Just another WordPress.com site

True Love and Bartholomew


พึ่งจะปิดงานแปลชิ้นนี้เสร็จ… หนังสือ “True Love and Bartholomew: Rebels on the Burmese Border”) โอ๊ย… แบบว่าบานครับ 555 ตั้งเป้าไว้ว่าจะทำเสร็จใน 1 อาทิตย์ แต่เอาเข้าจริงใช้เวลาไปทั้งหมด 2 อาทิตย์!! (แปลสรุปประเด็นจากเกือบ 400 หน้า)

หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับ “ชาติพันธุ์กะเหรี่ยง” ตัวผู้เขียน Jonathan Falla แกเป็นคนอังกฤษที่มาสำรวจข้อมูลด้านประชากรและสาธารณสุข แต่ระหว่างนั้นแกก็เขียนหนังสือเล่มนี้ไปด้วย โดยเล่าเรื่องในแบบไดอารี่ มีประเด็นต่างๆนานาทั้ง วิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเชื่อ จารีตประเพณี ภาวะความขัดแย้งกับพม่า และความเปลี่ยนแปลง ฯลฯ

เรื่องเกี่ยวกับชาติำพันธุ์ทั้งหลายแหล่นี้เป็นเรื่องราวที่มีเสน่ห์มากครับ ชาวกะเหรี่ยงเขาเรียกดินแดนของตัวเองว่า “กอทูเล” หรือ “กอซูเล” (ผมไม่รู้จะใช้คำไหน เลยเขียนว่า “แคว้นกอซูเล”) สังคมกะเหรี่ยงเป็นสังคมที่เคร่งศีลธรรมมาก มีความเชื่อเืรื่องผิดผีเพื่อปรามผู้คนไม่ให้ทำผิด คนกะเหรี่ยงสมัยก่อนจะอยู่กันในบ้านยาวที่ทำจากไม้ไผ่ ทุกครอบครัวในชุมชนอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีกุศโลบายในการทำให้ผู้คนเกรงกลัวบาป (ภายหลังชาวกะเหรี่ยงส่วนใหญ่ได้หันมานับถือคริสต์ พวกเขาก็ยังเคร่งศีลธรรมเหมือนเดิม เผลอๆบางเรื่องจะเคร่งหนักกว่าเก่า 55)

ตามตำรา ชาวกะเหรี่ยงเป็นคนเรียบง่าย โอบอ้อมอารี รักสงบ และมักถูกดูแคลนจากชนชาติอื่นๆ เช่น เมื่อก่อนชาวพม่าเคยเรียกชาวกะเหรี่ยงว่าเป็น “สัตว์แห่งขุนเขา” ทางด้านเจ้าของไทยก็เคยเปรียบเปรยชาวกะเหรี่ยงว่า “เป็นเหมือนนกเหมืองกวาง” และแม้แต่ชาวกะเหรี่ยงเองที่รู้สึกว่าพวกตนต่ำต้อยยังเคยเรียกตัวเองว่าเป็นแค่ “แมลง!”

นอกจากนี้ชาวกะเหรี่ยงยังชอบหยอกล้อว่าตัวเองเป็นพวกบ้องตื้นด้วยความขบขัน! พอเล่าเรื่องตลกร้ายที่เกี่ยวกับความเขลาของตัวเองจบก็จะตบท้ายด้วยคำว่า “อ้ายโง่ปกาเญอะกอ” (ปกาเญอะกอเป็นชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งของชาิติพันธุ์กะเหรี่ยง) พวกเ่ขามีเรื่องเล่าเกี่ยวกับบรรพชนนามว่า Toh Meh Pah ที่ออกไปผจญภัยหาดินแดนใหม่และพลัดกับลูกหลานทิ้งให้พวกเขาเป็นลูกกำพร้า(เพราะลูกหลานของ Toh Meh Pah มัวแต่หาวิธีกินหอยทากอยู่! 55) และเรื่องเล่าอีกเรื่องที่ดังมากคือเรื่อง “หนังสือทองคำ” โดยชาวกะเหรี่ยงเชื่อว่าพระเจ้าได้ทรงมอบหนังสือให้กับพี่น้อง 3 คน ได้แก่ กะเหรี่ยง พม่า และน้องฝรั่ง น้องคนอื่นๆดูแลหนังสือของตนเป็นอย่างดี แต่ด้วยความขี้เกียจ… พี่กะเหรี่ยงที่ไปทำไร่ดันเลินเล่อวางหนังสือของตนไว้บนตอไม้!! และน้องฝรั่งก็หยิบเอาหนังสือเล่มนั้นไปต่างแดน (ชาวกะเหรี่ยงมีความเชื่อว่า “คนผิวขาวจะนำหนังสือเล่มนั้นกลับมาและนำพาสันติมาให้พวกเขา”)

อย่างไรก็ดี มีนักวิชาการหลายคนโต้แย้งเกี่ยวกับ “การมีอยู่ของชาติพันธุ์กะเหรี่ยง” โดยเชื่อว่าเป็นเรื่องที่สมมติขึ้นด้วยฝีมือของมิชชันนารีและข้าราชการชาวกะเหรี่ยง ทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นปึกแผ่นและสร้างความน่าเชื่อถือในการสร้างรัฐชาติของตน โดยนักวิชาการบางคนโต้แย้งว่า “ไม่พบจุดร่วมที่แท้จริงของชาวกะเหรี่ยง ทั้งในแง่สำนึกชนชาติ วัฒนธรรม อาหาร ฯลฯ… ที่สำคัญแม้แต่ชื่อชาติพันธุ์ของตน แต่ละคนยังเรียกไม่เหมือนกัน” ส่วนนักประวัติศาสตร์บางคนก็โต้แย้งว่า “ไม่พบหลักฐานที่แสดงถึงเมืองกะเหรี่ยงโบราณที่ชัดเจนสักชิ้น” (ก็ว่ากันไปนะ. . .)

Advertisements

6 responses

  1. Yaw

    ถ้าต้องการหาอ่าน งานแปลชิ้นนี้ต้องทำอย่างไร

    พฤศจิกายน 11, 2010 ที่ 8:28 am

    • งานชิ้นนี้ผมแปลให้ศูนย์สิรินธรครับ มันเป็นรายงานสรุปเรื่องชาติพันธุ์ โดยจะแบ่งเป็นหัวข้อต่างๆ ถ้าสนใจต้องรบกวนให้ไปดูเว็บของศูนย์สิรินธร
      http://www2.sac.or.th/databases/ethnicredb/aboutpage.html

      แต่ปัญหาก็คือเรื่องพวกระบบราชการแหละครับ บางที จนท. ก็อู้ทำงานล่าช้า ดองได้ดองดี ไหนจะต้องรอให้อาจารย์ที่ดูแลโครงการมาตรวจทานอีก (บางทีกินเวลา 3-4 เดือนน่ะครับ)

      ถ้าคุณมีจุดประสงค์ในการใช้ที่ดี(เช่น การศึกษาค้นคว้า เพื่อวิชาการ ฯลฯ) ผมสามารถส่งต้นฉบับไปให้อ่านได้ครับ โดยรบกวนส่งอีเมลมาให้ด้วย ผมจะได้ส่งไฟล์ word ไปให้อ่าน

      พฤศจิกายน 14, 2010 ที่ 6:06 pm

  2. Yaw

    เคยไปทำงานให้ประเทศชาติในรัฐกระเหรี่ยง พม่า โดนส่งไปเป็นนายช่างสนามกลางสนามรบเคยเป็นหนอนหนังสือ เขียนเป็นแต่ numerical programmer เกลียดการสุงสิงกับคนหมู่มากไม่เคยเจอ ชาติพันธ์ หลากหลาย ไม่รู้ backgroud ของความขัดแย้ง เกือบเป็นผีเฝ้า รัฐกระเหรี่ยง สหายไทยหายไปสอง
    ค้นพบว่า คนเป็นเครื่องจักรของพระเจ้าที่มีค่า อย่างยิ่ง สวยงามอย่างยิ่งในระบำแห่งชาติพันธุ์มีเพื่อนเยอะทั้งกระเหรี่ยง โพว่ สกอว์ ตองสู อยากรู้ nature ของพวกเขาให้มากขึ้น
    อ่าน ภาษาอังกฤษ จะช้ามาก งานของคุณอาจรักษา ชีวิตของคนไทย (โยเดีย)ที่เข้าไปทำงาน ในพื้นที่ที่กำลังชาด สมดุลย์แห่งชาติพันธ์ เป็น สันติภาพบนความเข้าใจระหว่างกันที่เร่งด่วน ตอนนี้ทิ้ง analytical method หมดแล้ว หัดหลบลูกปืนและระเบิดอยู่ครับ

    personal
    http://www.facebook.com/album.php?aid=32355&id=100000170566194&l=f081aac7ad

    mail address
    decha_sv@hotmail.com

    ขอบคุณครับ

    พฤศจิกายน 15, 2010 ที่ 2:22 am

  3. Yaw

    ผมขอขอบคุณ albertpotjes มากครับ สำหรับสำเนาแปลย่อของ

    True Love and Bartholomew… ,และได้ซื้อหนังสือ

    เล่มนี้ จาก ศูนย์หนังสือ จุฬา แล้วครับ มุมมองของผู้เขียนเป็นเรื่องของ

    สันติภาพ และการเยียวยาจริงๆ ความโหดร้ายมันมากนักก็อย่าไปมองมัน

    ผมให้ 5 ดาว สำหรับหนังสือเรื่องนี้ หายากมากที่จริงๆ

    แนะนำสาหรับทุกท่านที่ต้องเข้าไปทำงานที่ชายแดนรัฐกระเหรี่ยง

    พฤศจิกายน 30, 2010 ที่ 2:13 am

    • เรื่องสำเนาแปลย่อนั้น ผมยินดีเลยครับ

      ส่วนเืรื่องหนังสือ โอ้ว คุณลงทุนซื้อเลยหรือครับ? แต่ก็คุ้มนะ เพราะผมว่าเป็นงานที่ดีมาก

      ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันประสบการณ์ของคุณ Yaw ด้วยนะครับ

      ผมว่ากะเหรี่ยงเป็นอีกชาิติพันธุ์หนึ่งที่มีความซับซ้อนมากๆ เราคงจะไม่รู้ว่าสิ่งที่ชนกลุ่มน้อยเหล่านี้เผชิญมันหนักหนาสาหัสแค่ไหน ถ้าไม่ได้อ่านงานเหล่านี้ หรือถ้าไม่ได้พูดคุยกับคนเหล่านี้ หรือถ้าไม่ได้ไปประสบด้วยตัวเองแบบคุณ Yaw

      ไม่ทราบว่าคุณ Yaw ได้อ่านวารสาร “เนชั่น สุดสัปดาห์” บ้างไหมครับ? เล่มนี้เขาจะชอบลงเรื่องเกี่ยวกับกะเหรี่ยงอยู่เรื่อยๆ เช่น เรื่องกะเหรี่ยงในไทยที่เขียนโดยคุณ บุหลัน รันตี (คนนี้เขียนหนังสือ อ่านเพลินมากๆครับ) เมื่อไม่นานมานี้ก็มีสกู๊ปพิเศษเกี่ยวกับ พ.อ. นาคามวย ที่เป็นหัวหอกของกลุ่มกะเหรี่ยงพุทธ DKBA ที่ไปก่อวีรกรรมยึดเมืองเมียวดีเอาไว้ก่อนการเลือกตั้งในพม่า

      ไว้ถ้าผมมีเล่มไหน จะสแกนไปให้อ่านบ้างนะครับ

      พฤศจิกายน 30, 2010 ที่ 6:17 am

  4. Yaw

    อุดหนุนผู้เขียนเพราะเราต้องอาศัยงานนี้จริงๆไม่อยากเอาเปรียบเขา
    เป็นงานซึ่ง บันทึกประวัติศาสตร์ชาติพันธ์และการเบียดเบียนทำร้ายไปพร้อมๆกัน
    คนกระเหรี่ยงเป็นคนที่เคารพในศีลในธรรมอยู่ในสายเลือด มิชชันนารีจึงรักมาก แต่ยังไม่รู้จักสังคมเมืองมาก ยังหลอกลวงหักหลังไม่เก่ง เป็นคนซื่อสัตย์ เป็นมิตร แต่ก็เป็นนักรบที่เก่งฉกาจ โหดเหี้ยมได้ถ้าจำเป็น

    งานของคุณบุหลัน จะเป็นกระเหรี่ยง แถบ เทือกเขาตะนาวศรี ติดเมืองกาญจบุรี เป็นแนวการใช้ชีวิตในโลกกว้าง แต่งานtrue love ..นี้จะมีแง่มุมมากกว่า ครับ

    พฤศจิกายน 30, 2010 ที่ 9:14 am

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s