Just another WordPress.com site

“บ า ดุ ย” คนชายขอบผู้ทรนง


“อย่าทำตัวเป็นศูนย์กลางของจักรวาล!”

บางคนคงเคยได้ยินประโยคนี้บ่อยๆ เวลามีใครที่เอาแต่ใจตัวเอง

แต่นี่แหละคือวิถีของชาวบาดุย! และพวกเขาไม่เพียงแต่ทำตัวเป็นศูนย์กลางของจักรวาล พวกเขายังไม่ยอมหมุนตามโลกด้วยอีกต่างหาก!!

 

ล่าสุดผมพึ่งได้แปลสรุปงานวิจัย MARGINALIZATION AND NEGOTIATING ETHNO-SPACE IN DEVELOPMENT AMONG THE BADUY PEOPLE OF BANTEN PROVINCE, INDONESIA ของคุณ Ronny Mucharam ไป และคิดว่ามันน่าสนใจจนต้องนำมาบอกต่อ

“บาดุย” คือชื่อของชนกลุ่มน้อย หรือชุมชนชาติพันธุ์หนึ่งที่ตั้งอยู่ในแขวงกาเนเกส อำเภอเลบัค จังหวัดบันเตน ประเทศอินโดนีเซีย พวกเขาหวงแหนและผูกพันกับดินแดนของพวกเขามาก และเป็น 1 ในกลุ่มชาติพันธุ์ไม่กี่กลุ่มที่สามารถยืนหยัดอัตลักษณ์ท้าทายทั้งรัฐและกระแสโลภาำิำภิวัฒน์ และ่ผ่านพ้นการครอบงำทางวัฒนธรรมมาได้หลายยุคหลายสมัย ทั้งยุคอิสลามเรืองอำนาจ ยุคอาณานิคมตะวันตก และยุคปัจจุบัน(ชาตินิยมอินโดนีเซีย)

ท่ามกลางกระแสการพัฒนาในอินโดนีเซีย ผนวกกับอิทธิพลชวาเป็นใหญ่ สิ่งเหล่านี้ค่อยๆเซาะกร่อนอัตลักษณ์ของคนท้องถิ่นและชนกลุ่มน้อย รวมทั้งส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและโลกทัศน์ของผู้คนที่ตกอยู่ในกรอบของระบอบทุนนิยม คนส่วนใหญ่เปิดรับการเปลี่ยนแปลงเพราะยอมรับว่ามันคือวิถีของโลก แต่สำหรับชาวบาดุยแล้วยังไงพวกเขาไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

ชุมชนบาดุยมีกลไกในการธำรงอัตลักษณ์ด้วยการแบ่งชุมชนออกเป็น 2 ชั้น นั่นคือ 1) ชุมชนวงใน 2) ชุมชนวงนอก โดยชุมชนวงในจะเป็นสังคมแบบปิด เป็นชุมชนบริสุทธิ์ที่ปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอก และถือเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ขณะที่ชุมชนวงนอกเป็นสังคมแบบเปิด มันทำหน้าที่เป็นกันชนที่คอยกลั่นกรองอิทธิพลจากโลกภายนอก มันพร้อมจะเปิดรับสิ่งใหม่ๆเข้ามา แต่ในขณะเดียวกันผู้คนของชุมชนวงนอกก็ยังรักษาขนบธรรมเนียมบาดุยอย่างเคร่งครัด

นักประวัติศาสตร์และนักมานุษยวิทยาบางคนเชื่อว่า… ชาวบาดุยเป็นชุมชนที่หลงเหลืออยู่จากอาณาจักรปะชะชะรันที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นอาณาจักรฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในชวาตะวันตก แต่ชาวบาดุยไม่เห็นด้วยกับทฤษฎีดังกล่าว โดยพวกเขาเชื่อว่าชาวบาดุยเป็นชนกลุ่มแรกในโลกที่สืบเชื้อสายมาจากอดัม

ชาวบาดุยนับถือศาสนา “ซุนดา วีวิตัน” ซึ่งเป็นศาสนาโบราณ  พวกเขาเชื่อว่าโลกถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้าในขนาดเท่าผลลูกจันทน์และขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และแขวงกาเนเกสของพวกเขาเป็นศูนย์กลางของจักรวาล… “พูน” ซึ่งเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของพวกเขาสืบเชื้อสายโดยตรงมาจากอดัมมนุษย์คนแรกของโลก พวกเขามีแนวคิดว่า “ตนคือผู้พิทักษ์โลก” ธรรมชาติ ป่าไม้ ภูเขา ลำธาร เป็นสิ่งที่พวกเขาต้องดูแลรักษา การไปเปลี่ยนแปลงหรือทำลายมันถือเป็นบาป เฉกเช่นเดียวกันคำสอนที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษนั้นถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้ใดจะล่วงละเมิดมิได้

ตัวอย่างวิถีปฏิบัติของชาวบาดุยที่มีความเกี่ยวโยงกับทั้งศาสนา วัฒนธรรม และจารีตประเพณี ได้แก่ ชาวบาดุยทำนาเลื่อนลอย พวกเขาจะไม่ทำกสิกรรมบนพื้นที่ชลประทานเด็ดขาด ชาวบาดุยไม่ขายข้าวเพราะเชื่อว่ามันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาไม่ตัดไม้ทำลายป่า…

และถ้าเป็นชาวบาดุยวงในที่ถือเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์จะยิ่งมีกฎที่เคร่งครัดเป็นพิเศษ พวกเขาต้องนุ่งขาวห่มขาว พวกเขาออกไปค้างคืนข้างนอกไม่ได้ พวกเขาต้องเดินทางด้วยเท้าเท่านั้น พวกเขากินสัตว์สี่ขาไม่ได้

เอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่แปลกมากของชาวบาดุยก็คือ “การธำรงและหมดสิ้นอัตลักษณ์” โดยสรุปสิ่งหลักๆที่แสดงถึงอัตลักษณ์ความเป็นชาวบาดุยก็คือ 1) เกิดและอาศัยอยู่ในชุมชนบาดุย 2) นับถือศาสนาซุนดาวีวิตันและปฏิบัติตามธรรมเนียมที่ถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งถ้าใครฝ่าฝืนและออกจากชุมชนบาุดุยไปอยู่ที่อื่น นั่นเท่ากับเขาหมดสิ้นอัตลักษณ์ความเป็นชาวบาดุยทันที (ซึ่งโดยปกติแล้วถ้าเราเป็นชาติพันธุ์ใด ต่อให้ไปอยู่ประเทศไหน ก็จะยังคงอัตลักษณ์ความเป็นชาติพันธุ์นั้นอยู่ เช่น คนไทยในอเมริกา คนไทยเชื้อสายจีน เป็นต้น แต่สำหรับชาวบาดุยแล้ว “ออกไปเมื่อไรคือจบกัน”) ฉะนั้น “พื้นที่” จึงเป็นสิ่งที่ผูกพันและสำคัญต่อวิถีชีวิตของพวกเขามาก และมันเป็นส่วนหนึ่งในอัตลักษณ์ของชาวบาดุยอย่างชัดเจน

จะว่าไปบางคนอาจจะว่า “พวกเขาดื้อด้าน” เพราะสำหรับผมแล้วหลายๆอย่างมันก็เป็นกฎเกณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาทั้งนั้น และบางอย่างก็ไม่ยืดหยุ่น(ตึงเปรี๊ยะ)และไม่เป็นวิทยาศาสตร์เอาเสียเลย ผมเคยถามเืพื่อนอินโดฯคนหนึ่งเกี่ยวกับชุมชนบาดุย เธอก็มองพวกเขาแบบดูแคลนในทำนองว่า “ชาวบาดุยคร่ำครึ หัวแข็ง”… ตัวอย่างของความหัวดื้อ ได้แก่ พวกเขาไม่ยอมให้มีถนนในชุมชนบาดุย พวกเขาไม่ยอมนั่งรถ(แต่ถ้าเป็นชาวบาดุยวงนอก อนุโลมให้นั่งรถประจำทางได้) พวกเขาไม่ยอมรับการศึกษาสมัยใหม่ เป็นต้น…

แต่ก็เพราะความดื้อด้านเหล่านี้แหละที่ทำให้คนชายขอบอย่างพวกเขารักษาอัตลักษณ์ของชุมชนเอาไ้ว้ได้อย่างเหนียวแน่น! ในสถานะคนชายขอบพวกเขาสามารถต่อรองและโ้ต้กลับรัฐได้ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นและกุศโลบายที่ชาญฉลาด ตัวอย่างเช่น การที่รัฐบังคับใช้นโยบายให้ชุมชนบาดุยเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(โดยที่ไม่ถามความเห็นชอบจากชาวบาดุยก่อน) ชาวบาดุยก็สนองตอบด้วยการจัดหมู่บ้าน 2-3 แห่งในชุมชนวงนอกให้นักท่องเที่ยวไปซะ (เ้อ้า อยากมาก็มา) แต่ขณะเดียวกันก็ขอความร่วมมือให้นักท่องเที่ยวเคารพธรรมเนียมของชาวบาดุย และขอจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาก็มีแต่บวกๆ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาโดยที่ไม่กระทบต่อชุมชนวงใน และชุมชนบาดุยสามารถทำรายได้ให้กับรัฐอินโดฯตกปีละหลายล้านรูเปีย พวกเขาก็สามารถนำสิ่งนี้ไปเจรจาต่อรองกับรัฐได้อีก (เนื่องด้วยความอุดมสมบูรณ์ทางนิเวศวิทยา และวัฒนธรรมประเพณีที่มีเสน่์ห์ ชุมชนบาดุยจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ได้รับความนิยมมาก โดยชุมชนบาดุยนั้นเคยได้รับรางวัลใหญ่ๆด้านการอนุรักษ์ป่าไม้มาแล้วมากกว่า 5 ครั้ง)

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s