอกว่าเพลง “White Sky” มีเสียงบีทจากเกม Contra และเพลง “Diplomat’s Son” มีเสียงบีทจากเกม Tetris) แต่ Ezra บอกว่าเค้าไม่ค่อยได้แตะเกม Contra ภาค1 เลย แต่ได้เล่นภาค3 บนเครื่องซูเปอร์แฟมิค่อม

“สุดแล้วแต่จะคิด แล้วแต่ใครจะตีความ”


ว่าแล้วก็เอาเพลงจากเกม CONTRA ไปฟังเทียบกันซะเลย 5555
(ใครเคยเล่นเกมนี้มั่งง่ะ? ขึ้นๆ ลงๆ ซ้ายขวาๆ เอบี ซีเล็ค สตาร์ท ;-P)

ทิ้งท้่ายก่อนเข้า weekend นี้ด้วย VAMPIRE WEEKEND
พ่วงด้วยเพลงรับวันหยุด Holiday! อิอิ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s