Just another WordPress.com site

Femme Fatale >> เพลงนี้ให้เธอ “นางมารร้าย”



Here
she comes, you better watch your step

She’s going to break your heart in two, it’s true

นั่นคือ 2 บรรทัดแรกของเพลงป็อบง่ายๆแต่โคตรแนว

มันเป็นเพลงที่ว่าด้วย “นางมารตัวแม่” จ้าวแห่งศาสตร์มารยาหญิงร้อยเล่มเกวียน

ที่เธอเอาใจ หาใช่จริงใจ…

รอยยิ้มเธอ แฝงด้วยเล่ห์…

ชายใดหมายหมั้น เธอพร้อมปั่นหัว…

เธอยั่วให้อยาก แล้วก็จากไป…

เพลงๆนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากดาราสาวสุดฮิปแห่งยุคนั้น Edie Sedgwick” ซึ่งอยู่ในก๊วนของศิลปินอาร์ตตัวพ่ออย่าง Andy Warhol ที่ขอให้ Lou Reed หัวหน้าวง Velvet
Underground แต่งเพลงให้เธอ

 Lou ก็…ได้ครับนาย จัดไป เพลงนี้ให้เธอ (แ้ล้วเธอล่ะ
ฟังแล้วจะปลื้มมั่งไหม? มีคนแต่งเพลงให้ 55)

 


แล้วเพลงนี้ก็แปล๊กแปลก…

มันเป็นเพลงแขวะผู้หญิง แต่ดันให้ผู้หญิงเป็นคนร้องซะนี่!

เพลงนี้ Lou Reed แต่งแล้วยกให้ Nico นักร้องหญิงของวงเป็นคนร้อง

(บ้างก็สันนิษฐานว่าที่จริง Reed น่าจะแต่งเพลงนี้ให้
Nico มากกว่า ก็ว่ากันไป)

ทีแรกที่ฟังเพลงนี้ ผมยังเข้าใจว่า “ผู้ชาย” เป็นคนร้องเลยด้วยซ้ำไป! เพราะเสียงมันฟังดูหนักๆห้าวๆ ที่ไหนได้…

Nico นั้นเป็นสาวเยอรมันที่อยู่ในสังกัดของ Warhol เธอเป็นทั้งนักร้อง นักแสดง นางแบบ และถูก Warhol ดันให้เข้าวง
Velvet Underground ซึ่งในชุดแรกและชุดเดียวที่เธอมีส่วนร่วมนั้น
เธอได้ร้องนำไปทั้งหมด 3 เพลง ได้แก่ Femme Fatale, All Tomorrow’s Parties
และ I’ll Be Your Mirrors

แฟนๆบางคนอาจจะชื่นชอบบุคลิกที่ดูลึกลับ
และน้ำเสียงที่มีเอกลักษณ์ของเธอ

แต่สำหรับสมาชิกในวง VU แล้ว… Nico เป็นตัวป่วน

มือเบส John เคยเขียนไว้ว่า “การที่นิโคแต่งตัวนาน และมัวเสียเวลากับพิธีนำโชค ทำให้การแสดงล่าช้า
และนั่นทำให้ ลู รีด หงุดหงิด” นอกจากนี้การที่เธอมีอาการหูหนวกเป็นบางส่วนทำให้บางครั้งเธอร้องผิดคีย์

หลังออกจากวง Nico มีผลงานเพลงเดี่ยวอีก
5-6 ชุด และมาเสียชีวิตเมื่อปี 1988 ในวัย 49 ปี
จากอาการหัวใจวายระหว่างขี่จักรยานแล้วล้มหัวฟาดพื้น (ที่จริงก่อนตาย Nico พึ่งจะเลิกยาพร้อมหันมาดูแลสุขภาพตัวเองอย่างจริงจัง
โดยเธอเคยติดเฮโรอีนนานกว่า 15 ปี)


ทีนี้เรามาพูดถึง “แรงบันดาลใจ” ของเพลงนี้กันมั่ง…

Edie
Sedgwick เธอคือสาวสังคม และเป็นผู้นำแฟชั่นแห่งยุค60

เธอเกิดในตระกูลที่สูงส่งมั่งคั่ง แต่ชีวิตติดลบ
ครอบครัวมีแต่ปัญหา โดยเฉพาะกับพ่อของเธอที่เป็นคนเ้จ้ากี้เจ้าการ เจ้าอารมณ์
แถมเจ้าชู้ประตูดิน

พี่สาวของเธอตัดขาดจากครอบครัว และพี่ชายอีก 2
คนก็ตายก่อนวัยอันควร

ส่วนตัว Edie เองมีปัญหาทางอารมณ์
และกลายเป็นโรคอโนเร็กเซียเรื้อรัง

 

ในปี 1965 แม่สาว Edie
ได้โคจรมาพบกับศิลปินอะวองการ์ดแห่งยุคอย่าง Andy Warhol เธอได้เข้าร่วมก๊วนนักแสดงค่าย
The Factory และกลายเป็นดาราที่โด่งดังที่สุดในกลุ่ม Warhol’s Superstars

Sedgwick ได้แสดงในหนังทดลองของ Warhol หลายๆเรื่อง
ซึ่งที่จริงแล้วพวกมันไม่ได้ทำเงินหรือดังเปรี้ยงปร้างเลย และออกจะหาดูยากด้วยซ้ำ
แต่สื่อกลับให้ความสนใจในตัวเธอเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะกับสไตล์แฟชั่นที่โดดเด่นล้ำยุคของเธอ

ร่วมรักและร่วมงานกันได้แค่ปีเดียว ความสัมพันธ์ระหว่าง Sedgwick กับ Warhol ก็ล่ม…

Edie ขอให้ Warhol อย่าฉายหนังของเธออีก
และขอให้ตัดภาพฟุตเทจของเธอในหนัง Chelsea Girls ออกไปด้วย
และภาพเหล่านั้นก็ถูกแทนที่ด้วยภาพของ Nico สาวเสียงใหญ่ผู้ัขับขานบทเพลง
Femme Fatale นั่นเอง (และทั้งหมดนี้ก็คงพอจะบ่งบอกถึงที่มาที่ไปของเพลงนี้ได้
ชิมิ?)

ในช่วงที่เลิกรากับ Warhol นั้น Sedgwick หันไปคบกับศิลปินโฟล์คนามกระเดื่องอย่าง Bob Dylan
แต่คบกันได้ไม่นานก็ต้องเลิก เพราะจับได้ว่า Dylan แต่งงานแล้ว(โดยที่
Warhol เป็นคนเอาเรื่องมาแฉ) แล้วหลังจากนั้นก็ไปคบกับคนชื่อ
Bob อีกคน ทีนี้เป็น Bob Neuwirth ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ
Dylan นั่นเอง! (เอาเ้ข้าไป -_-)
และช่วงนั้นเธอติดสารเสพย์ติดอย่างหนัก ซึ่งทำให้เธอเหวี่ยงบ่อย
จนบ็อบสองทนไม่ไหวและแยกทางกันไป และสุดท้ายมาแต่งงานกับนาย Michael Post

หนังเรื่องสุดท้ายที่เธอเล่นคือ Ciao! Manhattan
ก่อนที่จะด่วนจากโลกนี้ไปในปี 1971 ด้วยวัยเพียงแค่ 28 ปี!

ด้วยชีวิตที่โลดโผนโจนทะยาน ทำให้เืื่รื่องราวของ Edie Sedgwick ถูกนำมากล่าวขานซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งในหนังสือ
ดนตรี และภาพยนตร์ อาทิ หนังเรื่อง
“Factory Girl” ในปี 2006
ที่มี Sienna Miller รับบทนำเป็นตัวเธอ

 

 

สำหรับเจ้าของผลงานเพลงอย่าง The Velvet
Underground นั้นเป็นวงที่แปลก…

เพราะ “รวมเราแป้ก แยกเราดัง!” 

โดยเฉพาะ Lou Reed และ John Cale ที่ประสบความสำเร็จกับการออกผลงานเีดี่ยว

 

สำหรับอัลบั้มแรก “The Velvet Underground & Nico”

ที่มี Nico ร่วมงานด้วยนั้น
ได้ Andy Warhol มาเป็นผู้จัดการวง และช่วยผลักดันให้ VU
ได้เซ็นสัญญากับค่ายใหญ่อย่าง Verve รวมทั้งทำให้วงมีอิสระในการสร้างสรรค์ผลงานเพลง

 

แม้ ณ เวลานั้น อัลบั้มนี้จะเจ๊งไม่เป็นท่า
เนื่องด้วยปัญหาแทรกซ้อนหลายๆอย่าง

เช่น เนื้อหาที่ขัดศีลธรรมจรรยาจนทำให้โดนแบนจากหลายๆฝ่าย
ร้านแผ่นเสียงหลายๆร้านไม่ยอมขาย สถานีวิทยุไม่ยอมเล่นเพลงให้ และนิตยสารไม่ยอมรับลงโฆษณา
รวมทั้งปัญหาข้อพิพาททางกฎหมาย(ปกหลังมีรูปของดารา
Eric Emerson ที่ขู่จะฟ้องต้นสังกัดเพราะนำภาพของเขาไปใช้โดยไ่ม่ได้ขออนุญาต
ซึ่งแทนที่ MGM จะแก้ปัญหาโดยจ่ายเงินปิดปากซะ[ก็จบเรื่อง] แต่ค่ายกลับเรียกเอาแผ่นเสียงคืนมาจากร้านแล้วใช้แอร์บรัชพ่นและเอาสติกเกอร์สีดำปิดทับซะงั้น!)

 

แต่ในภายหลังมันก็ถูกยกขึ้นหิ้งไปเรียบร้อย…

โดยนิตยสาร Rolling Stones ยกให้มันเป็นอัลบั้มยอดเยี่ยมตลอดกาลอันดับที่
13 จากทั้งหมด 500 อัลบั้ม

จุดเด่นของอัลบั้มนี้ก็คือแนวเพลงทดลอง
และเนื้อหาที่สอดรับกับการปฏิวัติทางเพศของสหรัฐในยุค60
ซึ่งมีืัทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับการค้าประเวณี รสนิยมทางเพศแบบซาดิสม์-มาโซคิสม์ ความเบี่ยงเบนทางเพศ
รวมไปถึงเรื่องของการใช้ยาเสพย์ติด

 

VU ถูกยกย่องจากนักวิจารณ์ว่า “เป็นวงหนึ่งที่สำคัญที่สุด
และทรงอิทธิพลที่สุด แห่งยุค60”

และยังถือเป็นต้นแบบของดนตรี punk rock อีกด้วย

VU ถูกนำเข้าทำเนียบ Rock and Roll Hall of Fame เมื่อปี 1996

และครั้งสุดท้ายที่สมาชิกในวงที่เหลือปรากฏตัวร่วมกันคือในเดือน
ธ.ค. ปี 2009 เพื่อรำลึกถึงการก่อตั้งวงมาครบรอบ 45 ปี

 


สิ่งที่ฮือฮาอีกอย่างในอัลบั้มแรกของ VU ก็คือ “ปกสุดกิ๊บเก๋”

ซึ่งเป็นผลงานดีไซน์ของ Andy Warhol นั่นเอง!

 ปกกล้วยๆปกนี้ไม่ธรรมดา เพราะบนปกหน้าของแผ่นเสียงก็อปปี้แรกๆนั้นจะมีคำกำกับอยู่บนกล้วยว่า
“ค่อยๆปอกแล้วลองดูสิ”

 


 

พอลอกสติกเกอร์ออกมาแล้ว ก็จะพบกับรูป “ผลกล้วยสีชมพู”

ซึ่งต้องใช้เครื่องจักรพิเศษทำกันเลยทีเดียว

และปกแบบแรกสุดนั้นกลายเป็นของหายากที่นักสะสมนิยมเล่นกัน

ตามข้อมูลระบุว่าแผ่น CD รุ่นใหม่ๆมีการใช้ลูกเล่นตามปกดั้งเดิมด้วย
(แต่ไม่ทราบว่าแผ่นในเมืองไทยจะมีแบบนี้หรือไม่นะ?)

 


 


Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s