Just another WordPress.com site

Higher Ground / Stevie Wonder


Higher Ground / Stevie Wonder

 

People keep on learnin   มนุษย์เรียนรู้กันไป
Soldiers keep on warrin ทหารสู้รบกันเข้าไป
World keep on turnin โลกก็หมุนของมันไป
Cause it wont be too long
อีกไม่นานนักหรอก

 

 

steviewonder3-big

 

 

 

ปุจฉา: ทำไมคนบ้านเราชอบพูดกันว่า ถ้านายคนนั้น นายคนนี้ตายไป แผ่นดินคงจะสูงขึ้น!”

นั่นคือทางออกเพียงทางเดียวเท่านั้นหรือ?

 

วิสัชนา: เพลงกูพาคุณย้อนกลับไปในปี 1973 เพื่อค้นหาอีกหนึ่งทางออกจากเสียงร้อง, มันสมอง และสองมือ ของศิลปินอัจฉริยะอย่าง Stevie Wonder ในบทเพลง “Higher Ground” (จากอัลบั้ม Innervisions)

 

เพลงฟังค์/โซลที่มีท่วงทำนองคึกคักอย่าง Higher Ground ได้ส่งสารปลุกเร้าให้ผู้คนลุกขึ้นมาทำสงครามกับพลังอำนาจด้านมืดด้วยความรักและความดีงาม!!

จังหวะจะโคนที่รุกเร้า และท่วงทำนองที่วูบวาบหวือหวา เป็นตัวขับเคลื่อนบทเพลงที่สะท้อนถึงความขัดแย้งและการต่อสู้  

 

วันเดอร์เปิดฉากด้วยการตีแผ่ด้านมืด ไม่ว่าจะกี่ปีกี่ชาติมนุษย์โลกก็ยังยึดติดกับอำนาจ

และนั่นคือต้นเหตุของสงครามและการรบราฆ่าฟัน ซึ่งอันที่จริงแล้วการแก้ปัญหาด้วยอำนาจไม่ได้ช่วยอะไรเลย มันไม่ได้นำพาสันติ มีแต่จะทำให้ผู้คนล้มตาย แต่ทั้งๆที่รู้เราก็ยังเลือกเดินบนหนทางนั้น

 

สิ่งเดียวที่จะช่วยคลี่คลายได้ก็คือ การกลับตัวกลับใจ ยกระดับจิตใจเพื่อไปสู่จุดที่สูงกว่า (สวรรค์) แต่ทางออกของวันเดอร์ในที่นี้จะเป็นจริงไม่ได้เลย ถ้าเรารู้แต่ไม่ลงมือทำ!

ครู จงพร่ำสอน ให้ความรู้

พระ นักเทศน์ จงอย่าหยุดเทศนา

ชายหญิง จงแบ่งปันความรัก

ผู้เชื่อ จงอย่าหยุดเชื่อ

ผู้ที่หลับไหล อย่ามัวแต่หลับอยู่เลย

เพราะอีกไม่นานนักหรอก…..

 

 

ถ้าทุกคนทำได้ แผ่นดินจะสูงขึ้นแน่นอน!

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-;

 

เกี่ยวกับ > Stevie Wonder

 

Stevie_Wonder

 

 

Stevie Wonder ศิลปินผิวสีอัจฉริยะแห่งวงการเพลง เค้าเป็นทั้งนักร้อง, นักดนตรี, นักแต่งเพลง, และนักการเมืองนอกสภา!

 

วันเดอร์มีชื่อจริงว่า “Steveland Hardaway Morrisเค้าเกิดเมื่อปี 1950 พร้อมกับอาการตาบอดแต่กำเนิด แต่นั่นไม่ได้เป็นอุปสรรคต่ออัจฉริยะทางดนตรีของเค้าเลย วันเดอร์เริ่มร้องและเล่นดนตรีในโบสถ์ตั้งแต่ยังเล็ก และด้วยพรสวรรค์ที่ล้นเหลือ เค้าได้เซ็นสัญญากับแบล็คลาเบลสังกัดใหญ่อย่าง โมทาวน์ เร็คคอร์ด ด้วยวัยเพียง 12 ปี

 

จุดเปลี่ยนที่สำคัญของวันเดอร์เกิดขึ้นในทศวรรษ 1970

เมื่อเค้าหมดสัญญากับโมทาวน์ เค้ากลายเป็นศิลปินคนแรกในสังกัดที่สามารถเจรจาต่อรองจนได้สิทธิในการสร้างสรรค์ผลงานเพลงอย่างอิสระ พร้อมกับสิทธิในการถือครองลิขสิทธิ์เพลงในฐานะผู้แต่งเพลงอีกด้วย   ผลลัพธ์ก็คือนอกจากซิงเกิ้ลเพลงฟีลกู๊ดและเพลงรักใสๆที่ถือเป็นเทรดมาร์คของโมทาวน์แล้ว วันเดอร์ยังได้ถ่ายทอดแง่คิดทางสังคมและการเมืองเข้าไปในบทเพลงของเค้าด้วย รวมทั้งการทดลองและสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆในการทำดนตรี โดยเฉพาะการใช้ซินธิไซเซอร์

และในทศวรรษนี้เอง วันเดอร์ได้ฝากผลงานอัลบัมระดับมาสเตอร์พีซ อาทิ “Talking Book”, “Innervisionsและ Songs in the Key of Lifeพร้อมกับกวาดรางวัลจากเวทีใหญ่อย่าง Grammy Awards ไปครองแบบท่วมท้น จนครั้งหนึ่ง “Paul Simon” ที่ได้รับรางวัลอัลบัมยอดเยี่ยมในปี 1976 เคยแซวแบบขำๆไว้ว่า ต้องขอขอบคุณที่วันเดอร์ไม่ออกอัลบัมในปีนี้!”

 

ในทศวรรษหลังๆ วันเดอร์ออกอัลบัมน้อยลง แต่ก็ยังมีผลงานเพลงเด่นดังปรากฏเป็นระยะๆ อาทิ I Just Called to Say I Love You" (1984), We Are the World" (1985)   โดยผลงานชุดล่าสุดของเค้าคือ A Time to Love  ที่ออกจำหน่ายผ่านทาง iTunes Music Store เท่านั้นในปี 2005   และในฐานะคนดังระดับไอค่อนของสหรัฐ เค้ามักจะไปปรากฏตัวตามงานระดับบิ๊กของประเทศอย่างเช่นซูเปอร์โบวล์ หรือโอลิมปิค รวมทั้งรายการทีวีเรตติ้งสูงอย่างอเมริกันไอดอล  

 

วันเดอร์เป็นศิลปินเพลงที่ครบเครื่อง นอกจากจะร้องและแต่งเพลงเองแล้ว เค้ายังเล่นเครื่องดนตรีได้นับ 10 ชนิด โดยในการบันทึกเสียงเค้ามักจะเหมาเล่นเครื่องดนตรีในเพลงด้วยตัวเองทั้งหมด   วันเดอร์มีเซนส์ทางดนตรีสูง เค้ามักจะใช้โน้ตนอกคอร์ดเพื่อสร้างเทนชั่นในเพลง และนั่นทำให้เพลงของเค้าขึ้นชื่อว่าทั้งร้องและเล่นยาก   นอกจากนี้เค้ายังเป็นศิลปินแถวหน้าที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเครื่องดนตรีสังเคราะห์ซินธิไซเซอร์ เค้าเป็นศิลปินผู้แรกที่มีเครื่องอ่าน E-mu Emulator ไว้ในครอบครอง

 

วันเดอร์เป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและนักมนุษยธรรมตัวยง   เค้ายึดถือในหลักการต่อสู้แบบอหิงสาตามอย่าง มาร์ติน ลูเธอร์ คิง และมหาตมะ คานธี   เค้ามีบทบาทสำคัญในการรณรงค์ต่างๆ อาทิ การให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์, การต่อต้านสงคราม, การต่อต้านการแบ่งแยกสีผิว, การให้ความช่วยเหลือคนตาบอด, เด็กพิการ และคนจรจัด เป็นต้น

ในการเมืองระดับประเทศ เค้าเป็นผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต และเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมือง  เค้าให้การสนับสนุนแคนดิเดตประธานาธิบดีอย่างนาย บารัค โอบาม่า

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-;

 

เกร็ดเล็กๆน้อย > จากเพลง > Higher Ground

          นี่คือบทเพลงว่าด้วยศาสนาและการเกิดใหม่! ตามแบบฉบับเพลงโซลของคนผิวสี หลายครั้งศิลปินได้ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับพระเจ้า และในบทเพลงนี้วันเดอร์ได้พูดถึง การเกิดใหม่ในพระเยซู เป็นการกลับใจจากการเป็นคนบาปเพื่อเข้าสู่หนทางพระเจ้าตามความเชื่อของทางศาสนาคริสต์   และในชีวิตจริง วันเดอร์ก็เกือบจะได้ไปพบพระเจ้าก่อนเวลาอันควรในวัย 23 ปี! เพราะ 3 เดือนหลังจากการบันทึกเสียงเพลงนี้ วันเดอร์เกือบตายจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างเดินทางไปแสดงคอนเสิร์ต   เค้าอยู่ในขั้นโคม่านาน 4 วัน และขณะที่นอนหมดสติอยู่ในโรงพยาบาล ผู้จัดการของเค้าได้ฮัมเพลง Higher Ground ข้างๆหูวันเดอร์  และเค้าตอบรับด้วยการขยับนิ้วตามจังหวะเพลง ดังนั้นมันจึงเหมือนกับว่า เค้าได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งจริงๆ!”

 

          โดนเสียจน RHCP ต้องเอาไปคัฟเวอร์! หลายๆคน โดยเฉพาะรุ่นอายุ 30 ลงมาจะคุ้นกับ Higher Ground ในเวอร์ชั่นของวง Red Hot Chili Peppers ซะมากกว่า   RHCP ได้นำเพลงนี้มาทำใหม่ในอัลบั้ม Mother’s Milk เมื่อปี 1989 ในจังหวะที่เร็วและหนักหน่วงขึ้นกว่าเพลงต้นฉบับ   วง RHCP ได้ซูฮกวันเดอร์โดยเพิ่มประโยคหนึ่งเข้าไปในช่วงท้ายเพลงนั่นคือ "You know what Stevie says."

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-;

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s