Just another WordPress.com site

Post-BEATLES>> วันวาน ผันผ่าน… มิลืม มิเลือน… (7)


ปิดท้ายกันด้วย “ผลงานเกี่ยวเนื่องในยุคหลังๆ” ที่น่าสนใจและน่าสะสม. . .
ซึ่งก็มีหลากหลายรูปแบบทั้งเพลง หนัง ละครเวที และเกมส์

เริ่มกันด้วย “The Beatles Anthology”

ชิ้นนี้มาเป็นชุดใหญ่เลยครับ มีทั้งสารคดี เพลง 3 อัลบั้ม และหนังสือ…

ตัว สารคดีความยาว 8 ตอนแพร่ภาพครั้งแรกในปี 1995 มันได้เผยแพร่ใน 26 ประเทศและมียอดผู้ชมกว่า 400 ล้านคน ในนั้นก็จะมีภาพฟุตเทจต่างๆของเดอะบีเทิลส์ซึ่งเล่าเรื่องประกอบโดยสมาชิก ที่เหลืออยู่กับผู้คนใกล้ชิด และบทสัมภาษณ์ (DVD set มีทั้งหมด 5 แผ่น)

ส่วน อัลบั้มนั้นมีด้วยกันทั้งหมด 3 ชุด (ชุดละ 2 แผ่น) ความพิเศษของมันก็คือมีเพลงแถมของเดอะบีเทิลส์ที่ไม่เคยได้เผยแพร่มาก่อน รวมทั้ง 2 เพลงจากเดโมเทปของจอห์น ได้แก่ “Free As A Bird” และ “Real Love” ซึ่งถูกนำมาเรียบเรียงใหม่โดยสมาชิกที่เหลือ และปกของอัลบั้มทั้ง 3 ชุดพอนำมาวางเรียงกันแล้วจะเป็นภาพคอลลาจอย่างที่เห็นครับ (มันเป็นผลงานโดย Klaus Voormann ซึ่งเป็นคนออกแบบปก “Revolver” เมื่อปี 1966 ด้วย)

และหนังสือก็เป็นเหมือนส่วนเติมเต็มของสารคดี ที่มีทั้งประวัติของเดอะบีเทิลส์ บทสัมภาษณ์พิเศษ และภาพหายาก

สิ่งหนึ่งที่พิเศษสุดๆก็คือ เอ็มวีเพลง “Free As A Bird” ที่ทำออกมาได้อย่างละเอียดลออ…

มันสรุปไฮไลท์เหตุการณ์และสถานที่ที่เกี่ยวพันกับเดอะบีเทิลส์ผ่านสายตาของนก โดยมีสิ่งที่เชื่อมโยงถึงเรื่องราวและดนตรีของพวกเค้าร่วม 100 อย่าง (เวลาดูเอ็มวีเพลงนี้ต้องตั้งใจดูให้ดีๆครับแล้วจะสังเกตเห็น จะว่าไปก็เหมือนเกมจับผิดเลยนะเนี่ย อิอิ)

ว่าแล้ว… ใครว่างๆ ก็มาสนุกกับเอ็มวีนี้ดีกว่า “ดูซิว่ามีอะไรที่เกี่ยวโยงกับเดอะบีเทิลส์บ้าง??” ผมจะเฉลยบางส่วนไว้ข้างใต้นะครับ

เฉลย Free As A Bird!!
(เล่นก่อนแล้วดูทีหลังนะ อิอิ )

นาทีที่ 1.14 แฟนๆออหน้า The Cavern Club (ที่เล่นคอนเสิร์ตที่แรกๆของบีเทิลส์)

1.34 ป้าย Strawberry Field

2.04 พยาบาลสาวขายดอกป็อปปี้ (จากเพลง Penny Lane)

2.15 แผ่นป้าย Help! บนกำแพง

2.21 หนุ่มสาวพลอดรักในรถ (Why Don’t We Do It On The Road)

2.32 บนเค้กวันเกิดมีเลข 64 (When I’m Sixty-Four)

2.36-2.42 จอร์จออกจากรถ เดินไปคลินิก Dr.Robert

2.45-2.55 ภาพจำลองเหตุการณ์อุบัติเหตุรถยนต์ของพอล (และตรงกับเพลง A Day In The Life)

2.56 ตำรวจยืนเรียงแถว (ตรงกับเนื้อเพลง I Am The Walrus)

3.07 ว่าวลอย (Benefit Of Mr. Kite)

3.16 ดอกทานตะวันริมกำแพง (Lucy In The Sky With Diamonds)

3.18 เด็กๆใส่หน้ากากหมูวิ่งเป็นพรวน (Piggies)

3.27 นักเขียนพิมพ์ดีด (Paperback Writer)

3.42+3.52 ตัวการ์ตูน Blue Meanie (Yellow Submarine)

3.46 ชายจูงหมาบูลด็อก (Hey Bulldog)

3.53 จอห์นเต้นกับโยโกะ (I’m Happy Just To Dance With You + The Ballad Of John And Yoko)

3.54 คนแบกรูปประธานเหมา (Revolution) + ตรงปลายทางมีรถบัสสีเหลืองๆ (Magical Mystery Tour)

4.00  ขบวนนายพรานกับชาวอินเดียและช้างเดินออกมา (Bungalow Bill)

4.10 ระวี ชังการ์ เล่นซีตาร์

4.14 ไบรอัน เอปสไตน์ (ผจก.วงบีเทิลส์) สวมผ้าพันคอ

4.18  ตัวประกอบบนปก Sgt. Peppers)

4.28 ป้ายหลุมศพ Eleanor Rigby

4.36 หญิงสาวเดินอยู่บนถนนที่ยาวและคดเคี้ยว (Long And Winding Road)

4.45 ถนน Abbey Road

5.04 ตอนจบ George Formby เล่นอูเคเลเล่ (จอร์จ แฮร์ริสันในวัยเยาว์เคยคลั่งไคล้นักแสดงคนนี้มาก และพวกเดอะบีเทิลส์เคยเป็นแฟนตัวยงของดนตรีสคิฟเฟิลส์)

ที่จริงแล้วเดโมดังกล่าวของจอห์นมีทั้งหมด 4 เพลงครับ…
2 เพลงที่ได้กล่าวถึงไปแล้วก็คือ “Free As A Bird” กับ “Real Love”
แต่อีก 2 เพลงนั้นไม่ได้ถูกปล่อยออกมา ได้แก่ “Grow Old With Me” และ “Now And Then”
โดย เพลงหลังนั้นมีการถกเถียงและรื้อใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ยังไม่มีฉบับเสร็จสมบูรณ์ออกมาเสียที (ซึ่งใน youtube มีแฟนๆนำเพลงนี้ไปเรียบเรียงใหม่และปล่อยออกมาหลายเวอร์ชั่น)

ละครบรอดเวย์ “LOVE”

ในปี 2006 คณะละคร Cirque du Soleil (เซิร์ก ดูว์ โซเลย์) ได้เริ่มการแสดงละครบรอดเวย์ที่อิงเรื่องราวของเดอะบีเทิลส์ในลาสเวกัส ซึ่งมันเป็นละครที่อลังการตระการตามาก โดยใช้งบลงทุนกว่า 100 ล้านดอลลาร์ฯ

ลองชมตัวอย่างบางฉากจากละคร Love กันดูครับ

ภาพยนตร์ “Across The Universe”

ภาพยนตร์เพลงที่แฟนๆเดอะบีเทิลส์ไม่ควรพลาด ผลงานของผู้กำกับหญิง จูลี่ เทย์มอร์ เรื่องนี้ออกในปลายปี 2007

พระเอก Jude และนางเอก Lucy เป็นตัวแสดงนำที่ถ่ายทอดเรื่องราวในโลกขนานของเดอะบีเทิลส์ แถมยังข้ามน้ำข้ามทะเลจากอังกฤษไปอเมริกาเหมือนกับวงเปี๊ยบ (ที่สำคัญเรื่องนี้เจริญตามากๆ พระเอกหล่อ นางเอกสวย โดนใจทั้งหญิงทั้งชาย อิอิ)

จุดเด่นอีกอย่างของหนังเรื่องนี้ก็คือ การถ่ายทอดบทเพลงโดยนักแสดงในเรื่อง ซึ่งแต่ละเพลงได้มีการเรียบเรียงใหม่และอิมโพรไวซ์โดยตัวนักแสดงเอง และหลายๆเพลงก็ไพเราะดีหรือมีเสน่ห์ไปอีกแบบ หนังเรื่องนี้ได้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำครั้งที่ 65 ในสาขาหนังเพลง/ตลกยอดเยี่ยมด้วย

เชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนคงได้ไปดูเรื่องนี้กันมาแล้ว
แต่ลงซะหน่อยนะ…

เพลงแีรก “Strawberry Fields Forever” เวอร์ชั่นพระเอก Jude

หลายๆคนน่าจะชอบ “I Want To Hold Your Hand” เวอร์ชั่นนี้กันครับ
มันเป็น i want to hold your hand แบบเศร้าสร้อย ขัดจากต้นฉบับเดิม แต่ก็เพราะไปอีกแบบ

เวอร์ชั่นใหม่ของหลายๆเพลงในหนังเรื่องนี้ทั้งเพราะทั้งเจ๋งจริงๆครับ

อัลบั้มพิเศษของ “จอร์จ มาร์ติน”

“จอร์จ มาร์ติน” โปรดิวเซอร์คู่บุญ ที่บางคนให้ฉายาแก่เค้าว่า “เดอะบีเทิลส์คนที่ห้า” ก็ออกผลงานเป็นระยะๆครับ ชุดหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจคือ “In My Life” (ปี 1998) ซึ่งมีการนำเพลงของบีเทิลส์มาตีความใหม่ และได้ศิลปินรับเชิญดังๆหลายคนมาร่วมแจม อาทิ จิม แครีย์, โรบิน วิลเลียมส์, วาเนสซ่า เมย์, ฟิล คอลลินส์, ชอน คอนเนอรี และเจฟ เบ็ค

หมายเหตุ: ปัจจุบันท่านเซอร์จอร์จก็ยังอยู่นะครับ ปีนี้อายุ 85 ปีแล้ว

ลองไปฟังบางเพลงจากอัลบั้ม In My Life ของท่านเซอร์จอร์จ มาร์ติน กันนะครับ

เพลงนี้ “I Am The Walrus” ร้องโดยตา Jim Carrey

ทีแรกไปบังเอิญเจอเข้าน่ะครับ ยังสงสัย “เฮ้ย ตาจิมมันกล้าเล่นกับบีเทิลส์แบบนี้เหรอเนี่ย?” ฮ่าฮ่าฮ่า แล้วพอเห็นทั่นจอร์จเข้าเลยยิ่งอึ้ง (เซิร์ชข้อมูลถึงได้รู้)


‘A Day In The Life’ เวอร์ชั่นบรรเลงโดย Jeff Beck นี่ก็เพราะครับ (ได้เ้ข้าชิงแกรมมี่ปีนั้นด้วย)

เกม “The Beatles Rock Band”

ถือเป็นเซอร์ไพรส์ใหญ่มากๆสำหรับเกมนี้ เพราะทีแรกใครจะไปคิดว่าวงตำนานอย่างเดอะบีเทิลส์จะยอมเสี่ยงภาพพจน์มาลงแผ่นเกม

โดย “ดานี แฮร์ริสัน” เป็นตัวกลางที่ไปเจรจากับผู้ใหญ่ของค่ายเกม Harmonix พร้อมกับโน้มน้าวผู้ใหญ่ของค่าย Apple (ซึ่งก็คือพอล, ริงโก้ และโยโกะนั่นเอง) ให้เห็นดีเห็นงามไปกับโปรเจ็คนี้ โดยดานีเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ยุคนี้ใครมาก่อนย่อมได้เปรียบ ถ้าเราไม่รีบทำ วงอื่นก็ต้องตัดหน้าเราแน่ๆ เช่น Led Zeppelin หรือ Rolling Stones… หรือถ้า Beatles ไม่ทำ ผมจะขอทำเกม Led Zeppelin แทนเสียเลย”

และ ดานีถูกหวย เพราะเกม The Beatles Rock Band ได้ทั้งเงินทั้งกล่อง โดยถึงปัจจุบันมันจำหน่ายไปได้ราวๆ 2 ล้านชุด (คิดเป็นยอดขายกว่า 200 ล้านดอลลาร์ฯ) และมันได้ทั้งรางวัลและคำชมจากนักวิจารณ์เกมหลายๆเจ้า
นอกจากดานีแล้ว โปรเจ็คนี้ยังได้ “ไจล์ส มาร์ติน” (ลูกชายของจอร์จ มาร์ติน) มารับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์เพลงด้วย

สำหรับผมแล้วมันเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดมากๆ เพราะนอกจากจะได้เงินแล้ว มันยังเป็นวิธีที่จะต่อลมหายใจให้กับเดอะบีเทิลส์ในยุคดิจิิตอลได้อย่างแยบ ยลมากๆ คุณลองนึกภาพ “คุณพ่อซื้อเกมเดอะบีเทิลส์ร็อคแบนด์ไปให้ลูกๆเล่น” เรียกว่าเล่นกันได้ทั้งครอบครัว (เผลอๆคุณพ่ออาจจะแย่งคุณลูกๆเล่นซะมากกว่า ฮ่าฮ่าฮ่า) แถมเด็กๆรุ่นใหม่ก็จะได้รู้จักเพลงของบีเทิลส์ไปในตัวด้วย

อีกอย่างที่ผมชอบเกี่ยวกับเกมนี้ ก็คือการชูเพลงอย่าง The End ซึ่งคนไม่ค่อยคุ้นหูมาเป็น 1 ในเพลงโปรโมท (ผมชอบมากๆๆๆ)

อันนี้เป็นแฟนๆตัดเอาฉากจบมาลงคลิปครับ กราฟฟิกงามจริงๆ

ภาพยนตร์อื่นๆ

ภาพยนตร์เรื่องอื่นๆเกี่ยวกับเดอะบีเทิลส์ที่น่าสนใจได้แก่
– “Backbeat” (1994) หนังว่าด้วยวงเดอะบีเทิลส์ยุคแรกๆที่ข้ามไปเล่นดนตรีอยู่ในเยอรมัน และตอนนั้นวงยังมีสมาชิกอยู่ 5 คน หนังเน้นไปที่เรื่องราวของมือเบสคนแรก “สจ๊วต ซุตคลิฟ” ที่ถูกเรียกว่าเดอะบีเทิลส์คนที่ห้า รับบทโดยสตีเฟน ดอร์ฟ

– “Nowhere Boy” (2009) หนังอิงชีวิตของจอห์นในช่วงวัยรุ่นก่อนตั้งวงเดอะบีเทิลส์ มันถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของจอห์นกับครอบครัว และการได้พบพานกับพอลและจอร์จเป็นครั้งแรก

– “Norwegian Wood” (2010) หนังญี่ปุ่นเรื่องนี้จะว่าไปก็ไม่ได้เกี่ยวกับเดอะบีเทิลส์โดยตรง มันสร้างจากนิยายขายดีของมูราคามิที่มีเพลง Norwegian Wood เป็นแรงบันดาลใจและเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่อง

การ์ตูนทีวี “The Beatles”


จริงๆการ์ตูนเรื่องนี้เก่าแล้วครับ แต่ได้ข่าวมาว่าเค้าจะทำภาคใหม่มาฉายในปี 2013!…

การ์ตูนเดอะบีเทิลส์ถือกำเนิดตามยุคบีเทิลส์มาเนียมาเลย และ ณ ตอนนั้นก็ถือว่าดังมากๆ โดยมันได้ออกอากาศทางสถานี ABC ของสหรัฐครั้งแรกในช่วงปี 1695-1967 มีทั้งหมด 3 ซีซั่น (39 ตอน) และในปลายยุค 80 ช่อง Nickelodeon ได้นำมันมาฉายใหม่

เรื่องน่าขำก็คือ…ทีแรกพวกเดอะบีเทิลส์เองไม่ชอบมันเอาเสียเลย แต่พอเวลาผ่านไปเรื่อยๆพวกเขาก็ค่อยๆชอบและรู้สึกตลกไปกับมัน

สำหรับ การ์ตูนภาคใหม่ที่จะฉายในปี 2013 นั้น เรื่องราวจะคล้ายคลึงกับการ์ตูนในยุค 60 เพียงแต่เพิ่มตัวละครหลักๆเข้าไปอีก เช่น ผู้จัดการวง ไบรอัน เอปสไตน์, โยโกะ โอโนะ, มหาฤาษีมเหษโยคี โดยพอลกับริงโก้จะให้เสียงพากย์แก่คาแร็กเตอร์ของตัวเองด้วย


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s