Just another WordPress.com site

[[มหกรรม มหก็อป]]… แฉแหลก “ไผก็อปไผ?” และผู้ร้ายชื่อ “นายบังเอิญ” (จบ)


กลัับมารอบดึก ก็จัดหนักเช่นเคย…
ด้วยการล่อตะปิ้งสาวก Metal
ล่อเป้าอย่างแรงด้วยวง “Metallica” ก้า ก้า เริ่มนับ

โดย Metallica นั้นตกเป็นจำเลยหลายกระทงอยู่ ได้แก่

– เพลง “Enter Sandman” ที่ถูกกล่าวหาว่าไปฉกริฟกีตาร์ตอนอินโทรมาจากเพลง “Tapping into the Emotional Void” ของวง Excel ซึ่งแม้แต่ Dave Mustaine หัวหน้าวง Megadeth ก็เคยให้สัมภาษณ์ยืนยันเรื่องนี้ (แ่ต่ไม่มีการดำเนินคดีกันแต่อย่างใด)

– เพลง “Welcome Home (Sanitarium)” ของพวกเค้า ถูกกล่าวหาว่าไปก็อปเพลง “Rainbow Warrior” ของวงนิวเวฟอังกฤษอย่าง Bleak House (แถมยังไปมีส่วนคล้ายกับเพลง “Sold My Soul” ของวง Black Label Society อีกต่างหาก)

– และมีเพลงอื่นๆที่ถูกพาดพิงว่าไปก๊อปเค้ามา เช่น “The Day That Never Comes” และ “The Unforgiven II”

————-

กรี๊ส… สาวกเมทัล (Metal Militia) อย่าลงทัณฑ์เค้านะ
อย่าเอาเค้าไปเชือด อย่าจับเ้ค้าไปนั่งเก้าอี้ไฟฟ้าเลย หนูกลัวแย้ว cry

ส่วนคลิปนี้ก็เอาไปพิสูจน์กันนะครับ. . .
ว่า Enter Sandman ไปฉกริฟท่อนอินโทรมาจากวง Excel จริงหรือเปล่า?
(ใครเป็นแฟนเมทัล แนะนำให้ไปลองหา “Tapping into the Emotional Void” ของวง Excel ฟังดูครับ มีส่วนคล้ายกันจริงๆ)

หนักๆไปแล้ว ขอเบาๆบ้าง. . .

สาวซ่าซี้ดซ้าด 1ในแคนดิเดท queen of pop
และขวัญใจใครบางคนอย่าง
Britney Spears

เพลง “Can’t Make You Love Me” จากอัลบั้ม ‘Oops… I Did It Again’ เมื่อปี 2002 ถูกฟ้องร้องโดย Michael Cottrill กับ Lawrence E. Wnukowski ว่าไปลอกเมโลดี้มาจากเพลง “What You See is What You Get” ของพวกเค้า (เพลงอันหยังก้อ? บ่ฮู้จัก?? ฮ่าฮ่าฮ่า)

แต่คดีดูจะเงียบๆไป โดยการพิจารณาคดีเมื่อปี 2003 ศาลเห็นว่าหลักฐานไม่เพียงพอ

ที่จริงมันมีเยอะมากเลยอ่ะนะ ฉะันั้นตั้งแต่ช่องนี้ไปผมจะทำสรุปไฮไลท์เลยดีกว่า (หลังจากหมดล็อตนี้จะมีเรื่องขำๆ นอกเรื่องนิดหน่อยครับ ฮ่าฮ่าฮ่า)

————————–

ไฮไลท์แฉมหก็อปในวงการเพลงฝรั่ง

Les Paul (แพ้คดี)
เทพนัก ดนตรีผู้พัฒนากีตาร์ Gibson Les Paul (ปู่เค้าพึ่งจะเสียไปเมื่อปี 2009 นี้เองนะ ในวัย 94 ปี) เพลง “Johnny (Is the Boy for Me)” ของเค้าเมื่อปี 1953 ถูกฟ้องร้องว่าไปลอกเพลงของนักประพันธ์ชาวโรมาเนีย

John Fogerty (ชนะคดี)
ใน ปี1994 หลังออกจากวง CCR มาทำผลงานเดี่ยว เค้าถูกต้นสังกัดเก่าฟ้องร้องว่า “เพลง ‘The Old Man Down the Road’ ของเค้านั้นไปก็อปเพลง ‘”Run Through the Jungle’ จากวง CCR” (คนกันเองแ้ท้ๆทำกันได้ 55)

แต่สุดท้ายแล้ว Fogerty ก็ชนะคดี และสร้างความฮือฮาด้วยการนำกีตาร์ไปเล่นโชว์ในศาลเพื่ิอพิสูจน์ความแตกต่างให้เห็นกันจะๆ ซึ่งศาลวินิจฉัยว่า “เพลงทั้งสองไม่เหมือนกัน เพียงแต่มีสไตล์คล้ายกัน และนั่นไม่ใช่การลอกเลียน”

Nirvana (พับคดี)
ใน ปี1993 เพลง “Come As You Are” ของพวกเค้าถูกฟ้องร้องว่าไปลอกริฟเพลง “”Eighties” ของวง Killing Joke มา แต่คดีถูกล้มเลิกหลังการเสียชีวิตของ Kurt Cobain

Bee Gees (ชนะคดี)
เพลงอมตะอย่าง “How Deep Is Your Love” เคยถูก Ronald H. Selle ฟ้องว่าไปลอกเพลง “Let It End” ของฝ่ายหลังที่ไม่เคยได้ออก แต่ Bee Gees ชนะคดีหลังยื่นอุทธรณ์

Prince (คดีีึคาราคาซัง)
เพลง สุดฮิตของเค้าในปี1994 “The Most Beautiful Girl In The World” ถูกฟ้องว่าไปลอกเพลง “Takin’ Me to Paradise” ของศิลปินอิตาลี และในปีนั้นศาลอิตาลีก็ตัดสินว่า Prince ผิด แต่คดีก็ยังไม่มีการตัดสินชี้ขาดเสียทีจนถึง ณ บัดนี้ (ผมเคยฟังเทียบกันแล้วก็คิดในใจ… ก็แค่คล้ายนิดๆในบางส่วน “มันเหมือนกันตรงไหนฟระ?” ฮ่าฮ่าฮ่า)

Johnny Cash (แพ้คดี)
ใน ปี1968 ศิลปินเพลงคันทรี่ขึ้นหิ้งผู้นี้ เคยถูกฟ้องร้องว่าเพลง “Folsom Prison Blues” ของเค้าไปลอกหลายๆส่วนมาจากเพลงของ Gordon Jenkins ซึ่งศาลตัดสินว่า “มันเป็นการลอกโดยบังเอิญ” และ Cash ถูกเรียกค่าชดเชยไปราวๆ 1 แสนมาร์ค

La Roux (ยังไม่มีการฟ้องร้อง)
ศิลปิน สาวแนวอิเล็กโทรป็อบจากอังกฤษผู้ีนี้ ถูกจับได้ว่าเพลง “Quicksand” ของเธอเมื่อปี 2009 มีทำนองเหมือนกับเพลง “When Doves Cry” ของ Prince แบบมาเดี๊ยะๆ ซึ่งตัวคนแต่งเองก็ยอมรับหน้าตาเฉยว่าไปยืมของเค้ามาจริงๆ

Avril Lavigne (คดีล้ม)
เมื่อ ปี2007 เพลง “Girlfriend” ของสาวสวยเซอร์ Avril เคยถูกวงป็อบยุค70 อย่าง Rubinoos ยื่นฟ้องว่าไปก็อปเพลงของพวกเค้ามา แต่หลักฐานไม่เพียงพอ และฝ่ายหลังถูกกล่าวหาว่าจงใจแบล็คเมล์

จบสาระไปแล้ว (ที่จริงยังมีอีกเยอะมากๆเลยครับ เอาเป็นว่าใครอยากรู้มากกว่านี้นะ ลองคีย์คำว่า Plagiarism ลงไปใน youtube จะมีลูกอีช่างจับผิด ฮ่าฮ่าฮ่า เอ้ย แฟนเพลงที่ทำเปรียบเทียบเอาไว้เพียบเลยครับ)

ทีนี้มาดูอะไรนอกเรื่องขำๆกันดีกว่า
อันนี้ไม่เกี่ยวกับฝรั่ง. . .
แต่มันเกี่ยวกับมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ และมหาอำนาจแห่งการก็อปปี้!!! ฮ่าฮ่าฮ่า
ใช่แล้ว… ประเทศ “จีน” นั่นเองครับ

ปีนี้จีนมีเรื่องฮือฮาเกี่ยวกับการก็อปเพลงระดับเวิลด์คลาส
ก็ เพราะเพลงธีมที่ใช้ในงาน World Expo 2010 นั้น ดันไปแอ๊บคล้ายกับเพลง “Sono Mama No Kimi De Ite” ของศิลปินสาวญี่ปุ่น Mayo Okamoto เมื่อปี 1997 ครับ
โดยข่าวระบุว่าทางผู้จัด Shanghai World Expo ยอมชดใช้เงินให้นักร้องสาวญี่ปุ่นถึง 300 ล้านเยน (ราวๆ 100 ล้านบาท)

พวกโก๋ตี๋กี๋หมวยแดนมังกรบางคนก็เม้นกันฮาดีครับ. . .
เช่น
“ประเทศอั๊่วน่ะ เซียนอยู่แล้ว เรื่องก็อป คริๆ”

“ญี่ปุ่นอ่ะขี้โกง พวกนั้นขึ้นไทม์แมชชีนมาฉกเพลงของพวกเราไปต่างหาก” หยอกเย้า

แล้วไม่ใช่แค่ก็อปเพลงเท่านั้นที่เป็นเรื่องนะครับ. . .
ก็อป “ชื่อวง” ก็เป็นเรื่องได้!! ฮ่าฮ่าฮ่า

เคสหนึ่งที่ดังมากๆก็คือวงร็อคจากอังกฤษ SUEDE
ในปี 1993 ระหว่างพยายามบุกตลาดอเมริกา
ปรากฏว่าที่นั่นมีวงเล็กๆเล่นตามผับชื่อ Suede เหมือนกันฟ้องร้องไม่ให้ Suede(อังกฤษตรางู)ใช้ชื่อนี้

ทำ ให้ระหว่างไปทัวร์แดนมะกัน พวกเค้าต้องเปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า London Suede ซึ่งตัวนักร้องนำอย่าง Brett Anderson หัวเสียกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องจำใจยอม เพราะไม่มีทางเลือก

คลิปสุดท้ายแล้ว เอาฮา ฮ่าฮ่าฮ่า

“เชื่อไม่เชื่อ ฝรั่งเคยก็อปเพลงไทย!!!” ฮ่าฮ่าฮ่า

เรื่องนี้เคยเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในแวดวงคนฟังเพลงไทย/ฝรั่งมานาน
เพราะมีคนบอกว่า “เฮ้ย ทำไมเพลง Sleeping Child มันไปคล้ายกับเพลง คนขี้เหงา ของพี่นีโน่จังวะ?”

ไอ้ครั้นจะไปบอกว่าพี่นีโน่ไปลอกวงเดนมาร์ค Michael Learns To Rock มา เพลงคนขี้เหงาของพี่เค้าก็ออกมาก่อนหลายปีอยู่นา หยอกเย้า

หลาย ปีหลังผมเคยได้ยินมาแว่วๆนะ ประมาณว่าทางวง MLTR น่ะเคยขอซื้อลิขสิทธิ์เพลงของพี่โน่ ทีแรกคิดว่าพูดกันขำๆ แต่ครั้งหลังที่จำได้ คนที่พูดเป็นแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้… แต่มันนานแล้วอ่ะ ใครชัวร์ป้าดช่วยมา confirm ที รักคุณ

ก็หวังว่าจะได้อะไรกลับกันไปจากทู้นี้บ้างไม่มากก็น้อย
เราจะเห็นได้ว่าฝรั่งเค้าให้ความสำคัญกับ “ลิขสิทธิ์เพลง” ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญามากๆ จนบางทีออกจะตึงไปเสียด้วยซ้ำ

ข้อดีคือ
มันเป็นกรอบกฎเกณฑ์ ทำให้ศิลปินไม่มักง่าย และต้องพยายามสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆขึ้นมาไม่ให้ซ้ำกับของเดิม

ส่วนข้อเสียคือ
บาง ทีมันก็เปิดช่องให้คนฉวยโอกาสได้นะ… ส่วนตัวผมว่า ตัวศิลปินเจ้าของเพลงต้นฉบับเองคงจะไม่มีอะไรมากหรอก แต่บางทีทางต้นสังกัดก็ใช้จุดนี้เป็นช่องทางในการหากิน(บางเคสนี่ผมดูแล้ว เหมือนพวกค่ายเพลงหวังเก็งกำไรเลย ไปกว้านซื้อเพลงเก่าๆที่มีส่วนคล้ายเพลงดัง แล้วก็หาเรื่องฟ้องร้องเรียกเงิน)

เราในฐานะคนเสพย์เพลง ก็อยากให้ศิลปินตั้งใจทำงาน สร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆดีๆออกมา ไม่ใช่เที่ยวไปก็อปใคร…
แต่ในบางทีก็อยากให้เห็นใจศิลปินบ้าง เพราะบางเคสนั้นน่าที่เป็นการลอกเลียนที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญจริงๆ
ผม ว่าเป็นศิลปินนี่ไม่ง่ายเลยนะ นอกจากโจทย์ว่า “ทำยังไงให้เพลงดังแล้ว?” บางทีเจอ writer block เกิดอาการตัน แต่งเพลงไม่ออก… แล้วบางทีพอแต่งได้ ก็ดันไปเจอเคส plagiarism เพลงดันไปซ้ำกับชาวบ้านเขาอีก

——————-

ปอค่าง1>>
คำ ว่า “แรงบันดาลใจ” เป็นข้ออ้างที่ศิลปินหลายคนชอบใช้ ซึ่งสำหรับผมๆว่ามันเป็นเรื่องปกติธรรมดา คุณเกิดมาโตมา ชีวิตนี้ไม่รู้ว่าฟังไปกี่วงฟังไปกี่เพลง จะมีใครที่มันเทพขนาดคิดค้นอะไรใหม่ๆไ้ด้เองหมด คงไ่ม่มีหรอก ( “แต่ถ้าได้แรงบันดาลใจยกชุด แบบนั้นก็ไม่ไหวนะ” ฮ่าฮ่าฮ่า)

ปอค่าง2>>

เย่ กระทู้แนะนำทู้ที่3 ในห้องเฉลิมกรุง!! (แถมเป็นอันดับ1ของวันนี้ด้วยนะ จะบอกให้)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s