Advertisements

Just another WordPress.com site

Hey Jude / the Beatles


กลับมาเพื่อที่จะจากไป

คอลัมน์นี้กลับมาได้ไม่ทันไร ก็มีอันต้องจากไปอีกแล้ว

ใจจริงผมรักคอลัมน์นี้มาก แต่ด้วยปัญหาเรื่องเวลา งานและเงิน

ทำให้ผมต้องพับคอลัมน์นี้ไปยาวๆอีกครั้ง เพื่อที่จะทุ่มเทเวลาให้กับการทำงาน และงานเขียนอย่างอื่น

 

เที่ยวนี้ขอปิดท้ายด้วยเพลงนี้แล้วกันนะ……….

 

เบอท

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-;

 

 

 

Hey Jude / The Beatles

 

Beatles_1968 

Hey Jude, don’t make it bad. เฮ้ เกลอ มัวกลุ้มไปใย
Take a sad song and make it better. หยิบเอาเพลงเศร้ามาเกลาเสียใหม่
Remember to let her into your heart, แง้มจิตเปิดรับเธอเข้ามาในใจ
Then you can start to make it better. แล้วเริ่มต้นใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

 

 

 

หน่า นา นา นา นา น้า นา หนา

นา นา น้า นา หนา

Hey Jude……..

นี่คือบทเพลงแห่งมิตรภาพ, ความรัก, ความหวัง และกำลังใจ

 

ปกติแล้วสมาชิกคนที่ผมชื่นชอบที่สุดในวง The Beatles คือ จอห์น เลนนอน

และในวัยหนุ่มแตกพานหัวเกรียน เมื่อใดที่พูดถึง พอล แม็คคาร์ทนีย์ ผมเป็นต้องร้องยี้!

แต่ขอโทษที! เดี๋ยวนี้เพลงของสี่เต่าทองที่ผมฟังบ่อยที่สุดก็คือ…

“Hey Jude” ของท่านเซอร์พอลนั่นเอง

ครั้งแรกที่ได้ฟังเพลงบัลลาดที่มีเสียงร้องและเปียโนเป็นพระเอกเพลงนี้ ผมรู้สึกขนลุกซู่!

มันเป็นเพลงที่ง่าย แต่ทรงพลังและกินใจ

ฟังแล้วก็ติดงอมแงม จนต้องฟังมันแทบทุกวัน

ถ้าวันไหนไม่ได้ฟัง คงจะมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว (เหมือนคนลงแดง)

 

สำหรับบทเพลงความยาว 7 นาที 11 วิฯ เพลงนี้ มันยาวผิดผีสำหรับวงการเพลงในสมัยนั้น

จนโปรดิวเซอร์คู่บุญ จอร์จ มาร์ติน เคยติติงไว้ว่า

อย่าดีกว่า ยาวขนาดนี้ ดีเจที่ไหนเค้าจะเล่นกั๊น?

 

แต่จอห์นสวนกลับไปทันควันด้วยความมั่นใจแบบสุดๆว่า

ถ้าเป็นเพลงของเรา พวกเค้าเล่นแน่!”

 

และผลลัพธ์ก็คือ……….

อันดับ 1 นาน 9 สัปดาห์ บนชาร์ตเพลงสหรัฐ ในปี 1968

และมันกลายเป็นเพลงที่ดังที่สุดของ The Beatles ไปโดยปริยาย!

 

 

 

john-julian2

 

สำหรับที่มาของเพลงนี้ พอล แต่งขึ้นเพื่อ จูลส์ ลูกชายของสหายจอห์น

ขณะนั้น จอห์นพึ่งแยกทางกับศรีภรรยา ซินเธีย

เพื่อที่จะไปใช้ชีวิตคู่กับคนรักใหม่ โยโกะ โอโนะ

พอลรู้สึกเห็นอกเห็นใจหลาน จูเลี่ยน ที่ต้องสะเทือนใจกับการหย่าร้างของพ่อแม่ตั้งแต่ยังเด็ก

เค้าจึงเดินทางไปเยี่ยมจูเลี่ยนกับซินเธียด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

และได้แต่งเพลงนี้ขึ้นในระหว่างที่ขับรถไป

 

ไอเดียแวบแรกของพอลก็คือการให้กำลังใจแก่จูเลี่ยน

ทีแรก เค้าให้ชื่อเพลงนี้ว่า “Hey Jules”

และฮัมเนื้อร้องประโยคแรกว่า Hey Jules, don’t make it bad, take a sad song and make it better.

แต่ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น Hey Jude เพราะมันฟังดูดีกว่า และร้องง่ายกว่า นอกจากนี้เค้ายังได้รับแรงบันดาลใจมาจากตัวละครชื่อ “Jud” ในละครเพลงเรื่อง Oklahoma! อีกด้วย

 

พอลได้ยื่นเดโมเทป Hey Jude ให้กับจอห์น

ซึ่งจอห์นชอบมันมากๆ และคิดว่าพอลแต่งเพลงนี้ให้กับเค้า! (ซะงั้น!!)

เหตุผลก็เพราะในช่วงหลังๆ ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ในวง

และความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนระหว่าง จอห์น-พอล นั้นเป็นไปอย่างลุ่มๆดอนๆ

แถมจอห์นยังต้องกลัดกลุ้มกับปัญหาชีวิตคู่

ที่เค้าทิ้งเมียและลูกไปเคียงคู่ชู้ชื่นกับกิ๊กใหม่ ท่ามกลางคำครหา

ที่สำคัญเนื้อเพลงบางช่วงออกจะโต้งๆซะขนาดนั้น (You have found her, now go and get her.)

ดังนั้นถ้าจอห์นจะคิดเข้าข้างตัวเองก็คงจะไม่แปลกกระมัง!

 

 

เรื่องที่น่าทึ่งก็คือ จูเลี่ยน พึ่งจะมาค้นพบว่าเพลงนี้ได้ถูกเขียนขึ้นเพื่อตัวเค้าในอีก 20 ปีให้หลัง

มันทำให้เค้ารู้สึกประทับใจอย่างเหลือล้น

เค้าจำความได้ว่า ในวัยเด็ก เค้าใกล้ชิดกับพอลมากกว่าพ่อแท้ๆอย่างจอห์นเสียด้วยซ้ำ

พอลเคยพาเค้าไปเที่ยวเล่น บ่อยกว่าจอห์นเสียอีก!”

ในปี 1996 จูเลี่ยนยอมควักเงิน 25,000 ปอนด์เพื่อประมูลโน้ตเพลงนี้มาไว้ในครอบครอง

 

ถ้าจะให้ผมสรุปใจความจากเพลงยาว 7 นาที และใช้เครื่องดนตรีกว่า 40 ชิ้น

ผมขอกล่าวสั้นๆแค่ 1 บรรทัดว่า

ขอแค่มีรัก แล้วทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้!

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-;

 

เกร็ดเล็กๆน้อย > จากเพลง > Hey Jude

 

          เปิดเพลงด้วย 1 จบเพลงด้วย 50

        นี่เป็นเพลงที่เริ่มต้นด้วยเสียงร้องกับเครื่องดนตรี 1 ชิ้นคือ เปียโน

        และปิดท้ายด้วยวงออร์เคสตรากับเครื่องดนตรีกว่า 40 ชิ้น!

 

          หน่า นา นา น้า นา น้า นา พี่น้อง…เราร้องน้านาในเพลงนี้ไปทั้งหมด 19 หน

 

          จอห์นรักเพลงนี้มาก นอกจากจะเป็นคนออกปากเถียงเรื่องความยาวเพลงกับโปรดิวเซอร์แทนสหายพอลแล้ว   จอห์นยังบอกให้พอลคงประโยค “The movement you need is on your shoulder” ที่เค้ากลัวว่าจะเห่ยเอาไว้ด้วย ซึ่งจอห์นคอมเมนต์ว่านี่เป็นประโยคที่ดีที่สุดในเพลง! (สำหรับผม ผมคิดว่ามันเป็นประโยคที่แต่งได้อย่างชาญฉลาดสุดๆ! เพราะเราจะเห็นได้ว่าใน 2 ท่อนก่อนหน้า มีประโยคหนึ่งที่เชื่อมโยงกันคือ “Don’t carry the world upon your shoulders.หรือแปลเป็นไทยว่า อย่าแบกโลกเอาไว้บนบ่าเลยเพื่อน)

 

 

          และจอห์นก็เคืองเอามากๆ เพราะใจจริงจอห์นอยากให้วงดันเพลง Revolution ออกมาเป็นซิงเกิลหลักมากกว่า เพื่อสื่อสารข้อความทางการเมือง   แต่สุดท้าย Revolution กลับกลายไปเป็นเพลง b-side แทน (เพลงลูกเมียน้อย)

 

          จอร์จก็เคือง เพราะที่จริง จอร์จ แฮร์ริสัน ได้ตอบโจทย์ไลน์กีตาร์ไว้เรียบร้อยแล้ว   แต่พอลไม่เห็นด้วย เค้าคิดว่ามันไม่ตรงใจเค้า   จอร์จอย่าแหยม เพลงนี้พี่พอลขอเผด็จการ!

 

 

          ตกลงแต่งให้ จูลส์,  จอห์น  หรือ จ๊ะเฮ?

        ตัวพอลเองยืนยันเจตนาว่าเพลงนี้เค้าแต่งขึ้นเพื่อปลอบใจ จูลส์ ลูกชายจอห์น

       

        แต่ตัวพ่ออย่าง จอห์น ก็คิดว่าพอลแต่งเพลงนี้ให้เค้า  

        นักวิเคราะห์และนักจิตวิทยาหลายๆคนก็เห็นด้วยเช่นกัน

        โดยชี้ว่าเนื้อเพลงหลายๆส่วนสื่อนัยยะถึงความรักซาบซ่านของผู้ใหญ่เสียมากกว่า

       

        บ้างก็ว่าที่จริงแล้ว สิ่งที่เขียนนั้นก็สะท้อนถึงสภาพจิตใจของตัว พอล เองไม่น้อย

        เพราะตอนนั้นพอลเองก็กำลังกลัดกลุ้มกับปัญหาภายในวง และปัญหาชีวิตคู่

       

        นอกจากนี้ยังมีพวกสำนักเสี้ยนยาช่างคิด(ไม่สร้างสรรค์)

        ที่พยายามจะแถให้ได้ว่าเพลงนี้กล่าวถึง เฮโรอีน

        โดยพี่แกอ้างว่าในประโยค ‘Remember to let her into your heart

        คำไฮไลท์ที่ว่าน่ะมันหมายถึงเฮโรอีนชัดๆ (ลองร้องคำว่า her into ติดกัน)

        แล้วไอ้ประโยค ‘Remember to let her under your skin’ น่ะก็บอกอยู่ทนโท่!

        (ลองนึกถึงตอนฉีดยาเข้าเส้น ที่เข็มต้องจิ้มจึ้กผ่านใต้ผิวหนัง)

 

 

          ริงโก้เกือบพลาดคิวกลองเพราะแอบดอดเข้าส้วม!

        พูดถึง พอล, จอห์น, จอร์จ ไปแล้ว ถ้าจะไม่พูดถึง ริงโก้ สักหน่อยก็กระไรอยู่

        ระหว่างบันทึกเสียงเพลงนี้ ริงโก้แอบแว้บไปเข้าห้องน้ำโดยที่สมาชิกคนอื่นไม่ทันสังเกต

        ดีที่เค้ากลับมาได้ทันจังหวะพอดี ไม่งั้นริงโก้อาจจะโดนอัดในห้องอัด! (ฮา~)

       

 <-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-;

Advertisements

6 responses

  1. P R A W

    ชอบจิงๆเนอะ^ ^!!

    มกราคม 21, 2010 ที่ 7:17 pm

  2. eChO

    ขอบคุณเกร็ดประวัติแห่งสี่เต่าทองครับ !!

    มีนาคม 20, 2011 ที่ 12:26 pm

  3. yod

    สุดยอด ของสุดยอด สำหรับประวัติของเพลง hey jude คอเพล
    ทั้งหลายควรเข้ามาเยี่ยมชมและซึมซับความเป็นอภิมหาอมตะของเพลงนี้อย่างแท้จริง ขอบคุณจริงๆสำหรับผู้ให้ข้อมูลเพลงนี้ ผมฟังมาตั้งแต่อายุ 17 จนวันนี้อายุ 60 แล้วยังไม่รู้เบื่อ (บางครั้งก็ไปร้อง karaoka ให้เพื่อนๆฟังด้วย) ขอบคุณครับ

    ธันวาคม 12, 2011 ที่ 11:10 am

    • ขอบคุณที่แวะมาอ่านและฝาก comment ไว้เช่นกันครับ ^ ^

      เวลาผมไปคาราโอเกะกับเพื่อนๆ ก็ชอบร้องเพลงนี้บ่อยๆ
      แต่ตอนหลังๆ พอถึงท่อน na na ก็จะข้ามเพลงเลย เพราะเพลงยาวมาก (เดี๋ยวหมดชั่วโมง เพื่อนๆอดร้องเพลงอื่น 555)

      ธันวาคม 12, 2011 ที่ 12:04 pm

  4. Nui

    ชอบมากค่าาา สำหรับประวัติทำให้อยากหาเพลงของวงเต่าทองมาฟังบ้างซะแล้วซิ อ่านแล้วทำให้เห็นถึงคุณค่า และเวลาคัดบ่มกว่าจะมาเป็นเพลงเพราะๆเพลงนึงเลยค่ะ

    มกราคม 22, 2014 ที่ 7:30 am

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s