Just another WordPress.com site

Light My Fire / The Doors


Light My Fire / The Doors

  lmf

The time to hesitate is through
No time to wallow in the mire
Try now we can only lose
And our love become a funeral pyre
Come on baby, light my fire
Come on baby, light my fire
Try to set the night on fire, yeah

ลองสิ แค่ปล่อยตัวปล่อยใจ
ให้รักเป็นเชื้อฟืนมอดไหม้
มาสิ ที่รัก มาจุดไฟ
ปลุกไฟในตัวชั้นให้ลุกโชน
มาทำให้ค่ำคืนของสองเราเร่าร้อน

 

            ถ้าพูดถึงวง “The Doors” ขึ้นมาเมื่อไร เพลงที่คนส่วนใหญ่จะนึกถึงเป็นอันดับแรกๆก็คือ“Light My Fire” เพลงรักสุดแนวแห่งยุค 60

ด้วยเนื้อหาที่วาบหวามโดนใจ และท่วงทำนองสะดุดหู “Light My Fire” ซิงเกิลที่ 2 จากอัลบัมแรก ได้ขึ้นอันดับ 1 ในสหรัฐเมื่อเดือน ก.ค. ปี 1967   มันเป็นเพลงหนึ่งที่ได้สร้างปรากฏการณ์ทางดนตรี และปลุกกระแสให้วง “The Doors” กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ชั่วข้ามคืน 

เพลง “Light My Fire” ได้กลายเป็นลายเซ็นของวง The Doors   มันเป็นตัวอย่างของเพลงแนวไซคีเดลิกร็อค และเป็นต้นแบบของแจ๊ซ-ร็อคยุคต้นๆ   โดยในเพลง Light My Fire ฉบับเต็มนั้นมีความยาวร่วม 7 นาที ถ้าใครเคยได้ฟังจะรู้เลยว่าเพลงนี้มีเสียงร้องของมอร์ริสันแค่ช่วงนาทีแรก และในช่วง 2 นาทีสุดท้าย ส่วนในช่วงกลางเพลงจะเป็นแจมเซสชั่นที่มีความยาวเกือบ 4 นาที เริ่มด้วยโซโล่ออร์แกนของมันซาเร็ค แล้วต่อด้วยโซโล่กีตาร์ของครีเกอร์   การเล่นเครื่องดนตรีแจมกันแบบสดๆ ระหว่างคีย์บอร์ด, กลอง, กีตาร์ ทำให้เพลงมีอารมณ์ดิบ แปลกใหม่ ลื่นไหล ให้ความรู้สึกปลดปล่อยล่องลอย และให้อรรถรสทางดนตรี

            ด้วยความยาวถึง 7 นาที ทำให้ Light My Fire กลายเป็นเพลงสวนกระแส   โดยในสมัยนั้นสถานีวิทยุหลักๆของอเมริกาบนคลื่น AM จะเปิดเฉพาะเพลงแผ่นตัดที่มีความยาวประมาณ 2-3 นาที   ผู้ฟังที่อยากฟังเวอร์ชั่นยาวๆของ Light My Fire จึงพากันแห่ไปฟังเพลงนี้บนคลื่น FM แทน และทำให้คลื่น FM ได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งนับเป็นการพลิกโฉมหน้าของวงการวิทยุสหรัฐที่ส่งผลมาจนถึงปัจจุบัน

            ความโด่งดังอีกอย่างของเพลงนี้ก็คือ The Doors ได้นำมันไปแสดงสดในรายการดัง “The Ed Sullivan Show” เมื่อวันที่ 17 กันยาฯ ปี 1967 และโปรดิวเซอร์ขอร้องให้เปลี่ยนเนื้อเพลงประโยคหนึ่งจาก “girl, we couldn’t get much higher” มาเป็น “girl, we couldn’t get much better” เพื่อความเหมาะสม   ทางวงรับปากว่าจะทำ แต่พอตอนเล่นออกอากาศจริง มอร์ริสันกลับร้องแบบเดิมเป๊ะๆ   มอร์ริสันอ้างว่าเค้าลืมเพราะตื่นเวที แต่นั่นทำให้ซัลลิแวนฉุนขาด และไม่เคยเชิญ The Doors กลับมาออกรายการอีกเลย

            แม้เจ้าของเสียงร้องอย่างมอร์ริสันจะตายไปแล้ว แต่เพลงๆนี้ไม่ได้ตายตามไปด้วย   Light My Fire ได้ถูกศิลปินเพลงร่วม 30 คนนำไปคัฟเวอร์ใหม่ อาทิ Jose Feliciano, Amii Stewart, UB-40, และ Will Young

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

The_doors 

“The Doors” (มอร์ริสัน, มันซาเร็ค, ครีเกอร์, เดนส์มอร์)

เกี่ยวกับ > The Doors

            The Doors เป็นวงร็อคจากอเมริกาที่ตั้งวงขึ้นในปี 1965 โดยมีสมาชิกคือ จิม มอร์ริสัน (นักร้องนำ), เรย์ มันซาเร็ค (คีย์บอร์ด), ร็อบบี้ ครีเกอร์ (กีตาร์) และ จอห์น เดนส์มอร์ (กลอง)

            The Doors เป็นวงที่มีเสน่ห์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไล่ตั้งแต่นักร้องนำอย่าง “จิม” ที่มีเสียงร้องทรงพลัง, มีพรสวรรค์ในการแต่งเนื้อเพลงและบทกวีอย่างลึกล้ำจนนำไปสู่การตีความ และมีบุคลิกแบบร็อคแอนด์โรลสตาร์ จนถูกยกให้เป็นเซ็กซ์ซิมโบลในยุคนั้น,   “ร็อบบี้” ซึ่งเป็นยอดมือกีตาร์และเป็นผู้แต่งเพลงดังๆให้กับ The Doors หลายเพลง   และ “เรย์” มือคีย์บอร์ดอัจฉริยะ ในเวลาแสดงสด เรย์จะใช้มือซ้ายเล่นเบสคีย์บอร์ด ส่วนมือขวาเล่นอิเล็กทริกเปียโน (The Doors เป็นวงที่ไม่มีมือเบส)   ว่ากันว่าผู้ใดที่เคยอยู่ในการแสดงของพวกเค้า จะเหมือนกับต้องมนต์สะกด

            ‘เรย์ มันซาเร็ค’ เคยกล่าวไว้ในปี 2007 ว่า “ซาวด์ของ The Doors เป็นเหมือน Bauhaus Music ที่มีความสดใหม่ บริสุทธิ์ มันมีคีย์บอร์ดอยู่บนฝั่งหนึ่ง, กีตาร์อยู่บนอีกฝั่ง, กลองคั่นกลาง, เบสไลน์ถูกกลบไว้ข้างล่าง และมีนักร้องนำอยู่เบื้องหน้า นั่นทำให้ซาวด์ดนตรีของThe Door ยังมีความสำคัญอยู่จนถึงปัจจุบัน เพราะมันมีความทันสมัย

The Doors เป็น 1 ในวงร็อคที่อื้อฉาวที่สุดของยุคนั้น โดยสาเหตุหลักๆก็มาจากตัวนักร้องนำ “จิม มอร์ริสัน” ที่ถ่ายทอดด้านมืดออกมาในบทเพลง เค้าหวือหวาโลดโผนทั้งในและนอกเวที เคราะห์ร้ายที่เค้าอายุสั้นนัก จิมตายอย่างลึกลับในปี 1971 ในวัยเพียง 27 ปี โดยได้ข้อสรุปว่าเค้าตายเพราะโรคหัวใจ แต่บ้างสันนิษฐานว่าเค้าตายจากการเสพย์ยาเกินขนาด

การจากไปอย่างไม่มีวันกลับของจิม ยิ่งทำให้ The Doors เป็นที่กล่าวขาน ปัจจุบันพวกเค้าได้ทำยอดขายอัลบั้มไปแล้วกว่า 76 ล้านชุด และยังมียอดขายเฉลี่ยสูงถึงปีละ 1 ล้านชุด

ปัจจุบันสมาชิกที่เหลือ ได้แก่ “มันซาเร็ค” กับ “ครีเกอร์” ได้ร่วมกันทำโปรเจ็คดนตรีในนามของ “Riders on the Storm” โดยดึงศิลปินร็อครุ่นใหม่มาเข้าร่วมวง และนักร้องนำคนล่าสุดคือ Brett Scallions (อดีตนักร้องนำวง Fuel)

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

เกร็ดเล็กๆน้อย > จากเพลง > Light My Fire

          จิม มอร์ริสัน เกลียดเพลงนี้เข้าไส้!   เพราะมันเป็นเพลงที่ทำให้วงดังระเบิดระเบ้อ      แต่เค้ามีส่วนร่วมในการเขียนเพลงนี้แค่น้อยนึง   โดยเนื้อเพลงส่วนใหญ่แต่งโดยมือกีตาร์ “ครีเกอร์”   ส่วนมอร์ริสันนั้นได้ช่วยแต่งเนื้อเพลงบางส่วนในท่อนที่2  

ครั้งหนึ่งมอร์ริสันเคยถามเพื่อนร่วมวงเหล้าว่าคิดยังไงเกี่ยวกับเพลงนี้  

หมอตอบว่า “อั๊วชอบเพลงนี้ว่ะ เว้นแต่ไอ้ประโยคพิลึกๆ

Try now we can only lose And our love become a funeral pyre

ซึ่ง 2 ประโยคที่ว่านี้ เป็นส่วนที่มอร์ริสันแต่งนั่นเอง! (ฮา~)

          เกลียดทั้งๆที่เป็นคนขอให้เค้าแต่ง!   หลังการซ้อมครั้งหนึ่ง จิมเคยขอให้สมาชิกในวงกลับไปแต่งเพลงที่บ้าน และเค้าให้โจทย์ด้วยว่า “เวลาเขียนเพลงให้นึกถึงธาตุทั้งสี่” (ดิน, น้ำ, ลม, ไฟ)   และครีเกอร์มาพร้อมกับไฟในเพลง Light My Fire

          นี่เป็นเพลงเสียตัว!   ด้วยเนื้อหาที่รัญจวนใจ ทำให้มันเป็นเพลงฮิตที่ผู้คนนิยมใช้ในการโหมโรงสำหรับกิจกรรมเข้าจังหวะระหว่างช/ญ (ผมเองยังเคยเจอมาแล้ว แต่ตอนนั้นสาวเจ้าเปิดเวอร์ชั่นที่คนอื่นร้องคัฟเวอร์ ผมเลยไม่เคลิ้มตาม ไม่แน่ถ้าเป็นเวอร์ชั่นนี้ ผมอาจจะกระโจนเข้าใส่ และเสร็จไปแล้วก็ได้ ฮา แลบลิ้น)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s