Just another WordPress.com site

3-Kyuu Goukaku Shimashita!!!


 
 
3-Kyuu Goukaku Shimashita!!!
 
Yatta!!! Open-mouthed
Finally, I passed "The Japanese Language Proficiency Test Level 3!"
I have to say "I almost failed!" Because I got only 243 from 400.
(If you wanna pass, you must have at least 240, so I just passed the deadline only 3 points!)
 
Even I don’t have much chance to use it practically, but it’s a real proud for me.
I study Japanese on my own for 3 years, I took the exam for Level 3 three times, and I could make it at last!!! (In the age of 30. Surprised ha ha ha)
I just feel like I did it all by myself, that’s why it’s so meaningful to me.
 
This means I have fulfilled one of my goals in 2008.
Another goal in that year is "My own book will be published in 2009!"
So I have to wait & see it!!!! Wink
(May be in 2009, I should set another goals for myself! ha ha ha Tongue out)
 
Life without any goals is boring!
 
BERT :->
 
ยัตตะ!!! ในที่สุดเราก็ทำสำเร็จ สอบภาษาญี่ปุ่นระดับ 3 ผ่านจนได้!!!
มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆสำหรับบางคน แต่สำหรับเราๆภูมิใจมาก
เพราะเราเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยตัวเองมาตลอด (เช่น อ่านหนังสือ, ฟังซีดี, ดูวิดีโอ, เข้าอินเตอร์เน็ต, และคุยกับเพื่อนญี่ปุ่นนานๆครั้ง)
แล้วภาษาญี่ปุ่นนี่ก็ขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องความยาก
(ใครที่เรียนเองโดยที่ต้องทำงานไปด้วย คงจะพอเข้าใจความรู้สึกตรงนี้ได้ดี)
 
เพื่อที่จะสอบระดับ 3 เนี่ย เราเรียนมา 3 ปีเต็ม ไปสอบมาทั้งหมด 3 ครั้ง และก็สอบผ่านจนได้ในเดือนที่จะอายุครบ 30!!! (หวยงวดหน้าต้องมีเลข 3 แน่ๆ 555 Tongue out)
เราต้องบอกว่า "เกือบตก!" น่ะ เพราะได้ 243 จาก 400 คะแนนเต็ม (ถ้าอยากผ่านต้องได้ 240 ขึ้นไป ฉะนั้นจึงผ่านมาแบบเฉียดฉิวแค่ 3 คะแนน!)
 
ที่จริงเราต้องยอมรับเลยว่า… โอกาสที่เราจะได้นำใบประกาศนี้มาใช้ คงจะไม่ค่อยมีหรอก
เรียนภาษาญี่ปุ่นมา 3 ปีนี่ ได้ใช้บ้างก็เฉพาะเวลาคุยกับเพื่อนหรือแฟนคนญี่ปุ่น (แล้วเท่าที่รู้จักกันนี่ส่วนใหญ่คุยภาษาอังกฤษกันมากกว่านะ 555)
 
แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีเป้าหมายเลยหรอกนะ…….
คือเมื่อ 4 ปีก่อนน่ะได้ไปญี่ปุ่นกับน้องชายมา แล้วก็ชอบมากๆ เรียกว่าเป็นแรงบันดาลใจให้อยากเรียนเผื่อจะมีโอกาสได้กลับไปอีก นอกจากนี้ยังมีงานบางที่ที่รับพิจารณาภาษาญี่ปุ่นเป็นพิเศษ   แต่ทีนี้ชีวิตจริงมันไม่ได้สวยงามดั่งภาพฝันหรอก ผู้ใหญ่ที่รู้จักกันตั้งใจจะขอโอกาสไปทำงาน แต่เราก็เกรงใจไม่กล้าพูดตรงๆ (พยายามแสดงออกทางอ้อมมาตลอด 555) แถมตอนนี้ที่บริษัทเค้าก็ยังแย่อีก   นอกจากนี้เคยพยายามจะหาทุนไปทำงานที่นู่น แต่ปรากฏว่าทุนของบางเจ้าที่มีอยู่มันเอารัดเอาเปรียบมากน่ะ มีอย่างที่ไหนจะเซ็นสัญญาไปทำงานหนักๆเป็นปีแล้วยังต้องมาจ่ายค่าแป๊ะเจี๊ยะอีกเป็นแสน แบบนี้มันเข้าข่ายขูดรีดหลอกลวงกันแล้ว (ถึงจะอยากไปมากแค่ไหน แต่ก็ไม่โง่พอให้คนพวกนี้มาหลอกหรอกนะ Baring teeth)
 
ที่เราบ้าพลังไปสอบจนถึงครั้งที่ 3 นี่นะ…….
บางคนอาจจะว่าบ้า เรียนไปทำไม? สอบไปทำไม? ในเมื่อไม่ได้ใช้
งานกับบริษัทญี่ปุ่นก็ไม่ได้ ไปญี่ปุ่นก็ไม่ได้กลับไปอีก แฟนญี่ปุ่นก็เลิกกันไปแล้วไม่รู้กี่คน
 
แต่ที่เรายังทำมันจนได้ ก็เพราะเราต้องการพิสูจน์ตัวเองน่ะ!!!
ประมาณว่า "อย่างน้อยฉันก็ได้ทำสิ่งที่ฉันเคยรักจนถึงที่สุดแล้ว ถึงฉันจะเคยผิดหวังกับมัน หรือรู้สึกแย่กับความหลอกลวงจากสิ่งต่างๆที่เกี่ยวกับมัน แต่ฉันก็ได้เต็มที่กับมันไปแล้ว! วันข้างหน้าเมื่อมองย้อนกลับไป ฉันจะไม่มีวันเสียใจเพราะมันอีก!!"
 
แต่หลังจากนี้คงพักยาว….
คงจะไม่เรียนภาษาญี่ปุ่นอีกแล้ว ถ้าไม่มีโอกาสได้กลับไปญี่ปุ่นอีก หรือถ้าไม่มีโอกาสได้ใช้ในทางอื่นๆ (เช่นมีแฟนคนใหม่เป็นสาวญี่ปุ่นที่พูดภาษาอังกฤษแทบไม่ได้ 555 Tongue out)
 
นอกจากนี้ "การสอบผ่านระดับ 3" เท่ากับเราบรรลุเป้าหมายอย่างหนึ่งจากเมื่อปี 2008
เป้าหมายอีกอย่างของปีก่อนที่เหลือก็คือ "หนังสือสำนวนอังกฤษได้พิมพ์ในปี 2009" (ตอนนี้โดน สนพ.ใหญ่ เอาไปดองไว้ 1 เดือนแล้ว 555)
ก็ต้องรอดูกันต่อไป………
 
สิ่งหนึ่งที่เราอยากฝากก็คือ…..
คนเราอยากทำอะไร ทำไปเถอะ ถ้ามันไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ไม่ทำให้ตัวเองเสียหาย
ใครจะว่าบ้า จะว่างี่เง่า จะว่าเสียเวลาเปล่า อย่าไปสน!
ทำไปเลย ดีกว่าปล่อยให้มันค้างคาใจไปตลอด แล้วก็มาโทษตัวเองทีหลัง "ทำไมตอนนั้นเราไม่ทำว้า???"
 
ที่จริงเราสนใจสิ่งต่างๆเกี่ยวกับญี่ปุ่นมาตั้งแต่เด็กแล้ว
ตอนเรียนมหา’ลัยก็เคยคิดสอบชิงทุนไป แต่เกรดดันไม่ถึง (และเงินก็ไม่ถึงด้วย 555 Eye-rolling… ไปเรียนญี่ปุ่นนี่มีอยู่ 2 อย่าง ถ้าไม่เรียนเก่งจริงๆ ก็ต้องรวยจริงๆ)
เริ่มไปห้องสมุดญี่ปุ่นและดูหนังญี่ปุ่นแบบจริงจังก็ตั้งแต่ตอนปี 3 นี่แหละ แต่ตอนนั้นจะคิดอยู่ในใจตลอดว่า "เรียนภาษาญี่ปุ่นไป ก็คงไม่ได้เอามาใช้หรอก แล้วค่าเรียนก็แพงด้วย"  
พึ่งจะมาคิดอยากเรียนแบบจริงจังเอาก็ตอนกลับมาจากญี่ปุ่น มาเริ่มเรียนด้วยตัวเองเอาก็ตอนอายุ 26 แล้ว ถึงจะแก่ไปนิดและไม่ค่อยได้เอามาใช้ประโยชน์ในการงาน แต่ก็ถือเป็นบทเรียนที่สำคัญให้กับตัวเองว่า "ไม่มีใครแก่เกินเรียน และไม่มีอะไรที่ยากเกินความสามารถของเรา ถ้าเรารักมันและตั้งใจจริง!~" Open-mouthed
 
เบอท :->
 
 
:-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->
 
 

2 responses

  1. ดีเจบ้านนอก

    ยินดีด้วยคับพี่ . . . น้อง ฟ. จะไปญี่ปุ่นวันที่ 6 นี้นี่ ตามไปส่งจิ เผื่อได้ใช้ อิอิ

    มีนาคม 1, 2009 ที่ 4:33 pm

  2. bell

    おめでとう!!! 次は2級ですね。頑張れ☆

    มีนาคม 2, 2009 ที่ 4:26 am

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s