Just another WordPress.com site

[ R A D I O H E A D ] หัววิทยุที่ไม่เคยหยุดหมุน


จากเพจ เอาเธอมาถีบ

RADIOHEAD ฟอร์มวงกันตั้งแต่ปี 1985 โดยพวกเค้าเป็นเพื่อนๆที่รู้จักกันในโรงเรียนมัธยม ทีแรกพวกเค้าใช้ชื่อวงว่า “On A Friday” ในปี 1991 หลังจากที่ทุกคนเรียนจบมหา’ลัยแล้วพวกเค้าก็พร้อมลุยงานเพลงเต็มที่ สมาชิกทั้งห้าได้เซ็นสัญญากับค่าย Parlophone และเปลี่ยนชื่อวงเป็น RADIOHEAD

ใน ช่วงแรกๆนั้นพวกเค้าต้องดิ้นรนพอสมควร เพราะยอดขายไม่เดิน สื่อไม่แคร์ แต่หลังจากที่ออกซิงเกิ้ล “Creep” ในปลายปี 1992 สื่ออังกฤษก็เริ่มให้ความสนใจ และมันเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้อัลบั้มแรก Pablo Honey ที่ออกในปี 1993 ประสบความสำเร็จ และนับเป็นก้าวแรกที่น่าภาคภูิมิ เพราะกว่าวงจะประสบความสำเร็จได้ก็ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและหยาดน้ำตา พวกเค้าเดินสายทัวร์อย่างหนัก และช่วงที่กลายเป็นร็อคสตาร์แบบข้ามคืนนั้น พวกเค้าก็เคยถึงขั้นเกือบวงแตกมาแล้ว เพราะรับมือกับความกดดันที่ถาโถมเข้ามาไม่ไหว

ความภูมิใจอย่างหนึ่งของคน gen Y อย่างผมก็คือการโตทันยุคนี้แหละครับ RADIOHEAD เป็นอัลเทอร์ฯวงแรกๆที่ผมรู้จักเลย ตอนนั้นคิดว่าเพลงของพวกเค้าโดนใจมากๆ ทั้งเสียงกีตาร์ “แทดๆ แทดๆ” ของ Jonny และเสียงร้องโหยหวนของ Thom

ในปี 1995 พวกเค้าก็ออกอัลบั้มที่สอง “The Bends” โดยแนวทางดนตรียังใกล้เคียงกับชุดแรก คือเป็นอัลเทอร์/ร็อคที่มีซาวด์กีตาร์โหดๆหน่อย แต่ลุ่มลึกขึ้น และใช้คีย์บอร์ดมากขึ้น แม้ว่าพวกเค้าจะิเป็นม้านอกสายตาสำหรับสื่ออังกฤษที่ ณ ตอนนั้นกำลังคลั่งใคล้บริทป็อบกัน แต่เนื่องด้วยฐานแฟนที่เหนียวแน่น พวกเค้าก็ประสบความสำเร็จบนเกาะอังกฤษได้ไม่ยาก แต่พวกเค้ายังต้องพยายามต่อไปสำหรับความสำเร็จในตลาดอเมริกาและในระดับโลก

แล้ว ก็มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ! กับอัลบั้มที่สาม “OK Computer” ที่ออกในปี 1997 เมื่อสมาชิกแต่ละคนมีความเห็นที่แตกต่าง และล้วนอยากปล่อยของกัน (แต่โทษที พี่ Thom หย่ายสุด 55) ซาวด์ของอัลบั้มนี้โดยหลักเป็น melodic rock แต่ก็มีการทดลองเยอะมาก โดยมีการผสมผสานทั้งแนว ambient, avant-garde และ electronic เข้ามา รวมทั้งการแต่งเนื้อเพลงที่มีลักษณะของ observational มากขึ้น (ถ่ายทอดในฐานะผู้สังเกตการณ์)   ที่สำคัญอัลบั้มนี้ได้ผลักดัน RADIOHEAD ให้ทะยานขึ้นสู่แถวหน้าแห่งวงการอัลเทอร์อย่างแท้จริง โดยมันทำยอดขายอันดับ 1 ในอังกฤษ และข้ามไปประสบความสำเร็จอย่างจริงจังที่อเมริกา โดยไปคว้ารางวัล Best Alternative Album จากเวทีแกรมมี่มาครอง

อีกหนึ่งอัลบั้มที่ไม่ควรพลาดก็คือ “Kid A” ครับ ซึ่ง NME ยกให้เป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดของ RADIOHEAD อัลบั้มที่สี่ซึ่งออกในปี 2000 นั้นทีแรกโดนนักวิจารณ์สับเละเลย และบางคนถึงกับปรามาสว่า “Radiohead กำลังฆ่าตัวตายแท้ๆ! ทำเพลงแบบไ่ม่แคร์สื่อ ไม่แคร์คนฟัง”… เพราะนี่เป็นก้าวที่กล้ายิ่งกว่า OK Computer มันเป็นอัลบั้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยการทดลอง พวกเขาหันมาทำเพลงแบบ minimalist ลดความดุดันของซาวด์กีตาร์ และหยิบจับเครื่องดนตรีหลากชนิด ดนตรีมีกลิ่นอายของ electronica และ jazz มากขึ้น แถมวงยังได้่ถ่ายทอดแนวคิด Anti-globalization (ต่อต้านโลกาภิวัฒน์) ที่ได้อิทธิพลมาจากนักเขียนอย่าง Naomi Klein อีกด้วย (ช่วงนี้เป็นช่วงที่ Thom กำลังองค์ลง นอกจากจะอยู่ในภาวะเครียดจัดแล้ว เ้ค้าได้แสดงความเป็นปฏิปักษ์กับสื่ออย่างเปิดเผย)

สิ่งที่น่าจะทำให้ RADIOHEAD สะใจแบบจั๋งหนับก็คือ “การหักปากกาเซียน” โดยพวกเค้าได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “งานดี ก็ขายได้” (แถมขายกระฉูดซะด้วย) เรียกว่าได้ทั้งเงินได้ทั้งกล่อง โดย Kid A สามารถครองอันดับ 1 ได้ทั้งชาร์ทในอังกฤษและอเมริกา แถมภายหลังยังได้รับคำชื่นชมอย่างท่วมท้น และมันสามารถคว้ารางวัล Best Alter Album จากเวทีแกรมมี่ไปครองได้อีกคำรบหนึ่ง… ประเด็นที่น่าสนใจอีกอย่างเกี่ยวกับ Kid A ก็คือ “กลยุทธ์การตลาดแบบแหวกแนว” จะแกล้งไม่แกล้งไม่รู้ แต่ก่อนอัลบั้มนี้ออกก็มีเพลงรั่วออกมาทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งสร้างกระแสฮือฮา และพออัลบั้มจริงออกมาแล้วมันก็ยิ่งขายดีเข้าไปใหญ่

จาก 4 ขอข้ามไป 7 เลยนะครับ (อู้ อิ อิ) . . .
หลัง ออกอัลบั้มที่ 5 (Amnesiac) และ 6 (Hail to the Thief) แล้ว ตั้งแต่ปี 2004 RADIOHEAD ก็พักวงแบบยาวโลด ต่างคนต่างแยกย้ายไปพักผ่อนกับครอบครัวและทำโปรเจ็คส่วนตัว

จนถึงปี 2007 นู่นแน่ะ พวกเค้าถึงกลับมาพร้อมกับอัลบั้มใหม่ “In Rainbows” ที่สร้างความฮือฮาและปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการเพลงได้อีกหน

ใน In Rainbows หลังไร้สังกัด RADIOHEAD ได้ทดลองการตลาดรูปแบบใหม่ หยามยอกต้องเอาหนามบ่ง พวกเ้ค้าประชดยุค “เน็ตตูมี โหลดเพลงฟรี” ด้วยการปล่อยอัลบั้มให้แฟนๆโหลดเอาทางอินเตอร์เน็ตเสียเลย โดยแฟนๆอยากจะจ่ายเงินเท่าไรก็ได้ตามศรัทธา และแค่วันแรกก็มีคนเข้ามาดาวน์โหลดในเว็บเกิน 1 ล้านคน! (ภายหลังมีการปั๊ม CD Boxset ออกมาขาย และทำยอ…ดไปได้กว่า 3 ล้านชุด) เช่นเคย… อัลบั้มนี้ได้ทั้งเงินทั้งกล่อง RADIOHEAD คว้ารางวัลแกรมมี่สาขา “อัลบั้มอัลเทอร์ยอดเยี่ยม” เป็นครั้งที่3 พร้อมกับได้เสนอชื่อเข้าชิง “อัลบั้มยอดเยี่ยม” หนที่3 อีกเช่นกัน

สำหรับเกร็ดเกี่ยวกับอัลบั้มนี้… Thom บอกว่า “เนื้อหาของ In Rainbows เกี่ยวข้องกับความกลัวที่มองไม่เห็น” เป็นความหวาดกลัวต่อความตายที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้ และมันเต็มไปด้วยความมืดหม่น

คั่นเวลา เม้าหน่อย. . . Thom Yorke (ไม่ว่าจะหล่อหรือจะเหร่ แต่ก็เท่ไม่ซ้ำใคร)

จะบอกให้่ว่าที่จริง Thom น่ะเป็นนักร้องจำเป็นนะ 55 เพราะเค้าเล่าว่า “ตอนตั้งวงใหม่ๆ ในวงไม่มีใครอยากจะร้อง ผมก็เลยต้องร้อง” และตอนชุดแรกที่เห็นผมแกแหว่งๆน่ะ เพราะีพี่แกเมาและรั่ว Thom บอกว่า “ช่วงนั้นเค้ากำลังกดปุ่มทำลายตัวเอง” เค้าดื่มหนักมาก จนบางครั้งเผลอตัดผมตัวเองแบบมั่วซั่ว แถมบางทีเมาเสียจนขึ้นเล่นบนเวทีไม่ไหว

แต่เห็นรั่วๆแบบนี้ Thom ก็เป็นนักดนตรีที่ได้รับการยกย่องมากในฐานะนักดนตรีหัวก้าวหน้าและทรงอิทธิพลต่อวงการเพลง โดยพิสูจน์ได้จากโผของหลายๆสำนัก นอกจากนี้ Thom ยังเป็นนักกิจกรรมตัวยง โดยเค้ามีส่วนในการรณรงค์ด้านการเมืองและสังคมร่วมสมัย และล่าสุดเค้าก็เรียกความสนใจจากสื่อด้วยการทำ “ประติมากรรมมนุษย์” ดังในภาพ โดยเค้าได้ระดมแฟนเพลงและผู้สนใจกว่าพันคนมาร่วมทำประติมากรรมมนุษย์เพื่อรณรงค์สำหรับโครงการลดโลกร้อนขององค์กร 350 Earth ซึ่ง Thom บอกว่า “ถ้ามองลงมาจากอวกาศจะเห็นภาพ King Cnut นี้อยู่ติดกับทะเล”

โปรเจ็คหนึ่งที่น่าสนใจของ Thom คือวง “Atom For Peace” ขอรับ โดยในปลายปี2009 เขาได้รวบรวมกลุ่มนักดนตรีมือพระกาฬ ซึ่งรวมทั้งเทพเบสอย่าง Flea แห่งวง RHCP ด้วย ซึ่งล่าสุดทางวงก็ได้ไปร่วมแสดงที่ญี่ปุ่นในเทศกาล Fuji Rock 2010

สมาชิกอีกคนของ RADIOHEAD ที่มีผลงานโดดเด่นก็คือ Jonny Greenwood มือลีดกีตาร์จอมซาดิสต์! 55 ด้วยสไตล์การเล่นกีตาร์ที่ดุดันทำให้เค้ามักจะมีชื่ออยู่ในโผมือกีตาร์ยอดเยี่ยมแห่งยุคใหม่เสมอ Jonny เป็นสมาชิกเพียงคนเดียวในวงที่มีความรู้ทฤษฎีดนตรีแบบเป็นจริงเป็นจัง

Jonny ได้ฝากฝีมือการประพันธ์เพลงไว้ในหนังใหญ่อย่าง “There Will Be Blood” (ปี 2007) และล่าสุดเขาได้แต่งสกอร์ให้กับหนัง “Norwegian Wood” ของญี่ปุ่น ที่สร้างจากหนังสือสุดดังของ Haruki Murakami

และไม่นานมานี้ Thom กับ Jonny ได้ไปมีเอี่ยวทำเพลงให้กับหนังฮอลลีวูดเรื่อง “Stone” ซึ่งนำแสดงโดย 2 ดาราใหญ่อย่าง Robert De Niro กับ Edward Norton โดยหนังเรื่องนี้เข้าฉายที่ US เมื่อเดือนตุลาที่ผ่านมานี้เอง

ปิดท้าย เธอถีบ ถีบเธอ [ R A D I O H E A D ] ของค่ำคืนนี้ด้วยอัพเดทข่าวอัลบั้มใหม่ ซึ่งมือเบส Colin Greenwood เผยว่า “ตอนนี้ทางวงกำลังเข้าห้องอัดอยู่ และแฟนๆน่าจะได้้ฟังกันในปี 2011” ซึ่งพวกเค้ายังคงให้ความสนใจกับช่องทางการจัดจำหน่ายทางอินเตอร์เน็ตเหมือนเดิม และให้ความสนใจกับ social network เป็นพิเศษ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s