Just another WordPress.com site

Post-BEATLES>> วันวาน ผันผ่าน… มิลืม มิเลือน… (6)


สำหรับลูกๆของคนนี้ต้องขอจัดพิเศษอีกแล้วครับ… (ไม่รู้ว่าทำไมคนตระกูล “เลนนอน” ถึงได้มีเรื่องมีราวกันเยอะแยะซะจริงๆ 55)

จูเลียน เลนนอน (Julian Lennon)

จูเลียน เลนนอน เป็นลูกชายคนแรกสุดของจอห์นกับภรรยาคนแรก ซินเธีย พาวเวลล์ จูเลียนเกิดเมื่อวันที่ 8 เมษายน 1963 โดยมีไบรอัน เอปสไตน์ ผู้จัดการวงเดอะบีเทิลส์เป็นพ่อทูนหัว

ในแง่ผลงานดนตรี ต้องถือว่าจูเลียนมีผลงานชิ้นแรกเมื่อตอนอายุ 11 เพราะจอห์นได้เอาเสียงตีกลองของจูเลียนน้อยไปใส่ไว้ในเพลง “Ya-Ya” (ซึ่งจูเลียนเคยพูดกับจอห์นในภายหลังว่า “พ่ออ่ะ ถ้าผมรู้ว่าพ่อจะเอามันลงอัลบั้ม ผมจะเล่นให้ดีกว่านี้เยอะๆเลย!”)

จูเลียนเข้าสู่วงการเพลงในฐานะศิลปินเดี่ยวเมื่อปี 1984 กับอัลบั้ม “Valotte” ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมีเพลงฮิตอย่าง Valotte และ Too Late For Goodbyes นอกจากนี้ตัวเค้าเองยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอด เยี่ยมจากเวที Grammy 1985 ด้วย

แต่ปรากฏว่ามันเป็นแค่ความสำเร็จชั่วข้ามคืน…
จู เลียนในวัยยี่สิบต้นๆถูกถาโถมด้วยแรงกดดันอย่างหนัก ทั้งในฐานะศิลปินดาวรุ่งที่ถูกจับตา และการถูกนำเอาผลงานไปเปรียบเทียบกับเลนนอนผู้พ่อ จนตัวเค้าต้องหันไปพึ่งเหล้ายาเพื่อรักษาแผลใจ จูเลียนมีผลงานอีก 3 อัลบั้มก่อนที่จะหายหน้าไปจากวงการเพลงร่วม 7 ปี!

สำหรับจูเลียน ผมชอบเพลงนี้ที่สุดครับ
“Too Late For Goodbye” เพลงป็อบบีตคึกคักแบบเร็กเก้
ผลงานจากอัลบั้มเปิดตัวของเค้าในยุค 80 ที่ประสบความสำเร็จมาก
ปล. เอ็มวีนี้ให้ดูที่ “ประตู” ให้ดีๆครับ ฮ่าฮ่าฮ่า

จูเลียนกลับมารอบแรกในปี 1998 พร้อมกับอัลบั้ม “Photograph Smile” ที่ล้มเหลวในอเมริกา หลังจากนั้นก็หายเงียบไปอีกนาน ก่อนที่พึ่งจะเคาะฝุ่นเตรียมนำผลงานชุดใหม่ “Everything Changes” มาออกในปี 2011 นี้


นอกจากจะมีหน้าตาละม้ายคล้ายพ่อแล้ว สุ้มเสียงของจูเลียนก็ฟังดูคล้ายกับจอห์นจนน่าตกใจ แต่เจ้าตัวกลับยอมรับว่าแนวทางการทำเพลงของเค้านั้นใกล้เคียงกับอาสุดรัก อย่าง “พอล แม็คคาร์ทนีย์” ที่ชอบทำเพลงป็อบเมโลดี้สวยๆมากกว่า

ปัจจุบันจูเลียนได้เอาดีในด้านการถ่ายภาพด้วย โดยในปี 2010 เค้าได้จัดนิทรรศการ “Timeless: The Photography of Julian Lennon”

สำหรับเพลงแนะนำเพลงอื่นๆของจูเลียนนั้น ได้แก่ “Stick Around,” “Because,” “I Don’t Wanna Know,” “Day After Day” และ “Saltwater”

ในคลิปเป็นเพลง “Saltwater” ครับ เพราะและความหมายดีมากๆ มันเป็นเพลงรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมและคนยากจน โดย Saltwater ในที่นี้ก็คือ “น้ำตา” นั่นเอง เพลงนี้ยังได้อา “จอร์จ” ช่วยคิดท่อนกีตาร์โซโล่ส่งมาให้ด้วย

—————————————

คุณรู้หรือไม่ว่า “จูเลียนเป็นแรงบันดาลใจให้กับเพลงดังของบีเทิลส์ 2 เพลง”

เพลงแรก “Lucy In The Sky With Diamonds” ที่บางคนเชื่อว่ามันเป็นเพลงเกี่ยวกับไอ้เจ้า LSD. . .

แต่แรงบันดาลใจเริ่มต้นของเพลงนี้มาจากการที่จอห์น เลนนอน ได้เห็นภาพวาดของจูเลียนน้อยที่ตั้งชื่อภาพนั้นว่า “Lucy – in the sky with diamonds”


โดยลูซี่คนที่ว่านี้ก็คือเพื่อนร่วมชั้นอนุบาล ที่จูเลียนหลงรักนั่นเอง (เรื่องที่น่าขำอีกอย่างก็คือ แฟนคนก่อนของจูเลียน เธอก็ชื่อลูซี่ครับ)

แต่น่าเศร้าที่ “ลูซี่” ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้แก่เพลงนี้นั้นมีอายุไม่ยืนยาว…

โดย ลูซี่ วอดเดน จากโลกนี้ไปในวัย 46 ปีด้วยโรคลูปัส ซึ่ง 6 เดือนก่อนจากไป จูเลียนได้กลับมาติดต่อกับเธออีกครั้งหลังทราบข่าวจากเพื่อนๆ และภายหลังจูเลียนได้แต่งเพลง “Lucy” เพื่ออุทิศให้กับเธอ และนำรายได้จากการจำหน่ายเพลงไปมอบให้แก่มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยลูปัส

เพลง “Lucy” ที่จูเลียนแต่งเพื่ออุทิศให้กับลูซี่เพื่อนเก่าครับ
และเรียกได้ว่ามันเป็นการกลับมาทำเพลงของจูเลียนอีกครั้งในรอบหลายปี หลังจากที่หายหน้าไปนาน

อีกเพลงหนึ่งที่เชื่อมโยงกับจูเลียนได้แก่ “Hey Jude”…

ซึ่ง “พอล แม็คคาร์ทนีย์” ตั้งใจแต่งเพลงนี้เพื่อปลอบหลานรักจูเลียนที่พ่อแม่พึ่งแยกทางกัน(จอห์นหย่า กับซินเธียในปลายปี 1968) โดยในทีแรกนั้นพอลตั้งชื่อเพลงนี้ว่า “Hey Jules” แต่มาเปลี่ยนเป็น Hey Jude ทีหลัง

อีกเกือบ 20 ปีให้หลังจูเลียนถึงได้รู้จากปากพอลว่าเพลงนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อเค้า และมันทำให้เค้ารู้สึกประทับใจมาก และในปี 1996 จูเลียนควักเงิน 25,000 ปอนด์เพื่อประมูลโน้ตเพลงนี้มาไว้ในครอบครอง


ในบรรดาลุงน้าบีเทิลส์ จูเลียนมีความผูกพันกับพอลเป็นพิเศษ โดยในช่วงที่ยังโกรธแค้นจอห์นอยู่นั้น จูเลียนถึงกับเคยพูดว่า “ในวัยเด็ก ผมใกล้ชิดกับพอลมากกว่าจอห์นที่เป็นพ่อแท้ๆเสียอีก”

และเมื่อจู เลียนเติบใหญ่แล้วทั้งคู่ก็ยังสนิทกันอยู่ (เรื่องที่น่าขำก็คือทั้งสองเคยเป็นคู่แข่งในเวทีประมูลซื้อของที่ระลึกของ จอห์นโดยไม่รู้ตัว และทีหลังพอทั้งคู่รู้เรื่องนี้เข้า พวกเค้าก็ได้แอบตกลงกันก่อนที่จะประมูลเลยว่าพอลอยากได้ชิ้นไหน และจูเลียนอยากได้ชิ้นไหน)

—————————————

คนโต แล้วก็ต้องต่อด้วย “คนเล็ก”

ชอน เลนนอน (Sean Lennon)

“ชอน ทาโร่ โอโนะ เลนนอน” เป็นลูกชายคนที่สองของจอห์นกับภรรยาชาวญี่ปุ่น โยโกะ โอโนะ ชอนเกิดวันที่ 9 ตุลาคม 1975 และได้ เอลตัน จอห์น เป็นพ่อทูนหัว

ชอนถือว่าได้เข้าวงการตั้งแต่เด็กๆ โดยโยโกะได้นำเสียงพูดของชอนมาใส่ในเพลง “Even When You’re Far Away” ที่เธอแต่งเพื่ออุทิศให้จอห์นเมื่อปี 1981

และชอนยังได้แสดงในหนัง “Moonwalker” ของไมเคิล แจ็คสัน เมื่อปี 1988 ด้วย

พอเข้าสู่วัยหนุ่ม ชอนก็ตามแฟนสาวชาวญี่ปุ่น ยูกะ ฮอนดะ เข้าวงเด็กแนว Cibo Matto ในปี 1996 โดยหลักๆชอนรับหน้าที่เป็นมือเบส

และ ต่อมาชอนได้ถูก อดัม เยาค์ จากวง Beastie Boys ทาบทามให้ไปเซ็นสัญญาทำเพลง และเค้าได้ออกอัลบั้มแรกแนวอัลเทอร์ฯตามยุคสมัยชื่อ “Into The Sun” เมื่อปี 1998 (ซึ่งนอกจากชอนจะได้แรงบันดาลใจจากแฟนสาวยูกะแล้ว เขายังให้เธอเป็นโปรดิวเซอร์ให้ด้วย เรียกว่าถอดแบบป่าป๊าหม่าม้ามาเป๊ะๆ 55) แต่อัลบั้มก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไร ชอนจึงพักงานเดี่ยวไปร่วม 5 ปี และค้นหาตัวเองด้วยการไปแจมกับเพื่อนศิลปินฮิพฮ็อพ และไปร่วมงานดนตรีกับศิลปินหลายๆราย

ในปี 2006 ชอนกลับมาพร้อมกับอัลบั้ม “Friendly Fire” ที่มีเนื้อหาว่าด้วยความรักและการหักหลัง

โดยมีเพลง “Dead Meat” เป็นซิงเกิ้ลแรก (อัลบั้มนี้ออกหลังจากที่ชอนเลิกกับแฟนสาวดารา บิจู ฟิลลิปส์ ที่คบหากันมานาน 4 ปี หลังจับได้ว่าเธอมีสัมพันธ์สวาทกับเพื่อนสนิท แม็กซ์ เลอรอย ที่ต่อมาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์)

ล่าสุดชอนได้จับคู่กับแฟนสาวนางแบบ ‘เคมพ์ มูห์ล’ ออกผลงานในนามวง The Ghost of a Saber Tooth Tiger (The GOASTT) ในแนวดนตรีที่ชอนเรียกว่า นีโอโฟล์ค

ลองไปฟังเพลงของ GOASTT (ชอน+เคมพ์ มูล) กันดูสักเพลง

ส่วนใหญ่เพลงของพวกเค้าจะเป็นโฟล์คป็อบครับ
คลิปนี้เลยคัดแบบแหวกๆมาหน่อย ออกแนวซินธ์ป็อบ(อิเล็กโทร) จะได้เปลี่ยนบรรยากาศมั่ง ^ ^

ตรงข้ามกับจูเลียนที่เดี๋ยวนี้ทำตัวโลว์โปรไฟล์ ชอนขึ้นชื่อลือชาในเรื่องความไฮโซ แต่เค้าก็ไม่ได้ดีแต่ขยันเป็นข่าวอย่างเดียว เพราะชอนขึ้นชื่อว่าเป็นศิลปินที่ขยันทำงานเพลงที่สุดคนหนึ่ง เค้าได้เปิดค่ายเพลงของตัวเองชื่อ Chimera Music และนอกจากนี้เค้ายังมีคอนเน็กชั่นกับศิลปินรุ่นใหม่มาแรงมากมาย อาทิ มาร์ค รอนสัน, อัลเบิร์ต แฮมมอนด์ จูเนียร์ (วง The Strokes) และล่าสุดที่เป็นข่าวฮือฮาก็คือ เลดี้ กาก้า

พูดถึง Lady Gaga แล้วก็เอาคลิปนี้ไปดูกัน เธอมาแจมกับโยโกะ โอโนะครับ คือว่าสตรีศรีกาก้าเนี่ยไม่ได้ซี้แต่กับชอนดอก แต่นางยังซี้กับทั่นแม่โยโกะด้วย ฮ่าฮ่าฮ่า (ผมเคยอ่านบทสัมภาษณ์ชอนที่มาช่วยแก้ต่างข่าวกอสซิปที่กาก้าขึ้นไปเล่นสนุก บนเปียโนขาวของจอห์น ปรากฏชอนบอกว่า “ไม่ใช่แค่กาก้าหรอก หม่าม้าผมก็ขึ้นไปเล่นบนนั้นด้วย แถมชีไม่ยอมกาก้า ใส่เต็มยิ่งกว่า!” ฮ่าฮ่าฮ่า)
นี่คือคำเตือน: โปรดระัวังพลังเสียงของ “ผู้หญิงเสียงประหลาดฆาตกรรมหู” คนนั้นให้จงดี!!! หมอผี


ความขัดแย้งและละครชีวิตในตระกูลเลนนอน

เรื่องราวเกี่ยวกับทายาทตระกูลเลนนอนนี่เป็นอะไรที่ดราม่ามากๆเลยครับ! . . .

เริ่มต้นด้วยความบังเอิญที่น่าฉงน!
เพราะ…จอห์น ถูกแม่ของเค้า “จูเลีย” ทิ้งไปเมื่อตอน 5 ขวบ… แล้วต่อมาจอห์นก็ทิ้ง “จูเลียน” วัย 5 ขวบไปหาโยโกะ… และสุดท้ายจอห์นจากโลกนี้ไปในตอนที่ “ชอน” อายุได้ 5 ขวบพอดี!!!

ในตอนที่จอห์นยังมีชีวิตอยู่นั้น เค้าไม่ค่อยจะสนใจใยดีลูกคนแรกอย่าง “จูเลียน” เท่าไรนัก ขณะที่ “ชอน” ได้รับความรักและความอบอุ่นจากพ่ออย่างเต็มที่ นอกจากนี้คุณนายที่หนึ่งกับคุณนายที่สองก็ยังไม่ถูกชะตากันอีก(แถมเหมือนใน ละครมงกุฎดอกส้มเปี๊ยบ บ้านเล็กเสียงดังกว่าบ้านใหญ่ 55) ไหนจะปัญหาเรื่องพินัยกรรมที่ทีแรกไม่มีการระบุว่าจะให้สมบัติอะไรแก่จู เลียนหรือแม้แต่ทางญาติของจอห์นเลย

ในแง่ของความเป็นอยู่ก็แตกต่าง กันอย่างสิ้นเชิง เพราะตอนมีจูเลียน จอห์นต้องอยู่กินกับซินเธียแบบลับๆ (เนื่องจากเรื่องลูกเมียถือเป็นเรื่องต้องห้ามของวงการบันเทิงสมัยก่อน) นอกจากจะต้องคอยหลบๆซ่อนๆแล้ว จูเลียนกับแม่ก็ไม่ได้อยู่อย่างสุขสบายนัก ขณะที่ตอนมีชอน จอห์นได้คบหากับโยโกะอย่างเปิดเผย และชอนเกิดมาสมบูรณ์พร้อมแทบทุกอย่าง

“จูเลียน” ต้องตกเป็นเหยื่อทางอารมณ์ของผู้ใหญ่ โดยจอห์นมีเค้าในขณะที่กำลังเริ่มดังและยังไม่พร้อมที่จะเป็นพ่อคน(และไหนจะ เรื่องปมด้อยของจอห์นที่ถูกพ่อแม่ทิ้งไปตั้งแต่ยังเล็กๆ ทำให้เค้ากลายเป็นคนเกรี้ยวกราด) ขณะที่โยโกะเองก็จ้องแต่จะเอาชนะคะคานซินเธียกับลูก และพยายามกีดกันพวกเค้าออกไปให้ห่างจากจอห์น เดอะบีเทิลส์ หรือแม้แต่กองมรดก(และนั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอถูกขนานนามว่า “แม่มด”) แถมจูเลียนยังต้องคอยไปประมูลตามเก็บของดูต่างหน้าพ่อที่ถูกโยโกะขายทิ้ง เสียอีก ซึ่งประเด็นเหล่านี้ทำให้จูเลียนรู้สึกโกรธแค้นทั้งจอห์นและโยโกะอย่างเหลือแสน

แต่เวลานั่นแหละที่ช่วยเยียวยา เมื่อจูเลียนเป็นผู้ใหญ่ขึ้น และทางฝั่งโยโกะเองยอมแบ่งปันมรดกให้จูเลียนส่วนหนึ่ง ทุกอย่างก็คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น

ท่ามกลางความขัดแย้งดังกล่าวก็ยังมีเรื่องที่น่าชื่นใจอยู่เหมือนกัน…
เพราะพี่น้องต่างมารดา “จูเลียน” กับ “ชอน” นั้นปัจจุบันรักใคร่สนิทสนมกันดี


หลังจากที่มึนตึงกับทางบ้านชอนมานานร่วม 8 ปี จูเลียนนั้นต้องการที่จะคืนดีกับชอน เค้าคิดว่าที่ผ่านมาเป็นความผิดของผู้ใหญ่ไม่ใช่ชอน และเค้ารู้สึกรักน้องชายคนนี้มาก โดยในปี 2007 จูเลียนไปรอพบชอนระหว่างมาทัวร์คอนเสิร์ตที่โครเอเชีย แล้วหลังจากนั้นทั้งคู่ก็ได้ไปมาหาสู่กันตลอด(เรียกว่าแฮปปี้เอนดิ้งเลยล่ะ พี่น้องร่วมสายเลือดตัดยังไงก็ไม่ขาด ^ ^)

—————————————


แฟนๆ เมืองนอกนึกสนุก! ตั้งวงในฝัน “บีเทิลส์รุ่นลูก”

แฟนคนหนึ่งเสนอดรีมทีมมาดังนี้…
– จูเลียน เลนนอน (ริทึ่มกีตาร์ + ร้องนำ)
– ดานี แฮร์ริสัน (ลีดกีตาร์ + ร้อง)
– เจมส์ แม็คคาร์ทนีย์ (เบส + ร้อง)
– แซ็ค สตาร์คีย์ (กลอง + ร้อง)

ขณะที่อีกสำนักก็ปรับผังเป็น
“ชอน, เจมส์, ดานี และแซ็ค” โดยให้จูเลียนเป็นผู้จัดการวง
เท่า นั้นไม่พอยังเปิดเป็นกลุ่มในเฟซบุ๊คชื่อ Sean Lennon/James McCartney/Dhani Harrison/Zak Starkey should start a band อีกต่างหาก

(กวกป – ก็ว่ากันไป อิอิ)

2 responses

  1. ขอบคุณค่ะ

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ แต่สีตัวอักษรอ่านยากมากกกกกกกกกก

    ตุลาคม 30, 2013 ที่ 2:29 pm

    • ขอบคุณที่แวะมาทักทายเช่นกันครับ

      พอดีบล็อกผมพื้นสีเข้ม ก็ต้องใช้ตัวอักษรสีอ่อนแบบนี้แหละครับผม

      ตุลาคม 30, 2013 ที่ 3:31 pm

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s