Just another WordPress.com site

ชื่ออัสสัมชัญ นั้นเด่นมาช้านาน…


 
วันจันทร์ที่ผ่านมา มีโอกาสได้แวะกลับไป "อัสสัมชัญ บางรัก" โรงเรียนเก่าที่ตัวเองเคยร่ำเรียนมาเมื่อสมัย ม.ต้น (อย่าให้บอกนะว่า "กี่ปีมาแล้ว?" 555)
ที่จริงแทบไม่ค่อยได้กลับไปหรอก เคยแต่ผ่านไปผ่านมานานๆครั้ง (คือเราเป็นศิษย์เก่าที่แย่มาก จำได้ครั้งหนึ่งเมื่อเดือนก่อน… พ่อที่เป็นศิษย์เก่าเหมือนกันและนัดเลี้ยงรุ่นกับเพื่อนสนิทจากอัสสัมบ่อยๆ เห็นเราจะออกไปข้างนอกตอนค่ำๆ พ่อเลยถาม "จะไปเลี้ยงรุ่นกับเพื่อนอัสสัมหรือลูก?" เราตอบ "อ่อ ไม่เคยเจอกันเป็นชาติแล้วพ่อ จะไปเที่ยวน่ะ" 555)
 
กลับไปเที่ยวนี้จำแทบไม่ได้เลย อะไรๆก็เปลี่ยนไปหมด ร้านการ์ตูนขาประจำตรงปากซอย, ทางเดินเข้าโรงเรียนอัสสัมฯศึกษา แล้วพอจะเข้าโรงเรียนอัสสัม… อุแม่เจ้า เปลี่ยนตั้งแต่ทางเข้าไปยันตึกหลุยส์ที่เดิมเป็นแค่อาคาร 2 ชั้น บัดนี้กลายเป็นตึกระฟ้าใหญ่โตโอฬาร
 
พอดีที่ไปตั้งใจจะเอาหนังสือที่ตัวเองพึ่งเขียนไปให้ห้องสมุดกับเพื่อนอัสสัมอีกคน ตอนที่เอาหนังสือไปให้ห้องสมุด เจ้าหน้าที่ถาม "คุณเป็นอัสสัมชนิกรุ่นอะไรคะ? หมายเลขประจำตัวอะไร?" นี่แหละครับเป็นปัญหา!!! 555 เพราะเรื่องพวกนี้ผมไม่ค่อยจำหรอก (แต่ถ้าเป็นเบอร์โทรสาว วันเกิดสาว จะจำแม่นมาก ;-P ) รุ่นที่เท่าไร? อันนี้โทรไปถามเพื่อนครับ ส่วนเลขประจำตัวนั้น อึ้งไปสัก 30 วิฯ แล้วอยู่ๆก็พลันจำได้ "อ๋อ 33914 เป็นคนดีที่สุด" (555 คือสมัยเด็กๆ ผมจะชอบเล่นกับเพื่อนๆ เอาเลขประจำตัวของตัวเองกับเพื่อนมาต่อท้ายน่ะ ถ้าเป็นของตัวเองก็จะหาคำต่อท้ายดีๆ ส่วนถ้าเป็นของเพื่อนก็จะต้องหาคำต่อท้ายแบบชั่วๆ…)
 
ระหว่างที่รอเพื่อน ก็ไปถึงตอนที่น้องๆกำลังจะใกล้ซ้อมเชียร์เสร็จพอดี ก็เลยได้เห็นบรรยากาศที่ครั้งหนึ่งตัวเองก็เคยได้ร่วมสัมผัสมา (เมื่อก่อนโรงเรียนอัสสัมขึ้นชื่อเรื่องเชียร์เรื่องแปรอักษรมากครับ ได้รางวัลตลอด ส่วนเดี๋ยวนี้ไม่ทราบ?? -__-)
 
จากที่มองผ่านสายตา เอกลักษณ์เดิมๆยังคงอยู่ หัวเกรียนๆ, ความมีระเบียบวินัย, ความพร้อมเพรียงสามัคคี ฯลฯ แต่เด็กก็คือเด็กล่ะครับ พอถึงเวลาพัก… คุณก็จะได้ยินเสียงเอะอะเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆผู้ชาย บ้างเตะบอล, บ้างเล่นบาส, บ้างคุยเล่นหัว, บ้างเล่นดนตรี ฯลฯ
 
เพื่อนยังไม่มาซะที ผมก็เลยต้องมานั่งรอใต้ตีก ฟ.ฮีแลร์ ที่ยังคงสภาพเดิมเอาไว้ ระหว่างรอก็ได้เห็นบรรยากาศของน้องๆวงโยธวาทิตที่มาซักซ้อมและวงสตริงที่มาเล่นดนตรีกัน (อันหลังนี่เด็กๆมุงเพียบเลย แต่วงเล่นได้รั่วและล่มมากๆ 55) และบางครั้งก็เห็นอาจารย์บางท่านที่ยังอยู่ (หลายๆท่านแก่ขึ้นเยอะ แต่เราไม่ได้ทักเลยสักคน อายอ่ะ..) ระหว่างที่นั่งๆไป จู่ๆความทรงจำสมัยเด็กที่เรียนที่นี่ก็ค่อยๆพรั่งพรูออกมา มันเป็นความรู้สึกที่ดีแบบบอกไม่ถูกเลยครับ 🙂
 
รอเพื่อนได้สัก 20 นาที เพื่อนก็มาแล้วพร้อมกับสาวรุ่นน้อง พวกเรานั่งคุยกันสักแป๊บก่อนจะเข้าไปชมโบสถ์อัสสัมชัญที่ขึ้นชื่อ (สมัยม.ต้นผมมาที่นี่บ๊อยบ่อย เคยเป็นนักร้องประสานเสียงด้วยนะ) สำหรับผมแล้วโบสถ์อัสสัมถือเป็น 1 ในโบสถ์คริสต์ที่สวยที่สุดในประเทศไทยเลยล่ะ (ผมเสียดายตรงที่การตกแต่งด้วยกระจกสีใหม่ บางจุดดูแล้วขัดตามากๆ!) นั่งกันในโบสถ์สักแป๊บ ผมก็นั่งสำรวมชำระจิตใจ (นานทีปีหน ฮา~) ก่อนที่จะแยกย้ายกับเพื่อนแล้วนั่งเรือไปเที่ยวข้าวสารต่อ…
 
จุดหนึ่งที่ผมคิดว่าได้ติดตัวจากการเป็นศิษย์เก่าของที่นี่มาแบบไม่น้อยก็คือ… "การมีระเบียบวินัย" ถึงแม้ว่าเดี๋ยวนี้ตัวเองจะติดนิสัยตื่นเช้านอนดึกเที่ยวเก่ง แต่ถ้าพูดถึงเรื่องงานแล้ว ผมถือคติ "ไม่ว่ายังไงก็ต้องทำให้เสร็จทันเวลา" นอกจากนี้ "ภาษาอังกฤษ" ที่พอจะเก่ง ก็ได้พื้นฐานมาจากที่นี่ไม่น้อย! (ใครมีเพื่อนเป็นเด็กอัสสัม ลองไปถามดูนะว่า "ครูสอนภาษาอังกฤษที่นี่มีวิธีสอนแบบโหด-มัน-ฮา แค่ไหน?" 555)
 
ขอทิ้งท้ายไดอารี่ด้วยข้อคิดจากภราดา ฟ.ฮีแลร์แล้วกัน…
 


(จงตื่นเถิด เปิดตา หาความรู้
เรียนคำครู คำพระเจ้า เฝ้าขยัน
จะอุดม สมบัติ ปัจจุบัน
แต่สวรรค์ ดีกว่า เราอย่าลืม)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s