Just another WordPress.com site

10 สุดยอดบทเพลงของ ‘สี่เต่าทอง’


BEATLES’ 10 Greatest Songs

นิตยสาร Rolling Stone ได้จัดทำฉบับพิเศษ “THE BEATLES 100 GREATEST SONGS” (เดอะบีเทิลส์กับ 100 บทเพลงที่เยี่ยมที่สุด) โดยทางนิตยสารได้ทำการจัดอันดับบทเพลงต่างๆของวง The Beatles พร้อมกับลงบทความเด่นๆ อาทิ พอลกับจอห์นพูดถึงเพลงโปรด เพลงคัฟเวอร์ที่ดีที่สุดของสี่เต่าทอง และผลงานกีตาร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของจอร์จ แฮร์ริสัน

ศิลปินร็อคร่วมสมัยชาวอังกฤษ เอลวิส คอสเตลโล่ กล่าวว่า “เลนน่อน แม็คคาร์ธนีย์ และแฮร์ริสัน มีมาตรฐานที่สูงจนน่าทึ่งในฐานะนักแต่งเพลง…” “พวกเค้ามีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด จากเพลงรักหวานแหววข้ามไปสู่เพลงรักวาบหวามอย่าง ‘นอร์วีเจียน วูด’ ที่พูดถึงด้านมืดหม่นของความรัก และยกระดับไปสู่เรื่องที่ใหญ่กว่า ซึ่งคุณไม่ค่อยได้พบเห็นในเพลงป็อบที่มีเนื้อหาง่ายๆ”

สำหรับ 10 อันดับแรกจะมีเพลงอะไรบ้าง เราไปดูกัน.  .  .


10) ‘While My Guitar Gently Weeps’

ในเนื้อเพลงของเพลงเด่นเพลงแรกที่จอร์จ แฮร์ริสันแต่งให้เดอะบีเทิลส์นั้น เริ่มด้วยการที่เค้าเลือกวลี ‘gently weeps’ ที่อ่านเจอโดยบังเอิญจากหนังสือเล่มหนึ่ง แต่เพลงไม่ยอมเสร็จเสียทีจนกระทั่งแฮร์ริสันไปดึงเพื่อนซี้อย่าง อีริค แคลปตัน เข้ามาเล่นลีดกีตาร์ให้ ถึงได้เรียบร้อยโรงเรียนสี่เต่าทอง

**หมายเหตุ จอร์จตอบแทนอีริคด้วยการไปช่วยแต่งเพลงและเล่นกีตาร์ให้กับเพลง ‘Badge’ ของวง Cream ที่อีริคเป็นสมาชิก

9) ‘Come Together’

จอห์นเป็นหัวหอกในการแต่งเพลงนี้ ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นเพลงหาเสียงให้กับศาสดาแอลเอสดีผู้อื้อฉาวอย่าง ทิโมธี เลียรี ที่ลงชิงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียกับโรนัลด์ เรแกน ในปี 1970 และนี่กลายเป็นเพลงสุดท้ายที่บีเทิลส์ทั้งสี่ได้ทำงานดนตรีร่วมกันในห้องอัดอย่างพร้อมหน้า


8) ‘Let It Be’

แม็คคาร์ธนีย์ใส่อารมณ์เพลงโซลแบบ อะรีธา แฟรงคลิน เข้าไปในเพลง ‘Let It Be’ ที่ถูกบันทึกเสียงในระหว่างช่วงที่วงบีเทิลส์กำลังมีปัญหาสุดกู่เกินเยียวยา อีก 1 เดือนภายหลังจากที่เพลงนี้ถูกปล่อยออกมา แม็คคาร์ธนีย์ก็ได้ประกาศข่าวการยุบวง

เพลงนี้แม็คคาร์ธนีย์ได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากคุณแม่ของเค้าเอง คืนหนึ่งที่เค้ากำลังกระสับกระส่ายวุ่นวายใจเค้าฝันเห็นแม่ที่เสียชีวิตไปเมื่อสักสิบปีก่อน (ดังนั้นคำว่า ‘Mother Mary’ ในเพลงนี้จึงหมายถึงแม่ของเค้า ไม่ได้หมายถึงพระแม่มารีอย่างที่หลายคนรวมทั้งผมเข้าใจผิด)

**หมายเหตุ เพลง Let It Be นั้นทีแรกพอลตั้งใจแต่งให้กับอะรีธา และให้สิทธิเธอในการออกเพลงนี้ก่อน แต่อะรีธาชะลอไว้และปล่อยให้บีเทิลส์ออกจนดังระเบิดระเบ้อเสียก่อนแล้วจึงค่อยออกของตัวเองทีหลัง


7) ‘Hey Jude’

เนื้อเพลง Hey Jude ที่แม็คคาร์ธนีย์แต่งนั้นได้แรงบันดาลใจมาจากบุตรชายวัย 5 ขวบของจอห์นกับซินเธีย เลนน่อน นาม ‘จูเลี่ยน’ – แต่ทีแรกเลนน่อนเข้าใจว่าแม็คคาร์ธนีย์ร้องเพลงนี้ให้เค้าเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ของเค้ากับโยโกะ โอโนะ

Eric

เนื้อหาเพิ่มเติม:

http://albertpotjes.spaces.live.com/blog/cns!43F86412DFA4C736!2774.entry

 

 

6) ‘Something’

ก่อนที่มันจะกลายเป็นเพลงบีเทิลส์ที่ถูกนำไปคัฟเวอร์มากที่สุดเป็นอันดับสองรองจาก ‘Yesterday’ เลนน่อนบอกว่าเพลงที่แฮร์ริสันแต่งได้ดีอย่างไม่คาดคิดนี้ “เป็นเพลงที่ดีที่สุดในชุด Abbey Road” และแม็คคาร์ธนีย์บอกว่า “มันเป็นเพลงที่แฮร์ริสันแต่งได้ดีที่สุด”

เพลงอกหักเพราะ(เมีย)รักเพื่อนเพลงนี้ หลายคนเชื่อว่าจอร์จแต่งให้กับศรีภรรยา ‘แพ็ตตี้’ แต่จอร์จบอกว่าตอนที่แต่งนั้นเค้าไม่ได้คิดถึงใครเลย ที่จริงจอร์จตั้งใจจะแต่งให้พระกฤษณะด้วยซ้ำไป! (ช่วงนั้นจอร์จกำลังคร่ำเคร่งกับการศึกษาธรรมจากแดนภารตะ โดยทีแรกจอร์จแต่งเนื้อว่า “something in the way HE moves.” แล้วค่อยมาเปลี่ยนเป็น SHE ทีหลัง)

**หมายเหตุ ขณะที่จอร์จปฏิเสธว่าไม่ได้แต่งเพลงนี้ให้แพ็ตตี้ แต่ทางเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด‘อีริค’ แต่งให้เธอเต็มๆในเพลง Layla และ Wonderful Tonight

 

 

5) ‘In My Life’

เป็นบทเพลงที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของจอห์นมากที่สุดจนถึง ณ เวลานั้น และเป็นหนึ่งในไม่กี่เพลงของเลนน่อน-แม็คคาร์ธนีย์ ที่ทั้งสองถกเถียงกันว่าใครกันแน่ที่เป็นคนแต่ง?

นักข่าวอังกฤษ นายเคนเน็ธ ออลซ็อพ เคยแนะจอห์นว่าเค้าน่าจะแต่งเพลงเกี่ยวกับวัยเยาว์ของเค้า ทีแรกจอห์นเขียนเนื้อเพลงเกี่ยวกับเส้นทางรถเมล์ที่เค้าเคยโดยสารในเมืองลิเวอร์พูล แต่จอห์นพบว่ามันโคตรจะน่าเบื่อและน่าขำ! ฮ่า~ เค้ากับพอลจึงช่วยกันเกลาเพลงนี้ใหม่จนเสร็จสมบูรณ์ ในเนื้อเพลงมีการกล่าวถึงเพื่อนที่ล่วงลับไปแล้วอย่างสจ๊วต ซุทคลิฟ และเพื่อนที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างปีเตอร์ ช็อทตัน ด้วย

**หมายเหตุ พอลเคยกล่าวไว้ว่า “ผมรู้สึกปลาบปลื้มมากเพราะจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเขียนมาด้วยกัน เราเคยถกเถียงกันเรื่องใครแต่งแค่ 2 เพลงเท่านั้น อีกเพลงหนึ่งได้แก่ Eleanor Rigby”


4) ‘Yesterday’

เพลงที่ถูกนำไปคัฟเวอร์มากที่สุดในประวัติศาสตร์(กว่า 3,000 เวอร์ชั่น!) ใครจะรู้ว่าทีแรกพอลเคยตั้งชื่อเพลงนี้ว่า ‘Scrambled Eggs’ (เพลงไข่คน!! กร๊าก~) ทุกอย่างเริ่มต้นจากในความฝันของพอล อยู่ดีๆคืนหนึ่งเค้าก็นึกถึงทำนองเพลงนี้ขึ้นมา ทีแรกเค้ายังกลัวว่า “เอ๊ะ นี่เราไปลอกใครมาหรือเปล่า?” พอลเที่ยวไปถามไถ่คนในแวดวงดนตรีว่าเคยได้ยินเมโลดี้แบบนี้บ้างไหม และถึงกับขนาดร่อนไปแจ้งความทิ้งไว้กับตำรวจ พอได้คำตอบจนเป็นที่มั่นใจแล้วเค้าถึงได้แต่งเนื้อเพลงลงไป

 

3) ‘Strawberry Fields Forever’

ครั้งหนึ่งจอห์นเคยพูดว่า “การเติบโตมานั้นเป็นเรื่องน่ากลัว เพราะไม่มีใครให้ผูกพันเลย” Strawberry Field เป็นสถานสงเคราะห์เด็กในเมืองลิเวอร์พูลซึ่งอยู่ใกล้กับที่ๆจอห์นเติบโตมา มันสะท้อนให้เห็นภาพนิมิตในวัยเยาว์ที่หลอกหลอนเหล่านั้น ด้วยบทเพลงนี้จอห์นสามารถสยบพวกมันไปได้ตลอดกาล

 

เนื้อหาเพิ่มเติม:

http://albertpotjes.spaces.live.com/blog/cns!43F86412DFA4C736!1720.entry

 

 

2) ‘I Want To Hold Your Hand’

เพลงแรกของบีเทิลส์ที่ทำให้คนอเมริกาทั้งประเทศได้สัมผัสกับมนต์เสน่ห์ในการแต่งเพลงของคู่หูเลนน่อนและแม็คคาร์ธนีย์ มันได้จุดกระแสคลั่งไคล้บีเทิลส์ และโปรดิวเซอร์ จอร์จ มาร์ติน กล่าวถึงมันว่า “นี่เป็นจุดสูงสุดในพัฒนาการช่วงแรกของวงเดอะบีเทิลส์”

I Want To Hold Your Hand เป็นเพลงแรกของบีเทิลส์ที่ขึ้นแท่นอันดับ 1 ในชาร์ตบิลบอร์ดของสหรัฐได้สำเร็จ และมันกลายเป็นเพลงของบีเทิลส์ที่ขายดีที่สุดในโลก เพลงนี้จอห์นกับพอลแต่งมันในห้องใต้ดินที่บ้านของเจน แอชเชอร์ ดาราสาวที่พอลเคยคบเป็นแฟนด้วยนานถึง 5 ปี

 

 

 

1) ‘A Day in the Life’

ผลงานระดับสุดยอดที่เกิดจากการร่วมมือของคู่หูเลนนอน-แม็คคาร์ธนีย์ ‘A Day in the Life’ ไม่ได้ถูกมองว่ามันเป็นเพลงมาสเตอร์พีซของวงจนกระทั่งยุค80 หลังจากที่จอห์นได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว เนื้อเพลงได้รับแรงบันดาลใจมาจากข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์และชีวิตส่วนตัวของจอห์นเอง พ่วงด้วยไอเดียของพอลที่อยากให้มีนักดนตรีคลาสสิคมาร่วมบรรเลง ซึ่งโปรดิวเซอร์ จอร์จ มาร์ติน เรียกมันว่า “เป็นการถึงจุดสุดยอดด้วยวงออร์เคสตร้า”

;-> :-> แปลและเรียบเรียงโดย [เบอท]

(albertpotjes@hotmail.com)

 

ขอบคุณข้อมูลจาก. . .

http://www.rollingstone.com/music/news/17386/194557

http://www.wikipedia.org/

http://www.songfacts.com/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s