Just another WordPress.com site

Strawberry Fields Forever


 Strawberry Fields Forever
 
 
Let me take you down,
‘Cos I’m going to Strawberry Fields.
Nothing is real
And nothing to get hungabout.
Strawberry Fields forever….

เพลงกูคราวนี้ พาคุณย้อนกลับไปในปี 1967 กับเพลง "Strawberry Fields Forever" ของวง The Beatles

ไม่น่าเชื่อ ผมเองรู้จักวง The Beatles จากพ่อมาจะร่วม 20 ปีแล้ว แต่ว่าผมพึ่งจะได้ฟังเพลงนี้เมื่อไม่นาน!

เท่าที่ผมรู้ผู้ใหญ่รุ่นพ่อหลายคนจะไม่ค่อยชอบงานของสี่เต่าทองในยุคหลังๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายไซคีเดลิก และอุดมไปด้วยการทดลองทางดนตรี

แต่ผมนี่"โคตรชอบ"เลยครับ แบบนี้แหละเข้าทางนัก   เมื่อผมได้ผมฟังเพลงนี้แล้วก็รู้สึกได้ถึงอิทธิพลที่ซึมลึกฝังรากมาสู่วงร็อกยุคหลังๆ ไม่ว่าจะ Radiohead, Blur, Nirvana, และอีกมากมาย

 

"Strawberry Fields Forever" ถูกตัดเป็นซิงเกิลแผ่นคู่พร้อมกับ "Penny Lane"

โดย "Strawberry Fields Forever" เป็นผลงานของ John Lennon ขณะที่ "Penny Lane" เป็นผลงานของ Paul McCartney  แต่ทั้ง 2 เพลงมีจุดร่วมที่เหมือนกันคือเป็นการพูดถึงความทรงจำในวัยเด็กของทั้ง 2 คนในเมือง Liverpool

"Strawberry Fields Forever" เป็นเพลงแรกที่บันทึกเสียงสำหรับอัลบั้ม Sgt. Pepper’s Lonely Hearts Club Band ซึ่งเป็นช่วงยุคปฏิวัติทางดนตรีของสี่เต่าทอง  และเพลงนี้เป็นเพลงที่ John ภาคภูมิใจมาก เค้าคิดว่ามันเป็น 1 ในผลงานที่ดีที่สุดของเค้ากับ The Beatles

ภาคดนตรีนั้นซับซ้อนและล่องลอยตามสไตล์ไซคีเดลิก  สนับสนุนห้วงฝันของ Lennon ให้เราได้จินตนาการตาม   นอกจากนี้ยังมีการนำเครื่องดนตรีสังเคราะห์ Mellotron มาใช้ในเพลงของ The Beatles เป็นครั้งแรกอีกด้วย (ไอ้ช่วงที่มีเสียงเหมือน Flute มันมาจากเจ้านี่เองล่ะครับ หน้าตาของมันจะคล้ายๆกับคีย์บอร์ด)

 

"Strawberry Field" เป็นชื่อสถานที่ที่มีอยู่จริงในบ้านเกิดของ John มันเป็นสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าจากสงคราม  และเป็นที่ๆ John มีความทรงจำในวัยเด็กมากมาย  John กับเพื่อนๆของเค้าชอบแอบไปเล่นในสวนด้านหลังเป็นประจำ  และในทุกๆหน้าร้อน John กับป้า Mimi จะไปร่วมสังสรรค์ในงานเลี้ยงใหญ่ของที่นี่ (จากความทรงจำของป้า Mimi ทันทีที่เสียงดนตรีดังขึ้น John จะกระโดดโลดเต้น  และตะโกนว่า "ป้ามีมี่ เร็วเข้า  เดี๋ยวเราจะไปไม่ทัน")

"Strawberry Field" เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของที่แห่งหนึ่ง ที่เป็นการหลบหนีออกจากโลกความจริง  ในช่วงปีดังกล่าว John ต้องเผชิญกับปัญหามากมาย ทั้งความเหนื่อยล้าจากการออกทัวร์, การหย่าร้าง, การถูกต่อต้านอย่างรุนแรง (จากกรณีที่ John เคยกล่าวว่า The Beatles ดังกว่าพระเยซู และกรณีความขัดแย้งจากการทัวร์ที่ฟิลิปปินส์)  และในช่วงนี้เอง John เสพย์ยาหนักขึ้นๆ  รวมไปถึงยาหลอนประสาท LSD ที่กำลังเป็นที่นิยมของศิลปินในยุคนั้น จนเป็นที่มาของแนวเพลง "ไซคีเดลิก"

เพลงนี้มีความเป็นส่วนตัวสูงทีเดียว คือนอกจากจะมีการพูดถึงสถานที่แห่งความทรงจำในวัยเด็ก และห้วงฝันของเค้าแล้ว  มันยังสื่อถึงตัวตนของเค้าเองอีกด้วย  โดยในท่อนหนึ่งที่กล่าวว่า "No one I think is in my tree, I mean it must be high or low." ตัว John เองเคยพูดถึงความหมายของท่อนนี้ไว้ว่า ‘Nobody seems to be as hip as me, therefore I must be crazy or a genius.’ (คงไม่มีใครที่จะล้ำหน้าอย่างผม  ดังนั้นผมจะต้องเป็นคนบ้าหรือไม่ก็อัจฉริยะ)

 

เกร็ดเล็กๆน้อยจากเพลง

ความฮือฮาอีกอย่างหนึ่งของเพลงนี้ก็คือ  พวกสำนัก "Paul is Dead" ที่เชื่อว่า Paul ได้ตายไปแล้วตั้งแต่อุบัติเหตุรถยนต์เมื่อปี 1966 ระบุว่าในช่วงท้ายของเพลงนี้ John ได้พูดว่า "I buried Paul" (ชั้นฝังพอล)  ขณะที่ John ได้ออกมาแก้ข่าวในหลายปีให้หลัง โดยเค้ายืนยันว่าประโยคที่ว่านั้น เค้าพูดว่า "Cranberry Sauce" ไม่ใช่ "I buried Paul" แต่อย่างใด

 

(ใครที่สนใจอยากรู้เรื่อง "Paul is Dead" ก็หลังมุมตึก e-mail มาถามกันได้นะ  หรือถ้าอยากรู้ให้กระจ่างเลย เราขอแนะนำ link ให้)

http://en.wikipedia.org/wiki/Paul_Is_Dead

 www.beatles-discography.com/appendicies/paul-is-dead-clues.html

http://digilander.libero.it/p_truth/ 

 

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->
Advertisements

2 responses

  1. mallikamart

    จิงรึป่าว?
    ที่นักร้องชอบแต่งเพลงจากชีวิตจิงของตัวเอง
     
    แล้วบางทีถึงมันไม่ใช่ชีวิตของตัวเอง
    คนฟังก็คาดหวังให้มันเป็นแบบนั้น
     
    แต่ชอบนะเพลงนี้
    บางทีคนเราก็อยากหลุดออกไปจากโลกความจิงที่โหดร้ายอ่ะ

    กันยายน 19, 2006 ที่ 10:12 am

  2. albert

    ศิลปินส่วนใหญ่ ไม่ว่า หนัง, เพลง, หนังสือ, ฯลฯ
    ในงานของพวกเค้ามักจะมีเสี้ยวตัวตนแฝงเข้าไปในนั้นด้วยเสมอแหละ
    และนั่นทำให้งานศิลปะหลายๆชิ้นโดนใจ เพราะว่ามันถ่ายทอดมาจากใจของศิลปินไง

    กันยายน 22, 2006 ที่ 2:04 pm

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s