Just another WordPress.com site

Tokyo Sonata – บทเพลงพราว หลังพ้นผ่าน


Tokyo Sonata

บทเพลงพราว หลังพ้นผ่าน

โตเกียว โซนาต้า เป็นเรื่องราวตีแผ่วิกฤติครอบครัวชนชั้นกลางญี่ปุ่นในยุคทุนนิยมเสื่อมสลาย เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อหัวหน้าครอบครัวอย่าง ริวเฮย์ ถูกบีบเลย์ออฟจากงานผู้จัดการแผนกธุรการที่ทำมาเป็นสิบๆปี แต่ไม่ยอมบอกความจริงเรื่องนี้ให้ที่บ้านรู้   ขณะที่ลูกชายคนโต ทากะ นักศึกษามหาลัยเด็กแนวตัดสินใจไปเป็นทหารให้กับกองทัพสหรัฐในภารกิจพิเศษที่อิรัก   ลูกชายคนเล็ก เคนจิ ขัดคำสั่งพ่อแอบไปเรียนเปียโนเพราะใจรัก   ส่วนคุณแม่ เมงุมิ ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งเมีย, แม่ของลูก และแม่บ้าน ก็คอยเป็นตัวกลางที่ช่วยประคับประคองความสัมพันธ์ในบ้าน

 

ในหนังเรื่องนี้ ผกก.คิโยชิ คุโรซาวะ ยังคงจับประเด็นถนัดของตัวเอง นั่นคือ การวิพากษ์ ความเสื่อมของยุคสมัย, บทบาทกับค่านิยมที่เปลี่ยนไป และ มุมมองความคิดของคนต่างยุคต่างวัย    

 

ริวเฮย์อยู่ในยุคที่ญี่ปุ่นเศรษฐกิจตกสะเก็ด บริษัทของเค้าต้องลดต้นทุนด้วยการหันไปจ้างคนงานในจีนเพิ่มขึ้น และปรับลดคนงานในญี่ปุ่นที่มีเงินเดือนแพงกว่า (ตอนโผล่มาต้นเรื่องมีฉากหนึ่งที่สาวจีนพูดญี่ปุ่นปร๋อเดินสวนกับริวเฮย์ก่อนเข้าไปพบ ผอ. พร้อมกับประโยคเด็ดของผจก.สาขาจีน เงินเดือนของพนง.ญี่ปุ่น 1 คน จ้างพนง.จีนรุ่นใหม่ไฟแรงพูดญี่ปุ่นเป็นไฟอย่างนี้ได้ 3 คน!”)   จากคนอายุเยอะที่เคยทำงานบริษัทใหญ่มีหน้ามีตา แต่ก็ต้องมากลายเป็นคนไร้ค่าในโลกทุนนิยมยุคไซเบอร์ ไอ้ครั้นจะให้ไปทำงานเป็น รปภ., ผู้จัดการมินิมาร์ท รึ? ก็ดูจะเสียศักดิ์ศรี (แต่สุดท้ายต้องจำยอมเป็นภารโรงในห้าง! 555) ด้วยศักดิ์ศรีค้ำคอในฐานะหัวหน้าครอบครัว จะเอ่ยปากบอกลูกเมียก็ไม่กล้า  

ในหนังเราได้เห็นฉากตลกร้ายๆอย่าง บรรดาซาลารี่แมนตกงานในชุดสูทโก้หรูต้องไปเข้าคิวกินของฟรีกับพวกโฮมเลส หรือ ฉากที่ริวเฮย์กับหัวหน้าทีมภารโรงต้องแอบเปลี่ยนชุดสูทก่อนกลับบ้าน (เพราะยังต้องรักษาศักดิ์ศรีหน้าตาทางสังคม ทำใจยอมรับความจริงไม่ได้)   ริวเฮย์พยายามอย่างสุดขีดที่จะรักษาทั้งบทบาทของผู้นำครอบครัวและชนชั้นกลางเอาไว้ ทั้งที่สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย

ลูกๆของริวเฮย์ต่างก็เป็นตัวแทนที่สะท้อนถึงเด็กรุ่นใหม่ ที่มีความเป็นตัวของตัวเอง, แรง และเป็นขบถต่อค่านิยมเดิมๆ

ลูกคนโต ทากะ เลือกที่จะเป็นทหารให้กับสหรัฐ สวนทางกับค่านิยมต่อต้านทหารของญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2  

ส่วนลูกคนเล็ก เคนจิ ก็เลือกที่จะแอบไปเรียนเปียโน ที่พ่อเห็นว่าไม่แมน  

ลูกๆทั้งสองต่างก็มีเส้นทางและความฝันเป็นของตัวเอง ขณะที่ผู้พ่อยังยึดติดกับค่านิยมเดิม อยากให้ลูกได้ดีมีชีวิตที่มั่นคง จนไม่ต่างอะไรไปกับการบงการชีวิตและนำไปสู่การใช้ความรุนแรง

 

และแน่นอนเด็กทั้งสองคนถูกปฏิเสธจากพ่อหัวโบราณอย่างริวเฮย์   ซึ่งหนังได้สะท้อนถึงความแตกแยกของคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่า

จะเห็นได้ชัดว่าตัวเคนจินั้นพยายามที่จะเปิดใจสื่อสารกับผู้ใหญ่ทั้งกับพ่อและครูโคบายาชิ แต่ปัญหาที่เห็นก็คือจะคุยกันรู้เรื่องได้อย่างไรในเมื่ออีกฝ่ายไม่เปิดใจรับฟัง?

ส่วนตัวคุณแม่อย่าง เมงุมิ นั้นก็เป็นแบบฉบับของแม่ศรีเรือนที่ดี เป็นช้างเท้าหลัง อยู่ในกรอบประเพณี 

 เธอต้องรอมชอมกับสามี แต่ขณะเดียวกันก็เห็นใจและเข้าใจลูกๆ ฉะนั้นเธอจึงตกอยู่สภาพที่ลำบากใจที่สุด

เธอเป็นผู้ที่รับรู้ปัญหาของทุกคน แต่ก็ไม่สามารถจะพูดอะไรได้

 

ฉากเด่นของเรื่องตามต้นฉบับหนังครอบครัวญี่ปุ่นก็คือ ฉากโต๊ะกินข้าว

จะเห็นได้ว่าการร่วมวงกินข้าวของครอบครัวนี้เป็นเพียงการพยายามรักษาธรรมเนียมแห่งครอบครัวเท่านั้น ซึ่งก็ดูจะไร้ประโยชน์ในเมื่อช่วงเวลานี้ที่ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ต่างคนต่างก็เงียบงำ ต่างมีความลับซ่อนเร้น  ต่างคนต่างเหมือนกับคนแปลกหน้า

วัฏจักรชีวิตที่ได้นำเสนอผ่านหนังเรื่องนี้ก็คือ 1) การเผชิญปัญหา 2) ถึงจุดวิกฤติ เรียนรู้จากบทเรียนครั้งใหญ่ และ 3) ยอมรับความจริง, ปรับตัว และผ่านพ้นมันไปได้   ผมว่าหนังเรื่องนี้น่าจะเป็นบทเรียนที่ดี ไม่เฉพาะกับคนญี่ปุ่น แต่รวมทั้งคนไทยหลายๆคนที่กำลังตกอยู่ในสภาวการณ์เช่นนี้!

 

หนังเรื่องนี้แอบมีเซอร์ไพรส์!

ตอนแรกผมแอบสงสัยว่าทำไมเรื่องนี้ ผกก.คุโรซาว่า ถึงไม่เลือกใช้พระเอกคู่บุญอย่าง โคจิ ยาคุโช (ใครไม่รู้จัก ลองไปหา Memoir of Geisha หรือ Babel มาดูนะ และรู้มะ? นี่แหละคือพระเอกหนัง Shall We Dance? เวอร์ชั่นต้นฉบับของญี่ปุ่นด้วยแหละ) แต่แล้วก็ต้องร้องอ๋อในฉากโจรปล้นบ้าน ที่พอพี่โจรถอดโม่งออกเท่านั้นแหละ ฮาตรึมครับ! (มุกนี้ผมฮาคนเดียวในโรง คนอื่นคงไม่เก็ท 555) ที่ขำกว่านั้นก็คือมาปล้นบ้านนี้ ไม่มีเงินสดสักกะแดง แถมตอนท้ายกลายเป็นโจรปล้นสวาทแทนเสียอีก 5555

 

โดยส่วนตัวผมชอบผลงานเรื่องก่อนๆของคุโรซาวะมากกว่า เช่น Bright Future และ Cure ซึ่งทั้งแนว, ดิบ และหลอนกว่ามาก   แต่เสน่ห์เหล่านั้นก็ยังไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่จะจางลงไป และแทรกเข้ามาเป็นบางจังหวะใน Tokyo Sonata แถมยังมีการเพิ่มมุกตลกร้ายที่ทำให้คุณหัวเราะหึๆในลำคอปนเศร้าสลดใจได้เป็นช่วงๆ   สำหรับผู้ที่ชื่นชอบหนังดราม่าญี่ปุ่นดีๆที่สอดแทรกประเด็นทางสังคม ไม่ควรพลาดครับ!    

:-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;->

Advertisements

4 responses

  1. Beau

    เมื่อวานหนังหน้าไมค์ 104.5 FM เพิ่งแนะนำไปค่ะไว้จะหาเวลาไปดู ขอบคุณค่ะที่แนะนำ

    ธันวาคม 8, 2008 ที่ 2:08 pm

  2. Supachet

    อ้าวไม่ใช่หนังโป๊ เหรอครับ เห็น คุณ อัลเบิร์ทดู ผมนึกว่าเป็นแนว อีโรติก Dj Kim …

    ธันวาคม 9, 2008 ที่ 3:02 pm

  3. albert

    แหม่… คุณ Dj. Kim ก็คิดว่าเป็นหนังโป๊ เลยตามมาอ่านใช่มั้ยล่ะครับทั่น? 55555หนังโป๊เค้าเอาไว้วิจารณ์กันในวงเหล้าเว้ย ไอ้กู๊ดวันไหนว่างๆ ไปสังสรรค์กันหน่อยเว้ยเพื่อน

    ธันวาคม 9, 2008 ที่ 5:44 pm

  4. ดีเจบ้านนอก

    ไปดูมาแล้วคร้าบพี่ . . . จี๊ดมากๆชอบหนังญี่ปุ่นที่ดูเหมือนง่ายๆ เรียบๆ แต่มีอะไรลึกๆแอบมีน้ำตาซึมด้วย 55+

    ธันวาคม 15, 2008 ที่ 5:56 pm

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s