Just another WordPress.com site

เมืองโฉด กระฉ่อนโลก (4)


บทความ "เมืองโฉด กระฉ่อนโลก" ตั้งแต่ตอนนี้ขอรวบรัดตัดตอนไปเลยนะครับ
โดยผมจะสรุปไปเลยสั้นๆ (เพราะขี้เกียจ ฮา…) เพื่อจะได้จบบทความ และไปเขียนบทความอื่นๆต่อไป
 
ไฮไลท์เมืองโฉด กระฉ่อนโลก ที่ผมแปลจากรายการ Mcintyre’s World Toughest Town ไปจนจบแล้วมี 10 ตอน 10 เมือง
ได้แก่ 1) ไมอามี (สหรัฐ) 2) ปารีส (ฝรั่งเศส) 3) เคปทาวน์ (แอฟริกาใต้) 4) เนเปิลส์ (อิตาลี) 5) วอชิงตัน (สหรัฐ)
6) ดับลิน (ไอร์แลนด์) 7) เม็กซิโกซิตี้ (เม็กซิโก) 8) ปราก (เช็ค) 9) อิสตันบูล (ตุรกี) 10) โอเดสซ่า (ยูเครน)
 
;-> :-> ;-> ;-> :-> ;-> ;-> :-> ;->
 
 
เมืองโฉด กระฉ่อนโลก (4)
 
 
เนเปิลส์
 
ปัญหาขยะล้นเมืองในเนเปิลส์ ซึ่งเป็น 1 ในผลงานทรามๆของมาเฟีย
 
เนเปิลส์ เมืองดังของอิตาลี ที่ผู้คนแห่แหนกันมาหาความสงบและผ่อนคลาย และชื่นชมศิลปะยุคโรแมนติคอันขึ้นชื่อลือชา ถนนในเมืองถูกยกให้เป็นมรดกโลก…
แต่มันเป็นถิ่นขององค์กรมาเฟียที่ใหญ่และร้ายกาจที่สุดในโลก องค์กรอาชญากรรมนาม "คาโมร่า" ได้ตั้งตนเป็นปฏิปักษ์ของรัฐ
มันมีสมาชิกกว่า 7,000 คน ที่ควบคุมแก๊งอันธพาลต่างๆนับร้อยแก๊ง
นอกจากมันจะควบคุมเศรษฐกิจของเมือง โดยทำเงินเข้าแก๊งได้ปีละกว่า 3 หมื่นล้านยูโรแล้ว
มันยังแผ่อิทธิพลไปทั่วเมือง โดยมีประชาชนจำนวนมากที่ให้การสนับสนุนคาโมร่าอย่างออกหน้าออกตา
จนประเทศที่เจริญแล้วและเป็นสมาชิกจีแปดอย่างอิตาลี ถึงกับต้องส่งทหารออกมารักษาความสงบบนท้องถนนของเมืองเนเปิลส์
 
คาโมร่าเป็นเจ้าของผลงานคดีฆาตกรรมเกือบ 4,000 คดี ในรอบ 30 ปี
อีกหนึ่งผลงานที่สร้างชื่อกระฉ่อนให้แก่คาโมร่าก็คือ "ขยะล้นเมือง!"
โดยคาโมร่าที่ได้รับสัมปทานกำจัดขยะ แก้ปัญหาที่ทิ้งขยะเต็มแบบชุ่ยๆ ด้วยการทิ้งพวกมันกระจัดกระจายบนท้องถนน
นอกจากนี้คาโมร่ายังได้แอบนำเอาขยะมีพิษจากเขตอุตสาหกรรมมาทิ้งไว้ทั่วเนเปิลส์ จนทำให้เกิดปัญหามลภาวะครั้งใหญ่!
 
หนึ่งในเหตุการณ์ที่จุดชนวนให้ประชาชนเนเปิลส์ลุกฮือต่อต้านกลุ่มอิทธิพลก็คือ…
คนของคาโมร่าวางเพลิงอาคารทั้งแถบที่มีคนอยู่ร่วม 100 คน
จากการที่หญิงเจ้าของร้านรายหนึ่งไม่ยอมจ่าย "พิซโซ่" หรือส่วยค่าคุ้มครองให้พวกเขา
 
 
วอชิงตัน
 
วอชิงตันยามค่ำคืน
 
"วอชิงตัน ดีซี" เมืองหลวงของอเมริกา ที่ตั้งของทำเนียบขาวและสภาคองเกรส ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ทางอำนาจของสหรัฐ
แต่ภายใต้ฉากหลังของเมืองที่เจริญและสง่างามแห่งนี้…
มันเต็มไปด้วยอาชญากรรม ทั้งยาเสพย์ติด, การฆาตกรรม, ปัญหาปืน และการค้าประเวณี
 
มันเป็นเมืองที่มีอัตราการเกิดอาชญากรรมรุนแรงสูงที่สุดในสหรัฐ มีการฆาตกรรมโหดเฉลี่ยเดือนละ 15 ครั้ง
จนได้รับฉายาว่า "เมืองหลวงแห่งการฆาตกรรมของสหรัฐ!"
 
รากปัญหาของเมืองนี้มาจากความแตกแยกเหลื่อมล้ำทางสังคม
โดยวอชิงตันเป็นเมืองที่แบ่งแยกคนรวยคนจน และคนขาวคนดำ
 
การแพร่ระบาดของยา "แคร็ก" (โคเคนชนิดหนึ่ง) เป็นตัวการหลักที่ทำให้อัตราอาชญากรรมพุ่งพรวด
พวกตัวเล็กๆเช่นพวกวัยรุ่นก่อคดีจี้ปล้นเพื่อหาเงินไปซื้อมัน
พวกตัวโตๆเช่นพวกมาเฟียเข่นฆ่ากันเพื่อแย่งชิงบัลลังก์ในตลาดยาแคร็กที่มีมูลค่านับพันล้านเหรียญ
นอกจากนี้มันยังลามไปถึงแวดวงนักการเมือง…
โดยในปี 1990 นายกเทศมนตรี มาเรียน บารี่ ถูกเอฟบีไอจับระหว่างเสพย์แคร็กในโรงแรม
ข่าวนี้กลายเป็นที่โจษจัน แต่ถึงกระนั้นมาเรียนก็ได้รับเลือกให้เป็นนายกเมืองวอชิงตันใหม่อีกครั้งใน 4 ปีให้หลัง
 
ปัญหาใหญ่อีกอย่างของที่นี่ก็คือ "การค้าประเวณี"…
วอชิงตันเป็นแหล่งเจรจาธุรกิจและการเมือง
ในยามกลางวัน นักธุรกิจ, นักการเมือง, นักล็อบบี้ ไปติดต่องาน
แต่ในยามกลางคืนพวกเขาเหล่านั้นไปหาเศษหาเลย
 
การค้าประเวณีที่นี่ผิดกฎหมาย แต่สาวๆจากทั่วทุกมุมโลกก็แห่กันมาขุดทองที่นี่…
มีการขายบริการทางเพศแฝงอยู่ในสปาและร้านนวด และสาวเกาหลีเป็น 1 ในบรรดาเหยื่อสาวๆที่ถูกหลอกมาค้าประเวณีในวอชิงตัน
 
หนึ่งในคดีอื้อฉาวที่สร้างความสั่นสะเทือนให้แก่วงการการเมืองสหรัฐ ได้แก่…
คดีที่แม่เล้ารายใหญ่ "เดโบราห์ จีน พัลฟรีย์" ถูกจับกุมในข้อหาจัดหาหญิงสำหรับการค้าประเวณีในปี 2006
โดยเชื่อว่าเธอเป็นแม่เล้าอันดับหนึ่งในวอชิงตัน และในรายชื่อลูกค้าของเธอมีนักการเมืองดังๆอยู่ในนั้นหลายคน
เดโบราห์เคยขู่ว่าจะแฉรายชื่อลูกค้านักการเมืองเพื่อหาเงินมาสู้คดี แต่เธอทนความกดดันไม่ไหว และชิงฆ่าตัวตายไปเสียก่อน
 
 
ดับลิน
 
 
การจลาจลครั้งใหญ่ในเมืองดับลิน ปี 2006
 
ดับลิน เมืองหลวงของไอร์แลนด์ ศูนย์กลางแห่งการเติบโตทางเศรษฐกิจในยุโรป และบ้านเกิดของ โดนัล แม็คอินไทร์เอง…
มันได้กลายเป็นเมืองหนึ่งที่มีความรุนแรงมากที่สุดในยุโรปตะวันตกยุคใหม่
 
การใช้ความรุนแรง, การก่อการร้าย ทั้งหมดทั้งปวงมีความเกี่ยวพันกับแก๊งและยาเสพย์ติด
โดยแก๊งค้ายากว่า 140 แก๊งในดับลินกำลังเปิดศึกห้ำหั่นเพื่อแย่งชิงที่มั่นในตลาดยามูลค่ากว่าพันล้านยูโร
 
ไอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์การเมืองวุ่นวาย ชาวเมืองดับลินจึงต้องแข็งกร้าวเพื่อรับมือกับความขัดแย้ง
และ "ไออาร์เอ" หรือกองทัพกู้ชาติไอริช เป็นหนึ่งในกลุ่มก่อการร้ายที่เลื่องลือและมีพันธมิตรไปทั่วโลก
สิ่งที่น่ากลัวก็คือ "ปัจจุบันไออาร์เอผันตัวเองมาสู่วงการค้ายา"
นั่นทำให้วงการค้ายาในดับลินยิ่งน่าหวาดหวั่น
เพราะไออาร์เอมีเครือข่ายและเส้นทางลักลอบอยู่ทั่วโลก และสามารถนำการข่าวกรองและยุทธวิธีต่างๆมาปรับใช้ในการนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
ไอร์แลนด์ได้กลายเป็นเส้นทางลำเลียงยาเข้าสู่อังกฤษและยุโรป
นอกจากนี้ยาเสพย์ติดยังได้แพร่สะพัดไปทั่วประเทศไอร์แลนด์ ที่ซึ่งยาคลาส-เอ หาซื้อได้ง่ายที่สุดในยุโรป
และมันได้นำพาปัญหาสังคมหลายๆอย่าง อาทิ การใช้ความรุนแรงบนท้องถนน, ผู้เสียชีวิตจากการเสพย์ยาเกินขนาด ฯลฯ
 
ปัญหาใหญ่อีกอย่างก็คือ "การก่ออาชญากรรมด้วยระเบิด"…
โดยเฉพาะคาร์บอมบ์ ที่ประดิษฐ์ได้ง่ายแต่มีอานุภาพการทำลายล้างสูง
ระเบิดครึ่งกิโลกรัมสามารถคร่าชีวิตคนในรัศมี 300 เมตร
และเจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิดในดับลินพบชุดระเบิดพวกนี้ทุกๆ 2 วัน!!
โดยในปี 2008 พวกเค้าต้องออกปฏิบัติการกว่า 170 ครั้ง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s