Just another WordPress.com site

Post-BEATLES>> วันวาน ผันผ่าน… มิลืม มิเลือน… (4)


น้องเล็กผู้เงียบขรึม “จอร์จ แฮริสัน”

หลัง ยุคสี่เต่าทอง “จอร์จ” เป็นอีกคนที่มีผลงานโดดเด่นและประสบความสำเร็จที่สุด เอกลักษณ์ในผลงานของเค้าก็คือการใช้สไลด์กีตาร์ และอิทธิพลจากอินเดียทั้งในแง่ของดนตรีและแนวคิดทางศาสนา


ในฐานะศิลปินเดี่ยว จอร์จแจ้งเกิดแบบเต็มตัว หลังจากที่ถูกบดบังรัศมีโดยคู่หูจอห์น-พอลมายาวนาน…

โดยในสมัยยังอยู่เดอะบีเทิลส์นั้นเค้าได้บ่มเพาะประสบการณ์และเก็บรวมรวมผลงาน เอาไว้มากมาย(ซึ่งเป็นบรรดาเพลงที่เคยถูกจอห์น-พอลปฏิเสธมา) ในปี 1970 จอร์จปล่อยของด้วยการออกอัลบั้ม “All Things Must Pass” ซึ่งมีด้วยกันถึง 3 แผ่นในชุดเดียว มันติดอันดับ 1 ทั้งสองฟากฝั่ง และถูกยกให้เป็นงานเดี่ยวที่ดีที่สุดของจอร์จอีกด้วย

นอกจากนี้ซิงเกิ้ลแรกของเค้าอย่าง “My Sweet Lord” ก็กลายเป็นเพลงอันดับหนึ่งที่อื้อฉาวไม่น้อย เพราะมันดันไปบังเอิญคล้ายกับเพลง “He’s So Fine” ของวง Chiffons และนำไปสู่การต่อสู้ในชั้นศาลที่ยืดเยื้อยาวนานร่วม 2 ทศวรรษ

อัลบั้มถัดมา “Living in the Material World” ในปี 1973 ก็ขายดีเป็นอันดับ 1 อีกครั้ง และเพลง “Give Me Love (Give Me Peace on Earth)” ก็ได้ที่ 1 ด้วยเช่นกัน

 

ปลายยุค 70’ ถึงต้นยุค 80’ เป็นยุคที่กระแสของจอร์จซาลง แต่เค้าก็กลับมาได้อย่างสมศักดิ์ศรีกับอัลบั้ม “Cloud Nine” ในปี 1987 ซึ่งผ่านทั้งในแง่ยอดขายและคำวิจารณ์

นอกจากนี้เพลง “Got My Mind Set on You” ยังสามารถครองอันดับ 1 ชาร์ตบิลบอร์ดได้ด้วย (เพลงนี้ mv แอบฮาครับ ลุงจอร์จเ้ต้นแบบ 2PM ฮ่าฮ่าฮ่า)

อีกเพลงเด่นคือ “When We Was Fab” ที่ทำเพื่อรำลึกถึงเดอะบีเทิลส์
โดยในตัวเพลงมีกลิ่นอายดนตรีของเพื่อนร่วมวงแต่ละคน นอกจากนี้เอ็มวียังได้ริงโก้มาร่วมเล่นด้วย อีกทั้งยังมีทั้งตัวแสดงแทนของพอลที่ใส่ชุดตัววอลรัสเล่นเบสมือซ้าย และชายที่เดินผ่านมาถือแผ่นเสียงชุด Imagine นั้นมีคนสันนิษฐานว่าอาจจะเป็น “จูเลี่ยน” ลูกชายคนแรกของจอห์นนั่นเอง

อัลบั้มสุดท้าย “Brainwashed” ที่ออกในปี 2002 นั้นยังไม่ทันเสร็จดี จอร์จก็มาด่วนจากไปเสียก่อนด้วยโรคมะเร็งปอด แต่ก็ได้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน “ดานี่ แฮริสัน” กับเพื่อนซี้อย่าง “เจฟ ลิน” มาช่วยดูแลต่อให้จนเสร็จสมบูรณ์

 

The Traveling Wilburys


นี่คือโปรเจ็คดนตรีพิเศษของจอร์จในปี 1988-1990 มันคือซูเปอร์กรุ๊ปที่ประกอบไปด้วยจอร์จกับสหายในวงการดนตรีอย่าง บ็อบ ดีแลน, ทอม เพ็ตตี้, รอย ออร์บิสัน, เจฟ ลิน และจิม เคลท์เนอร์

โดย จุดเริ่มของมันมาจากการที่ผองเพื่อนมาช่วยทำเพลงแถมอย่าง “Handle With Care” ให้จอร์จ แต่พบว่ามันดีเกินคาด และพวกเค้ารู้สึกสนุกสนานกับการทำงานร่วมกัน ก็เลยออกอัลบั้มเต็มมันเสียเลย และพวกเค้าออกงานไปทั้งหมด 2 ชุด

พูดถึง The Traveling Wilburys แล้วก็ต้องจัดเพลงนี้ไป “Handle With Care”
ซูเปอร์กรุ๊ปของแท้ครับ จอร์จ แฮร์ริสัน บ็อบ ดีแลน และท็อม เพ็ตตี้ ระดับตัวพ่อบิ๊กเนมทั้งนั้น

 

Handmade Films


จอร์จเป็นอีกคน ที่มีเอี่ยวกับวงการหนังเยอะ เพื่อช่วยเพื่อนจอร์จได้ร่วมทุนก่อตั้งบริษัทหนังในอังกฤษชื่อ Handmade Films เมื่อปี 1978 โดยจอร์จมีชื่อเป็นโปรดิวเซอร์หนังให้กับค่ายนี้ถึง 23 เรื่อง รวมทั้งยกเพลงให้ไปเป็นซาวด์แทร็ค และไปโผล่เป็นดารารับเชิญในหนังหลายๆเรื่อง หนึ่งในนั้นได้แก่ “Shanghai Surprise” ที่มีมาดอนน่า เล่นคู่กับ ฌอน เพนน์ เมื่อปี 1986 (แต่ปรากฏว่าหนังเรื่องนี้เหลวเป๋วในทุกๆด้าน ฮ่าฮ่าฮ่า)

 

การถูกทำร้าย และการตาย


หลังการตายของสหายจอห์นเมื่อปี80 จอร์จเป็นคนหนึ่งที่หวาดผวาการปองร้ายมากๆ และพยายามหลีกเลี่ยงการปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน แต่เขาก็หนีไม่พ้น! โดยในปี 1999 ชายวิกลจริตนาม “ไมเคิล อับราม” บุกรุกเข้ามาในบ้านของจอร์จและแทงเค้าถึง 7 ครั้ง แต่เคราะห์ดีที่ภรรยาของจอร์จ “โอลิเวีย” มาช่วยเอาไว้ ไมเคิลที่ถูกคุมตัวในสถานบำบัดจิตนาน 19 เดือน อ้างว่า ที่เขาทำไปเพราะได้รับบัญชาจากพระเจ้าให้มาฆ่าจอร์จ!

สำหรับการตายด้วยโรคมะเร็งนั้น… จอร์จเองยอมรับว่า “การสูบบุหรี่จัดร่วม 30 ปี” ของเค้าคือสาเหตุหลัก จอร์จเข้ารับการรักษามะเร็งลำคอในปี 1997 และมะเร็งปอดในปี 2001 (ซึ่งมีเรื่องอื้อฉาวด้วย โดยในระหว่างการรักษาโรคมะเร็งปอด จอร์จที่กำลังร่อแร่นั้นได้ถูก “ดร.กิลเบิร์ต เลเดอร์มัน” บังคับให้เซ็นชื่อลงบนกีตาร์ จนถึงกับต้องมีการฟ้องร้องกันในภายหลัง)

จอร์จต่อสู้กับโรคมะเร็งนาน 5 ปี และสิ้นลมเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2001 ในวัย 58 ปี และตามความเชื่อทางศาสนาฮินดู ร่างของจอร์จได้รับการฌาปนกิจ(เผา) และครอบครัวได้นำอัฐิไปลอยอังคารที่แม่น้ำคงคา ในประเทศอินเดีย

ในปี 2002 หลังครบรอบการตายของจอร์จ 1 ปี “เอริค แคลปตัน” ได้จัดงาน Concert For George ขึ้น เพื่อรำลึกถึงจอร์จและนำรายได้เข้ามูลนิธิของจอร์จเอง โดยมีเพื่อนๆบีเทิลส์อย่าง พอล และริงโก้ มาร่วมด้วย

“ริงโก้” ได้ร้องเพลง “Photograph” ที่เค้ากับจอร์จเคยแต่งร่วมกัน และมันสามารถเรียกน้ำตาจากผู้ชมได้ด้วยเนื้อเพลงที่โดนใจ (…ทุก ครั้งที่ชั้นเห็นหน้านาย มันทำให้ชั้นนึกถึงที่ๆเราเคยไป แต่ตอนนี้ชั้นมีเพียงรูปถ่าย และชั้นรู้ว่านายคงจะไม่กลับมาอีกแล้ว… )

และในปีถัดมา “ริงโก้” ได้ออกเพลง “Never Without You” เพื่ออุทิศให้กับจอร์จโดยเฉพาะ โดยริงโก้ได้ดึงเพื่อนซี้ของจอร์จอย่าง “เอริค แคลปตัน” มาร่วมแจมด้วย และได้ใส่ reference จากผลงานเก่าๆของจอร์จเข้าไปในหลายๆช่วง อาทิ ริฟฟ์กีตาร์จากเพลง “What is Life” และเล่นกับชื่อเพลง “All Things Must Pass”


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s