Just another WordPress.com site

“งานเสี่ยงตาย!”


"งานเสี่ยงตาย!" (In Harm’s Way)
 
ล่าสุดกระผมมีโอกาสได้แปลรายการ "In Harm’s Way" จากสหรัฐ
ซึ่งเป็นรายการแนวสารคดี/เรียลลิตี้โชว์ ที่ถ่ายทอดชีวิตของผู้ประกอบอาชีพเสี่ยงตาย
จากทั้ง 10 ตอนที่ผมได้สคริปต์มา งานเหล่านั้นได้แก่ "นักขี่วัวกระทิง", "นักจับสัตว์ป่า", "ไบค์เมสเซนเจอร์", "หน่วยรักษาการณ์ชายฝั่ง", "นักเก็บกู้ระเบิด", "ช่างภาพสงคราม", "นักภูเขาไฟวิทยา", "นักล่าเฮอร์ริเคน", "นักทดสอบเครื่องบิน", "นักขี่มอเตอร์ไซค์วิบาก"
 
แต่ตอนนี้ผมพึ่งจะแปลไปได้ 5 ตอน ก็มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากบางตอนที่อยากจะนำมาเล่าสู่กันฟัง…
 
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ กีฬาที่ดูถึกๆ อย่าง "ขี่วัวกระทิง" นักกีฬาแต่ละคนจะหน้าตาหล่อเหลาเอาการได้ขนาดนี้ (สาวๆชักสนแล้วสิ 55)
คนซ้าย "ร็อบสัน พาแลร์โม" (คนนี้เจ็บระนาว), คนกลาง "จัสติน แม็คไบรด์" แชมป์ 2 สมัย และขวาสุด "เจบี มูนีย์" ไอ้หนุ่มคาวบอยดาวรุ่ง
 
งานแรกสุด "Bull Rider" (นักขี่วัวอาชีพ)
Bull Rider เป็นกีฬาสะๆโหดๆจากอเมริกา กติกาง่ายๆ "อยู่บนหลังวัวกระทิงให้นานเกิน 8 วิฯ" แต่ทำได้ยากเสียยิ่งกว่ากระไร
การจะอยู่บนหลังวัวได้นานขนาดนั้น นักขี่วัวแต่ละคนจะต้องฟิตพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ
แถมอยู่ได้ครบ 8 วิฯ ก็ไม่ได้หมายความว่าเกมจะจบ เพราะเมื่อลงจากหลังวัวแล้ว นักขี่วัวมีสิทธิโดนลูกหลงจากวัวที่เกิดอาการเหวี่ยงได้ทุกเมื่อ!
 
bull rider เป็นกีฬาที่อันตรายมาก! นักแข่งทุกคนล้วนเคยผ่านการบาดเจ็บหนักมาแล้วทั้งนั้น เรียกว่าแต่ละคนใช้ชีวิตอยู่กับความเจ็บปวดเป็นกิจวัตร แถมบางรายโชคร้ายหนัก บ้างพิการ บ้างถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็มี (เรียกว่าแต่ละคนต้องทำใจไว้ล่วงหน้าเลย)
 
และเนื่องด้วยมันเป็นกีฬาที่แข่งจบเป็นครั้งๆไป นักกีฬาเหล่านี้จะมีรายได้หลักก็ต่อเมื่อได้ลงแข่งเท่านั้น (ต่างกับพวกนักฟุตบอลหรือนักบาส ที่มีการเซ็นสัญญาเป็นปีๆ รับเงินยาว ถึงจะเจ็บแล้วไม่ได้ลงแข่งแต่ก็ยังได้รับเงิน) ฉะนั้นเมื่อนักขี่วัวถึงคราวเจ็บ พวกเค้าจะรีบกลับมาลงสนามอย่างรวดเร็วใน 2-3 สัปดาห์! (ซึ่งถ้าเป็นกีฬาอื่นๆ นักกีฬาอาจจะต้องใช้เวลาพักฟื้นนานถึง 6 เดือน!)
 
"ชอน แรมเบิร์ต" ผู้วายชนม์และครอบครัว
 

"Live Animal Capture" (นักจับสัตว์ป่า)
งานที่ไม่ค่อยมีใครทำ "บริการจับสัตว์ป่า!" ชอน แรมเบิร์ต เจ้าของกิจการ, ภรรยาเอ็มม่าที่เป็นสัตวแพทย์ พร้อมด้วยนักบินเฮลิคอปเตอร์ แอลเจ และบรรดาผู้ช่วยชาวแอฟริกา พวกเขารับจ้างจับและขนย้ายสัตว์ป่าในผืนที่ดินบนแอฟริกา ในนามบริษัท Wildlife Translocation Service
 
จับสัตว์ป่าในที่นี้… ไม่ได้จับทีละตัวสองตัวนะครับ แต่จับทีเป็นโขยง! แถมยังต้องจับให้ได้ครบตามกำหนดระยะเวลาในสัญญา ซึ่งชอนในฐานะคนที่ทำงานกับสัตว์ป่าอย่างมีอุดมการณ์และมีภรรยาเป็นสัตวแพทย์ ก็ได้พยายามเน้นย้ำความปลอดภัยของสัตว์เป็นอันดับหนึ่ง (แต่จากที่ผมได้ดู ด้วยวิธีการเอย ด้วยเงื่อนไขเวลาเอย ในการจับบางครั้งมีสัตว์ที่ล้มตายไปอย่างช่วยไม่ได้เลยครับ นอกจากนี้ยังมีบางคนที่จุดกระแสต่อต้านว่า "กิจการของชอนไม่ได้มีมนุษยธรรมจริง เพราะในบางเคส ชอนจับสัตว์ให้กับพวกเจ้าของที่/เจ้าของฟาร์ม ที่นำสัตว์มาเป็นเหยื่อในเกมล่าสัตว์ของพวกนายพรานเศรษฐี")
 
งานนี้เสี่ยงก็ตรงที่ ชอนและลูกน้องต้องรับมือกับสัตว์ป่า และด้วยวิธีการที่ค่อนข้างพิศดารพันลึกของชอน (เช่น ใช้คอปเตอร์และรถยนต์ไล่ต้อนฝูงสัตว์เข้าสู่ค่ายกล) บวกกับการต้องเร่งงานให้เสร็จทันตามกำหนด นั่นทำให้ทั้งชอน, นักบิน และผู้ช่วยคนอื่นๆ ต้องเสี่ยงเหลือหลาย
 
และตัว "ชอน" เองได้สิ้นชีพหลังการถ่ายทำรายการนี้เพียง 1 เดือน (ในเดือนตุลาปี 2008) โดยเค้าพลัดตกลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ระหว่างการไล่ยิงยาสลบแรด
 
 "ขี่จักรยานเนี่ยนะ อันตราย???"

 
"Bike Messenger" (คนส่งของด้วยจักรยาน)
ก่อนที่จะได้เปิดดูและแปล พอเห็นคำว่า "bike messenger" ก็เกิดคำถามในใจ "ขี่จักรยานเนี่ย มันอันตรายตรงไหนมิทราบ?" (เพราะเมื่อก่อนกระผมเองก็ชอบขี่จักรยาน ออกถนนใหญ่ เลาะฟุตบาธกรุงเทพ เคยมาหมดแล้ว)
 
แต่พอได้มาดูแล้วก็เข้าใจเลยครับ!
เพราะตามสถิติ จะมีไบค์เมสเซนเจอร์เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ปีละ 19 คน!
ที่ว่าอันตรายนั้นก็เพราะไบค์เมสเซนเจอร์ต้องขี่ลัดเลาะไปตามถนนใหญ่และเอาของไปส่งให้ทันเวลา (กำหนดเวลาส่วนใหญ่คือ "ภายใน 1 ชั่วโมง") ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นต้องเผชิญกับอันตรายต่างๆนานา ทั้งจากเพื่อนร่วมถนนขี้โมโห, แท็กซี่จอมแสบ, คนเดินถนนที่ไม่ดูตาม้าตาเรือ รวมทั้งฝนฟ้าอากาศ และด้วยความที่เร่งรีบบางครั้งพวกเค้าต้องยอมฝ่าฝืนกฎจราจร เช่น วิ่งย้อนศร, ฝ่าไฟแดง ฯลฯ
 
เท่าที่ดูจากในตอนที่ผมแปล พวกที่มาทำงานนี้นี่จะออกแนวเอ๊กซ์ตรีมหน่อย!
มีทั้งลุงจอมเฮี้ยว, หนุ่มเนิร์ดเด็กแนว, สาวเซอร์
ซึ่งส่วนใหญ่จะรักการขี่จักรยานเป็นทุนเดิม และไม่ชอบพวกงานในออฟฟิศ
ดูแล้วออกจะเห็นใจครับ เพราะไบค์เมสเซนเจอร์พวกนี้จะได้เงินเป็นจ๊อบๆไป เรียกว่าวันหนึ่งถ้าจะให้คุ้มควรจะได้งานอย่างต่ำ 40 จ๊อบ (คุณลองคิดดูสิต้องปั่นทำเวลากันแค่ไหน! สมมติทำวันละ 8 ชั่วโมง ใน 1 ชั่วโมงก็ต้องวิ่งรอกส่งงานให้ได้สัก 5 ที่)
แล้วรายได้มันก็ไม่ใช่ว่ามากมายนะครับ แค่พออยู่พอกินได้
ที่ทำเอาผมหวาดเสียวในเรื่องก็คือ "แม่สาวเซอร์ อาลี" (ออกจะโก๊ะๆ) ที่พึ่งมาทำได้ 1 อาทิตย์ ก็ได้เรื่องเลย
เธอรถคว่ำตรงหน้าสี่แยกไฟแดงอ่ะ! รถแบบวิ่งเฉียดหัวเธอไปนิดเดียวเอง!! (ตอนแรกผมนึกว่าจะได้เห็นโศกนาฏกรรมสมคอนเซ็ปต์ "เรียลลิตี้โชว์" ซะแล้ว!!! ประหลาดใจ)
 
พูดถึงงานนี้แล้วก็แอบมึนนิดๆ…
เพราะเราในฐานะคนไทย เราก็แอบคิดว่า "แล้วทำไมเมสเซนเจอร์เมืองนอกเค้าไม่ใช้มอเตอร์ไซค์เหมือนในกรุงเทพ?"
ขณะที่พวกฝรั่งข้องใจว่า "ทำไมเมืองไทยถึงไม่มีเมสเซนเจอร์จักรยานเหมือนเมืองนอกบ้าง?"
กลายเป็นปัญหาโลกแตก! 5555 แลบลิ้น

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s