Just another WordPress.com site

Post-BEATLES>> วันวาน ผันผ่าน… มิลืม มิเลือน… (5)


ในครึ่งหลังของบทความ Post-BEATLES นี้ เราจะว่ากันด้วยเรื่องของลูกหลานและผลงานเกี่ยวเนื่องของสี่เต่าทอง

มาเริ่มที่หัวข้อ “ทายาท” กันก่อน ซึ่งกระผมขอบอกได้เลยว่า “เชื้อไม่ทิ้งแถว” จริงๆ เพราะหน่อเนื้อเชื้อไขของสมาชิกทั้งสี่ล้วนมีผลงานในวงการดนตรีทั้งสิ้น แม้จะไม่ยิ่งใหญ่หรือประสบความสำเร็จมากมายเหมือนกับรุ่นพ่อ แต่พวกเขาก็ได้พยายามสร้างสรรค์ผลงานไปตามวิถีทางของตัวเอง


เริ่มกันด้วยลูกชายสุดหล่อของลุงจอร์จที่หน้าตาเหมือนพ่ออย่างกะแกะ!

ดานี แฮร์ริสัน (Dhani Harrison)


“ดานี แฮร์ริสัน” เป็นลูกชายโทนของจอร์จกับภรรยาคนที่สองชาวเม็กซิกันนามว่าโอลิเวีย ดานีเกิดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 1978 จอร์จตั้งชื่อให้เค้าตามโน้ตดนตรีตัวที่ 6 และ 7 ของอินเดีย ซึ่งได้แก่ “ธา” กับ “นี”

จอร์จให้ลูกชายดานีเข้าไปคลุกคลีอยู่ในสตูดิโอตั้งแต่ เล็กๆ เรื่องตลกก็คือตอน 6 ขวบ ดานีอยากเป็นมือกลองมาก และได้ลุงริงโก้มาช่วยสอนให้ แต่พอริงโก้เริ่มเล่น เสียงอึกทึกของกลองก็ทำให้ดานีน้อยตกใจกลัววิ่งแจ้นออกจากห้อง และไม่ยอมกลับมาตีกลองอีก!

ผลงานดนตรีเป็นชิ้นเป็นอันครั้งแรกของดา นี ก็คือการร่วมมือกับเจฟ ลิน ช่วยกันปิดอัลบั้ม “Brainwashed” ของจอร์จที่ด่วนจากโลกนี้ไปเสียก่อน ซึ่งมันคงจะเป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงสำหรับดานี เพราะเค้าเคยเข้าห้องอัดกับพ่อทุกๆวัน แล้วจู่ๆก็ต้องมาทำงานชิ้นนี้ต่อโดยที่ไม่มีพ่อ อัลบั้มนี้ออกเมื่อปี 2002

ดานีมีวงแนวอัลเทอร์เนทีฟชื่อว่า Thenewno2 ซึ่งเค้ารับหน้าที่เป็นมือลีดกีตาร์และนักร้องนำ วงดังกล่าวมีอัลบั้มเต็ม 1 ชุดได้แก่ “You Are Here” (ปี 2008) และล่าสุดดานียังได้ร่วมวงทรีโอ Fistful of Mercy ออกงานแนวอะคูสติกร็อกชุด “As I Call You Down” ไปเมื่อปีก่อนนี้เอง

ลองเอาเพลงของ Thenewno2 ไปฟังกันดู
กับ “Choose What You’re Watching”

ดานีเป็นศิลปินที่ขยันมากคนหนึ่ง เค้าชอบไปแจมกับเพื่อนๆศิลปินหลายแขนง อาทิ ‘เลียม ลินช์’ (ผู้กำกับหนัง / ศิลปินแนวพังค์,คอเมดี้ร็อค) และ’ริซ่า’ ศิลปินฮิพฮ็อพระดับป๋าจากวง Wu-Tang Clan (ซึ่งเพลง “The Heart Gently Weeps” ที่ดัดแปลงมาจากเพลง While My Guitar Gently Weeps นั้น ได้ดานี กับจอห์น ฟรุสเชียนเต้ จากวง RHCP มาช่วยเล่นกีตาร์ให้ด้วย)

ดานีมีความสนใจในนิวมีเดียอย่างสูง และเค้ามีส่วนสำคัญในการพัฒนาเกม “The Beatles: Rock Band” จากการที่ได้ไปพูดคุยกับแวน ทอฟฟ์เลอร์ ประธานบริษัท MTV และนำโปรเจ็คนี้ไปช่วยเสนอกับทางผู้ใหญ่ของ Apple Corps (บริษัทของเดอะบีเทิลส์) ซึ่งตัวดานีเองยังมีส่วนร่วมในการทำเพลงในเกมดังกล่าวด้วย

ในคลิปมีตอนที่ “ดานี” เล่นซีตาร์เพลง Norwegian Wood ด้วยครับ (เหมือนลุงจอร์จอย่างกับโคลนมาเลยอ่ะ)

ส่วนคนต่อมา “มือหนักไม่แพ้พ่อ!”

แซ็ค สตาร์คีย์ (Zak Starkey)

“แซ็ค สตาร์คีย์” เป็นลูกชายคนโตของริงโก้ กับภรรยาคนแรก มอรีน ค็อกซ์ แซ็คเกิดวันที่ 13 กันยายน 1965 พ่อทูนหัวของเค้าคือ คีธ มูน มือกลองของวง The Who ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของริงโก้นั่นเอง

แซ็คอยากเป็นมือกลองตั้งแต่ยังเด็ก แม้ว่าริงโก้จะอยากให้ลูกชายเป็นหมอหรือเป็นทนายมากกว่า และพ่อทูนหัวอย่างคีธ มูนเป็นคนซื้อกลองชุดแรกให้เค้า ตอน 10 ขวบแซ็คเริ่มหัดตีกลองเองหลังจากที่พ่อช่วยสอนให้เพียงหนเดียว แล้วพออายุ 12 แซ็คก็เริ่มออกไปเล่นดนตรีตามผับแล้ว!

[ในภาพคือแซ็คกับพ่อทูนหัว คีธ มูน ครับ]

ลูกเสือย่อมไว้ลาย…

เพราะแซ็คมีลีลาการตีกลองที่ดุดันเหมือนกับริงโก้ เค้าเป็นมือกลองจอมฉมังที่เคยร่วมงานกับศิลปินแถวหน้าบนเกาะอังกฤษมาแล้ว หลายราย อาทิ จอห์นนี่ มาร์, พอล เวลเลอร์, วง The Lightning Seeds รวมไปถึงการเป็นมือกลองให้กับวงหัวหอกบริทร็อคแห่งยุค90’อย่าง Oasis ในระหว่างปี 2004-2007

ไฮไลท์อีกอย่างของแซ็คก็คือ การไปเป็นมือกลองให้กับวงระดับตำนานอย่าง The Who ในการทัวร์คอนเสิร์ต ซึ่งพีท ทาวน์เซนด์ เคยกล่าวชมแซ็คไว้ว่า “เค้าเป็นมือกลองที่ดีที่สุดของเดอะฮูนับตั้งแต่การตายของคีธ มูน” (คีธเสียชีวิตเมื่อปี 1978 จากปัญหาการใช้ยาเกินขนาด)

[ในคลิปนี่ เป็นตอนที่ “แซ็ค” ออกทัวร์กับ The Who ครับ อย่างโหด!]

 

คนนี้ดูจะโลว์โปรไฟล์ที่สุด(ตรงข้ามกับทั่นพ่อผู้สุดแสนจะเลื่องลือ 55)

เจมส์ แม็คคาร์ทนีย์ (James McCartney)


“เจมส์ หลุยส์ แม็คคาร์ทนีย์” เป็นลูกชายคนสุดท้องของพอลกับลินดา เค้าเกิดเมื่อวันที่ 12 กันยายน 1977 ในวัยเด็กของเค้านั้น เจมส์ต้องคอยตะลอนตามพ่อแม่ไปออกทัวร์คอนเสิร์ตอยู่ตลอด

ต่างจากพี่ สาว ‘แมรี่’ และ ‘สเตลล่า’ ที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคม(รายแรกเป็นช่างภาพ และรายหลังเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์) เจมส์ชอบเก็บตัวเงียบ เค้าชอบทำงานปิดทองหลังพระมากกว่า โดยเจมส์ช่วยเล่นดนตรีและแต่งเพลงให้กับพ่อและแม่ของตนเสมอมา

เรื่องน่าขำก็คือ ตอนเด็กเจมส์อยากเล่นกีตาร์เพราะเห็นไมเคิล เจ. ฟ็อกซ์ เล่นกีตาร์ในหนัง Back To The Future ไม่ใช่เพราะว่าพ่อของเค้าอยู่ในวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด! (นอกจากกีตาร์แล้ว เจมส์ยังเล่นเครื่องดนตรีได้อีกหลายอย่าง)

เจมส์ พึ่งจะมาตัดสินใจเป็นศิลปินเดี่ยวในช่วงหลังๆนี้เอง โดยในปีที่แล้ว (2010) เจมส์ในวัย 33 ปีได้ออกอีพี “Available Light” ซึ่งเค้าทั้งทำดนตรีเองและร่วมโปรดิวซ์ด้วย

ในคลิป เจมส์เล่นสดเพลง “Angel” ซึ่งอยู่ใน EP ชุดที่ว่านี้ขอรับ



เรื่องเศร้าเคล้าน้ำตาของเจมส์ก็คือ…
หลังจาก ที่เค้าสูญเสียแม่ลินดาไปในปี 1998 พอลได้แต่งงานกับซีเล็บสาวใหญ่ ฮีทเธอร์ มิลส์ ซึ่งสร้างความขุ่นเคืองใจให้กับเจมส์และพี่สาวอย่างแรง โดยเจมส์นั้นรับไม่ได้ถึงกับหนีออกจากคฤหาสน์แม็คคาร์ทนีย์ไปเช่าแฟล็ตเล็กๆในเมืองไบรท์ตัน เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย (เรียกว่าจากคุณชายต้องกลายมาเป็นบ๋อย 55) จนกระทั่งเมื่อพอลหย่ากับฮีทเธอร์โดยเด็ดขาดแล้ว พวกเค้าถึงได้คืนดีกันเหมือนเดิม (และป๊ะป๋าพอลปลอบขวัญด้วยการซื้อแฟล็ตราคา 1 ล้านปอนด์ให้!)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s