Just another WordPress.com site

The Fallen Stars (ดาวด่วนดับ…)


 
 
พอดีเข้า pantip ห้องเฉลิมไทยแล้วเจอน้องคนนึงตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับบรรดาศิลปินที่ปรากฏอยู่ในความฝันของสมาชิกวง Beck
(ตายละเรา…. เดี๋ยวนี้ "เฉลิมไทย" กลายเป็นที่ต่อยอดงานเขียนของเราซะแล้ว 555)
ด้วยความที่ชอบการ์ตูนเรื่องนี้ และคลั่งใคล้เพลงยุค 70-90 เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็เลยเขียนสาธยายเรื่องราวของศิลปินแต่ละคนอย่างเมามัน
ซึ่งศิลปินเหล่านี้ล้วนเป็นตำนาน และเสียชีวิตไปก่อนวัยอันควร
จำได้ว่าสมัยเรียนปี 4 เราเคยคิดโปรเจ็คที่จะเขียนหนังสือเกี่ยวกับศิลปินร็อคที่ล่วงลับก่อนวัยอันควร
แต่ตอนนั้นได้แต่คิด ไม่ยอมทำเสียที………
ตอนนี้ก็เลยแง้มโปรเจ็คนั้นขึ้นมานิดๆ เขียนแบบย่อๆให้คุณผู้อ่านได้อ่านและรู้กันแบบพอกล้อมแกล้ม
(ไว้ถ้ามีเวลาจริงๆ คงต้องรื้อฟื้นโปรเจ็คนี้แบบจริงจัง แต่จะมีเร้อ…??? 555)
 
ก่อนจะเข้าเรื่องของเรา ก็ขอพูดถึง "Beck" เสียหน่อย เผื่อใครไม่รู้จัก….
"Beck" เป็นการ์ตูนของ Harold Sakuichi เป็นเรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นที่จับพลัดจับผลูมาตั้งวงดนตรีกันในนามว่า Beck
มันเป็นเรื่องราวของความฝัน, มิตรภาพ, และการฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อไปถึงจุดสุดยอดของวงการดนตรี
ทำเป็นเล่นไป… คนญี่ปุ่นนี่ดูถูกไม่ได้นะ!!!
เมื่อก่อนเขียนการ์ตูนให้ซึบาสะไปบอลโลก จนเดี๋ยวนี้ญี่ปุ่นกลายเป็นทีมชั้นนำของเอเชียและได้ไปบอลโลกจริงๆ
แล้วนี่มีเรื่อง Beck อีก สงสัยต่อไปจะต้องมีวงร็อคญี่ปุ่นที่พุ่งขึ้นมาดังระดับโลกแน่ๆ!!! 5555 (ถ้าเป็นสักเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ก็คงมีวง X-Japan นี่แหละที่พอจะดังเข้าขั้น)
 
:-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;->
 
 
The Fallen Stars / Live Fast, Die Young…
(ดาวด่วนดับ…)
 
 
>>>KURT COBAIN
 
 
 
Kurt Cobain เป็นผู้บุกเบิกแนวดนตรีกรันจ์ร็อคในยุค 90 (ช่วงนั้นกรันจ์เข้ามาแทนที่เพลงเฮฟวี่เมทัลที่ดังสุดๆ และอัลบั้ม Nevermind ของ Nirvana ก็เคยแม้แต่เขี่ยราชาเพลงป็อบ ไมเคิล แจ็คสัน ร่วงจากอันดับ 1 มาแล้ว)

Kurt เป็นหัวหน้าวง Nirvana เค้าเป็นทั้งนักร้องนำและมือกีตาร์ และเป็นผู้แต่งเพลงหลักของวงด้วย

น่าเสียดายที่ Kurt ซึ่งเป็นคนอารมณ์อ่อนไหว และมีอุดมคติในการทำเพลง ไม่อาจทนรับแรงกดดันของความโด่งดัง และทำอัตวินิบาตกรรมไปเมื่อปี 1994 ในวัยเพียง 27 ปี

 
 
>>>SID VICIOUS
 
 
 
""Sid Vicious" มือเบสของ Sex Pistols ซึ่งเป็นวงที่ปลุกกระแสดนตรีพังค์ร็อคขึ้นมาในยุค 70 ด้วยการรื้อขนบเพลงร็อค, โดดเด่นในแง่เสียงร้องและดนตรีอันเกรี้ยวกราด, เนื้อหาที่ประชดประชันการเมืองและสังคม, พร้อมด้วยการปฏิวัติทางแฟชั่น (Pistols เป็นเหมือนตัวแทนของชนชั้นกรรมกร และชนชั้นกลาง/ล่าง)

ถ้าจะว่ากันตามตรงแล้ว Sid ไม่ได้มีฝีไม้ลายมือที่โดดเด่นนัก (ว่ากันว่าเวลาอัดเพลงในสตูดิโอ วง Sex Pistols ใช้มือปืนรับจ้างมาเล่นเบส แทนที่จะเป็น Sid) แต่ Sid เป็นเหมือนสัญลักษณ์และหน้าตาของวง เค้าทั้งเป็นหนุ่มหน้าตาดีและมีเสน่ห์ เป็นที่คลั่งใคล้ของแฟนๆและได้รับความสนใจจากสื่อเป็นพิเศษ (นอกจากชอบพังข้าวของแล้ว พี่แกยังชอบกรีดตัวเองอีกด้วย ถ้าเทียบกันแล้วก็คงคล้ายๆกับ Richie ของวง Manics ซึ่งที่จริงเล่นกีตาร์ไม่เก่ง แต่แต่งเพลงดีและเป็นเหมือนหน้าตาของวง ภายหลัง Richie หายสาบสูญไป เป็นตายร้ายดีไม่ทราบ…)

และ Sid ยึดคติ Live Fast, Die Young ตายเนื่องจากการเสพย์ยาเกินขนาดเมื่อปี 1979 ในวัยเพียง 21 ปี

 
 
>>>JIM MORRISON
 
 
 
 
"Jim Morrison" นักร้องนำวง The Doors
ที่สหรัฐ… ในยุค 60 หลังจากปล่อยให้วงสี่เต่าทองจากอังกฤษยึดหัวหาดมานาน The Doors นี่แหละเป็นวงอเมริกาแท้วงแรกๆที่ทวนกระแสขึ้นมาได้อย่างภาคภูมิ

The Doors เป็น 1 ในวงที่บุกเบิกแนวดนตรีไซคีเดลิคร็อค และแจ๊สร็อค

ส่วนตัว Morrison นั้นก็ถือว่าเป็นนักร้องที่ได้รับการยกย่องสูง ทั้งในแง่ของน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์และทรงพลัง บวกกับความสามารถในการแต่งเพลงในขั้นกวี รวมไปถึงบุคลิกแบบดาร์คๆ และภาพลักษณ์แบบเซ็กซ์ซิมโบลแห่งวงการร็อค

Morrison ตายอย่างลึกลับในปี 1971 ในวัยแค่ 27 ปี (เท่า Kurt เลย) บ้างว่าเค้าตายเพราะโรคหัวใจ บ้างว่าเพราะเสพย์ยาเกินขนาด

 
 
>>> FREDDIE MERCURY
 
 

 
 
ไม่ว่ารุ่นไหนๆ คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักเพลง "We Are The Champion"

และเจ้าของน้ำเสียงอมตะในเพลงนั้นก็คือ "Freddie Mercury" อดีตนักร้องนำวง Queen ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกแนวเพลง Rock Opera

ด้วยน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ "สูงแหลม-บาดลึก-ทรงพลัง" และอัจฉริยภาพในการแต่งเพลง จึงทำให้ Freddie ถูกยกย่องให้เป็น 1 ในตำนานของนักร้องเพลงร็อค

แต่อนิจจัง Freddie ซึ่งเริ่มเปิดเผยว่าตัวเองเป็นเกย์ตั้งแต่ปลายยุค 70 ต้องมาเสียชีวิตด้วยโรคปอดบวมและหลอดลมอักเสบ ซึ่งเป็นอาการแทรกซ้อนจากโรค HIV เมื่อปี 1991 ในวัย 45 ปี

(รู้หรือไม่? ที่จริง Freddie เป็นคนเอเชีย เขาเป็นชาวพาร์ซีที่เติบโตในอินเดีย และย้ายตามครอบครัวไปอยู่อังกฤษเมื่อเติบใหญ่)

 
 
 
>>> JOHN LENNON
 
 
 
 
หนุ่มช่างฝัน อาร์ตตัวพ่อ เจ้าของบทเพลงอมตะอย่าง "Imagine"
และเจ้าของสโลแกน "Make Love, Not War"

Lennon เป็น 1 ใน 4 สมาชิกของวงสี่เต่าทอง The Beatles ที่ครั้งหนึ่งตัว lennon เองเคยกล่าวว่า "เดอะบีเทิลส์ดังกว่าพระเยซูเสียอีก" จนถูกชาวคริสต์ต่อต้านรุมประณาม (Beatles ดังขนาดไหนน่ะเหรอ? ก็จนถึงปัจจุบันผลงานเพลงของพวกเขาขายไปแล้วทั่วโลกมากกว่า 1,000 ล้านชุด!!!)

The Beatles ถือเป็นอีกหนึ่งวงดนตรีที่พลิกโฉมหน้าวงการดนตรีโลก ในช่วงต้นยุค 60 พวกเขาดังขึ้นมาจากแนวดนตรีร็อคแอนด์โรล ที่หนุ่มๆคลั่งใคล้และสาวๆกรี๊ดกร๊าดจนเกรียวกราว และ Beatles ค่อยๆทวีความหนักแน่นและสำแดงอิสรภาพทางดนตรีในชุดหลังๆ ในแนวดนตรีฮาร์ดร็อคและไซคีเดลิกร็อค โดย Beatles ถือเป็นวงหนึ่งที่บุกเบิกในเรื่องเครื่องดนตรีใหม่ๆ และเทคโนโลยีในการบันทึกเสียง

ว่ากันตามตรง Lennon ไม่ใช่คนที่มีน้ำเสียงเลิศเลอ หรือฝีมือดนตรีขั้นพระกาฬ แต่เขาสามารถถ่ายทอดเพลงออกมาได้อย่างทรงพลัง ไพเราะลึกซึ้ง และเข้าถึงคนฟังได้อย่างเหลือเชื่อ และถือเป็นนักดนตรีคนหนึ่งที่แต่งเพลง Ballad ได้เพราะมาก

Lennon ถือเป็น 1 ในสมาชิกสี่เต่าทองที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการปฏิวัติแนวดนตรี เค้ามีผลงานเด่นๆที่โดดออกมาจากวง เช่น "Strawberry Fields Forever" และ "I Am The Walrus"

หลังจากยุบวง Lennon ที่พบรักใหม่กับศิลปินสาวชาวญี่ปุ่น Yoko Ono ได้หันไปออกอัลบัมเดี่ยว บ้างก็ออกอัลบัมคู่กับ Yoko

และ Lennon เองยังถือเป็นอีกหนึ่งศิลปินที่มีบทบาทการรณรงค์สันติภาพอย่างโดดเด่น

ในปี 1980 Lennon ถูกแฟนเพลงคลั่งนาม Mark David Chapman ลอบยิงจากข้างหลัง 4 นัด และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ในวัย 40 ปี

 
 
 
>>> BOB MARLEY
 
 
 
 
ถ้าพูดถึง King of Pop หรือ King of Rock อาจจะมีคนเถียงกันไม่จบไม่สิ้น
แต่ถ้าพูดถึง "King of Raggae" แล้วเอ่ยถึง "Bob Marley" ล่ะก็… คงจะไม่มีใครกล้าหือ

Bob Marley เป็นศิลปินชาวจาไมก้า พ่อของเขาเป็นคนขาว แต่แม่เป็นคนผิวสี ในวัยเยาว์เขาต้องทนทุกข์กับการถูกเหยียดเรื่องปมกำเนิดเชื้อชาติ (แต่เมื่อเติบใหญ่เขาเคยกล่าวไว้ว่า "ฉันไม่ได้อยู่ฝั่งคนขาวหรือคนดำ แต่ฉันอยู่ฝั่งพระเจ้าซึ่งทรงสร้างให้ฉันกำเนิดขึ้นมาจากขาวและดำ")

Marley และผองเพื่อนได้ก่อตั้งวงสกา/เร็กเก้นาม The Wailers ขึ้นมาในยุค 60 ก่อนที่จะแยกวง และตัว Marley ออกมาตั้งวงใหม่ในนาม "Bob Marley & The Wailers"

และในยุค 70 เขาทำให้เพลงแนวเร็กเก้เริ่มขจรขจายไปสู่นานาชาติด้วยเพลงดังอย่าง "No Woman, No Cry" ที่ออกไปโด่งดังติดท็อปเท็นชาร์ตในสหรัฐ

นอกจากจะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ลัทธิ "รัสตาฟารี" ซึ่งถือเป็นรากของชาวแอฟริกาแล้ว Marley ยังเป็นศิลปินที่รณรงค์สันติภาพและต่อต้านสงครามในแอฟริกาอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น ในปี 78 เขาได้จัดคอนเสิร์ต One Love Peace ขึ้นที่จาไมก้า

ในช่วงปลายยุค 70 Marley มีอาการป่วยเรื้อรัง เขาเป็นโรคมะเร็งแต่ไม่ยอมเข้ารับการผ่าตัดเพราะขัดกับหลักความเชื่อตามลัทธิรัสต้า เขาสิ้นใจในปี 1981 ในวัย 36 ปี โดยคำพูดทิ้งท้ายที่เค้าทิ้งไว้กับลูกชายชื่อ "ซิกกี้" คือ "Money can’t buy life." (เงินซื้อชีวิตไม่ได้)

 
 
>>> JIMI HENDRIX
 
 
 
ยามเยาว์วัย ทุกครั้งที่ผมบอกว่า "มือกีตาร์ที่เก่งที่สุดในโลก คือ สตีฟ วาย หรือ สแลช"
พ่อผมจะต้องเถียงทุกครั้งว่าเป็น "จิมิ เฮนดริกซ์ ต่างหาก!"
 
Jimi Hendrix ถูกยกย่องให้เป็น Guitar God คนแรกๆในสายกีตาร์ไฟฟ้า
เค้าได้นำเพลงบลูส์ซึ่งเป็นรากของเค้ามาต่อยอดและเพิ่มความหนักหน่วงรุนแรงเข้าไป
Hendrix ถือเป็นผู้บุกเบิกเทคนิคและเอฟเฟ็กต์ในการเล่นกีตาร์ไฟฟ้า
และถือเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักดนตรีบลูส์และแจ๊สรุ่นหลังๆหลายคน
 
Hendrix เสียชีวิตในปี 1970 ในวัยเพียง 27 ปี สาเหตุการตายไม่แน่ชัด
(แต่เจ้าตัวเองก็เสพย์ยาทุกประเภทอย่างหนักมาตลอด ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าเขาอาจจะตายระหว่างเสพย์ยา หรือจากอาการแทรกซ้อน)
 
 
>>> JANIS JOPLIN
 
 
 
 
ผมทิ้งท้ายไว้อีกคน ผู้หญิงที่โผล่ในความฝันของโคยูกิ ผมเดาเอาว่าเป็น "Janis Joplin" ครับ เพราะเธอเป็นศิลปินหญิงในยุคเดียวกับ Jimi Hendrix และ Jim Morrison รวมทั้งเคยขึ้นเวที Woodstock ด้วย แถมยังอายุสั้นเหมือนกันอีกต่างหาก (Joplin ตายในปี 1970 ในวัยแค่ 27 ปี!)

ผมอ่านการ์ตูนเรื่อง 20th Century Boy เคนจิเคยพูดไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยที่ว่า "ถ้าเป็นร็อคสตาร์ระวังจะอายุไม่เกิน 27 ปี" คิดๆดูแล้วก็น่าทึ่งนะครับ เพราะทั้ง Hendrix, Joplin และ Morrison ทุกคนล้วนตายในวัย 27 ปี แถมตายไล่เลี่ยกันในปี 1970-1971 (เหมือนนัดกันตายน่ะครับ)

 
 
เบอท
 
 
:-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;->
 
 

One response

  1. ดีเจบ้านนอก

    ต้องไปหาเบ็คมาอ่านมั่งซะแล้ว . . .

    มกราคม 2, 2009 ที่ 5:41 am

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s