Advertisements

Just another WordPress.com site

Ringo Starr สี่เต่าทองที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง…


เมื่อพูดถึงสมาชิกสี่เต่าทอง
คนที่โดดเด่นน้อยที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นมือกลองอย่าง
“ริงโก สตาร์” แต่ใครจะรู้? ถ้าไม่มีเขาก็อาจไม่มีเดอะบีเทิลส์อย่างที่เราคุ้นเคย
หรือไม่วงก็คงจะอยู่ไม่ยืดจนถึงชุด Let It Be. . .
 

ริงโก สตาร์ พี่ใหญ่ของวง 1 ใน 2 สมาชิกที่ยังมีชีวิตอยู่ของเดอะบีเทิลส์ มีชื่อจริงว่า ริชาร์ด สตาร์คีย์
เกิดเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 1940 ในเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ
พ่อแม่ของเขาเป็นคนชนชั้นแรงงานและหย่าร้างกันตั้งแต่ตอนเค้าอายุแค่ 3 ขวบ แม่ของเขาแต่งงานใหม่
แต่โชคดีที่พ่อใหม่ของเขาเป็นคนดี และคอยให้การสนับสนุนแก่ริงโกที่มีความสนใจในด้านดนตรี

 

ริงโกเป็นเด็กร่าเริง แต่ป่วยออดๆแอดๆ…

ในวัยเด็กเขาต้องเข้าโรงพยาบาลหลายครั้งหลายหน

ตอน 6 ขวบเขาต้องเข้ารับการผ่าตัดไส้ติ่ง ริงโกทั้งเบื่อทั้งเหงาเมื่ออยู่ในโรงพยาบาล
พ่อแม่ของเขาจึงเอาของเล่นมาให้ 2 อย่าง อย่างแรกคือรถบัสสีแดง
และอีกอย่างคือกลองใบจิ๋ว… และนั่นคือกลองอันแรกของริงโก
!

เพราะสังเกตเห็นเด็กชายที่นอนเหงาอยู่ในเตียงข้างๆ
ริงโกจึงตั้งใจจะยกรถสีแดงให้ แต่ขณะที่เขากำลังยื่นรถให้เด็กอีกคน เขาก็พลัดตกลงมาหัวฟาดพื้น และตกอยู่ในอาการโคม่า

 

การที่ริงโกต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆ
ทำให้เขาเรียนไม่ทันเพื่อน และอ่านเขียนไม่เก่ง

ตอนอายุ 15 ปี หลังเข้ารับการรักษาโรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบนานถึง 2 ปี เขาตัดสินใจหันหลังให้กับโรงเรียน และหันไปเอาดีทางด้านดนตรีอย่างเต็มตัว

 

 

 ‘ริงโก’ ครั้งอยู่วง The Hurricanes

ตอนอายุ17 ริงโกตั้งวงเป็นครั้งแรก และมาได้ชื่อใหม่ “ริงโก สตาร์” ตอนอยู่วง The Raving Texans

ที่ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Rory Storm and The Hurricanes ซึ่งดังกว่า Beatles ในสมัยแรกๆเสียด้วยซ้ำ


ริงโกได้มาพบกับเพื่อนๆบีเทิลส์ครั้งแรกระหว่างการทัวร์คอนเสิร์ตที่เมืองฮัมบูร์ก,เยอรมัน ในเดือนตุลาปี1960

ทั้งสองวงได้แสดงร่วมกันบ่อยๆ และสหายบีเทิลส์ประทับใจในฝีไม้ลายมือของริงโกเป็นอย่างมากจนต้องตามตื๊อให้มาร่วมวงด้วย
สุดท้ายริงโกยอมใจอ่อนและเข้ามาเป็นมือกลองแทนที่ ‘พีท เบสท์’ ในปี1962

นั่นทำให้โรรี่ สตอร์ม หัวหน้าวงเก่าของริงโกหัวเสียที่ต้องเสียมือกลองฝีมือดีไป
และแม้แต่แฟนๆบีเทิลส์บางคนที่ชื่นชอบพีทก็เคยตะโกนโห่ไล่ริงโกมาแล้ว

 

สไตล์การตีกลองของริงโกเข้ากับดนตรีของวงเดอะบีเทิลส์ได้อย่างน่าทึ่ง
และด้วยบุคลิกสนุกสนานเฮฮาของเขาทำให้วงยิ่งมีเสน่ห์ เป็นที่ถูกอกถูกใจของแฟนๆ. .
.

และเนื่องด้วยริงโกเป็นคนที่มีปัญหาในด้านการพูดจา
เขาจึงมักจะใช้คำผิดๆเพี้ยนๆเป็นประจำ แต่สหายในวงกลับชอบใจและนำเอามันมาใช้ประโยชน์ในการแต่งเพลงหลายครั้ง
อาทิ ชื่อเพลง
A hard day’s night” และ “Tomorrow never knows”

บางครั้งเวลาที่เพื่อนเกิดอาการตัน คิดเนื้อเพลงไม่ออก ริงโกจึงมักจะกลายเป็นที่พึ่งสุดท้ายได้อย่างเหลือเชื่อ!

 

ริงโกคือสมาชิกที่เป็นมิตร และติดดินที่สุด. . .

แม้ว่าการนั่งตีกลองอยู่ข้างหลังจะทำให้เขาดูสำคัญน้อยที่สุดในวง แถมได้ร้องนำเฉลี่ยแค่อัลบั้มละเพลงเท่านั้น แต่เขาก็พอใจกับมัน
ที่ไม่น่าเชื่อก็คือริงโกได้รับจดหมายจากแฟนๆมากกว่าสี่เต่าทองคนอื่นๆ และมีหลายหนที่เขาเป็นตัวกลางช่วยประสานรอยร้าวระหว่างเพื่อนสมาชิกในช่วงบั้นปลายของวง

 

แต่บางครั้งเขาก็แอบเป็นตัวเจ้าปัญหา!

ตอนเข้าห้องอัดทำผลงานชุด White Album ริงโกที่ไม่ชอบความตึงเครียด
และเบื่อหน่ายกับการต้องรอแกร่วในห้องอัดนานๆ เกิดอาการน้อยใจและลาออกจากวงไปชั่วคราว
ริงโกแอบหนีไปล่องเรือยอชท์กับเพื่อนดารา เพื่อนๆบีเทิลส์ต้องติดต่อง้อขอให้เขากลับมาทำเพลงต่อ
และ 2 อาทิตย์ให้หลัง ริงโกกลับมาพร้อมกับเพลง “Octopus’s Garden”!

 

และในปี1964 เดือน6 ริงโกป่วยหนักระหว่างการทัวร์รอบโลก ดังนั้นในการแสดงที่เดนมาร์กและฮอลแลนด์ บีเทิลส์ต้องใช้มือกลองวัย24 นาม ‘จิมมี่ นิโคล’ เป็นการชั่วคราว ซึ่งริงโกเคยออกมายอมรับในภายหลังว่าตอนนั้นเขากลัวเหลือเกินที่จะถูกคนอื่นเข้ามาแทนที่อย่างถาวร
(นอกจากนี้ตอนที่บีเทิลส์เดินทางไปอินเดียในปี1968 ริงโกต้องพกอาหารของตัวเองไปทาน เพราะเขาเป็นโรคภูมิแพ้และแพ้อาหารเรื้อรัง)

   

 

 

ริงโกยอมรับว่าเขาไม่ใช่มือกลองที่เก่งกาจ. . .

เขาเคยพูดว่า

“ผมไม่เก่งพวกเรื่องเทคนิค ถ้าเทียบกับมือกลองเก่งๆ แล้ว ผมก็เป็นแค่มือกลองพื้นๆที่ตีได้แปลกพิลึก”  “ที่มันเป็นอย่างนั้นก็เพราะผมถนัดซ้ายแต่ต้องมาเล่นเครื่องดนตรีสำหรับมือขวา ผมก็เลยตีกลองได้ไม่ทั่ว” 

หมายเหตุ
ตรงที่บอกว่าริงโกตีกลองได้ไม่ทั่วถึงนั้นไม่ค่อยแน่ใจคำแปลครับ
ต้นฉบับภาษาอังกฤษคือ ‘I can’t roll around the drum.’
ผมไม่รู้ว่าจะทับศัพท์คำว่า Roll Around อย่างไร
เข้าใจว่ามันเป็นการตีวนกลองชุดไปมา
จากเท่าที่ดูและจากที่เคยเล่นเพอร์คัสชั่นมาบ้าง
การที่ริงโกถนัดซ้ายทำให้เขามีจุดบอดในการตี

 

แต่โปรดิวเซอร์ จอร์จ มาร์ติน บอกว่า

“ริงโกตีได้ดีและหนักแน่น และใช้ทอม-ทอมได้ดี…
การตีกลองของเค้าได้อารมณ์มาก เค้าช่วยเราเสมอในการคุมจังหวะเพลงให้ถูกต้อง และนั่นช่วยให้การทำงานในห้องอัดของเดอะบีเทิลส์ง่ายขึ้นอีกโข”
 

(โดยในตลอด 8 ปีของวงนั้น มีนับครั้งได้ที่ริงโกจะทำพลาดในห้องอัด โดยส่วนใหญ่จะเป็นสมาชิกอีก 3 หน่อที่เล่นผิดพาล่ม)

 

ส่วนสหายจอห์นเคยแซวว่า

“ริงโก้ไม่ใช่มือกลองที่ดีที่สุดในวงบีเทิลส์ด้วยซ้ำไป!”

แต่ก็เคยพูดว่า “ริงโกเป็นมือกลองที่เก่งโคตร เค้าอาจจะไม่เซียนในเรื่องเทคนิค แต่ผมคิดว่าเค้าถูกประเมินฝีมือต่ำไปเสมอ เช่นเดียวกับการเล่นเบสของพอล” 

 

ครั้งหนึ่งพอลเคยส่งโปสการ์ดให้ริงโกและเขียนว่า

“นายเป็นมือกลองที่เจ๋งที่สุดในโลกเลยว่ะเพื่อน จริงๆนะ”

 

นอกจากนี้ ‘ริงโก’ ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับมือกลองรุ่นหลังหลายต่อหลายคน. . .

อาทิ สตีฟ กอร์แมน (The Black Crowes) เดฟ โกรล (Nirvana) ไมค์ พอร์ทนีย์ (Dream Theater) และฟิล คอลลินส์

 

โดยมือกลองชั้นนำอย่าง สตีฟ สมิธ กล่าวว่า

“ริงโกเป็นผู้ที่นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่โลกของมือกลอง…
เค้าทำให้เรามองมือกลองในฐานะสมาชิกของวงที่มีส่วนร่วมในการแต่งเพลงเท่าเทียมกับคนอื่น…
ริงโกคิดค้นการตีกลองที่มีสไตล์และโดดเด่นให้กับเพลงของเดอะบีเทิลส์”  

 

ขณะที่ ฟิล คอลลินส์ ศิลปินดังและมือกลองวง Genesis บอกว่า

“ริงโกถูกประเมินฝีมือต่ำไปอย่างมหันต์ การตีกลองในเพลง A Day in the Life นั้นมีความซับซัอนมาก คุณลองไปหามือกลองเก่งๆสมัยนี้ดูแล้วบอกว่า ‘ช่วยตีแบบนี้ให้ที’ เค้าก็ไม่รู้หรอกว่าจะต้องตียังไง”

 

หลังวงเดอะบีเทิลส์จบลง ริงโกยังคงยืนหยัดอยู่ในวงการดนตรี…

ทั้งการเป็นศิลปินเดี่ยว ร่วมงานกับโปรเจ็คของเพื่อนๆบีเทิลส์บ้าง
และล่าสุดเค้ามีวงชื่อ
All-Star Band นอกจากนี้ริงโกยังเป็นสี่เต่าทองคนที่มีผลงานการแสดงจอเงินจอแก้วมากที่สุด

 

ริงโกเป็นส่วนเติมเต็มและเป็นสมาชิกคนสำคัญที่เดอะบีเทิลส์ขาดไม่ได้…

ไม่เพียงแต่การตีกลองอย่างสร้างสรรค์ที่ทำให้เดอะบีเทิลส์มีซาวด์ดนตรีที่โดดเด่น
ความถ่อมตัวและจิตใจดีก็ถือเป็นส่วนสำคัญของวงไม่แพ้กับพรสวรรค์ทางดนตรีของจอห์นกับพอล
โดยตัวริงโกเองนั้นยังรู้สึกเหลือเชื่อกับความสำเร็จของเดอะบีเทิลส์
เขารู้สึกเซอร์ไพรส์กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเขาเอง

 

ริงโกยอมรับนับถือจอห์น พอล และจอร์จ เหมือนเป็นน้องชายแท้ๆ
และยังรักพวกเค้าตราบจนทุกวันนี้ (ผมคิดว่าเพื่อนๆสมาชิกในวงน่าจะรักริงโกมาก จอห์นกับพอลเคยแต่งเพลงขึ้นมาเพื่อให้เค้าร้องโดยเฉพาะ เช่น
“Yellow Submarine” และ “With a Little Help from My Friends” ซึ่งมีเมโลดี้เหมาะสำหรับคนเสียงบาริโทนอย่างริงโก)

 

ริงโกอุทิศตนให้กับเดอะบีเทิลส์อย่างเต็มที่ด้วยความรักและโดยปราศจากอัตตา
ความฝันสูงสุดของริงโกได้เป็นจริงกับวงเดอะบีเทิลส์ไปเป็นที่เรียบร้อย
แต่ฝันอย่างเดียวของริงโกที่ยังไม่เป็นจริงก็คือ การได้เข้าไปดูคอนเสิร์ตของเดอะบีเทิลส์ในฐานะผู้ชม
!


<> แปลและเรียบเรียงโดย “เบอท” <>

**ขอบคุณข้อมูลต้นฉบับจาก
http://www.drummerworld.com/drummers/Ringo_Starr.html
http://en.wikipedia.org/wiki/Ringo_Starr

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s