Just another WordPress.com site

“แผ่นดินเดือด” ตอน “สตูก้า” (Fin)


สารคดีสงครามโลกชุด "เครื่องบินดำทิ้งระเบิด สตูก้า" ก็ได้เดินทางมาถึงตอนจบ
ในคลังของผมยังเหลือตอน "เรือดำน้ำ ยู-โบท" และ "จรวด วี-วัน" เป็นตอนสุดท้าย ก็จะพยายามนำมาลงจนครบ ใครที่สนใจก็รอติดตามอ่านได้นะครับ
 
ในตอนนี้คงต้องมีการชี้แจงแถลงไขเล็กน้อย
ก่อนอื่นต้องบอกว่าที่นำสารคดีชุดนี้มาลง ไม่ได้เป็นเพราะว่าบ้าสงคราม ( เคยมีญาติที่ต่างประเทศ ซึ่งอ่านภาษาไทยไม่ออก เข้ามาใน blog ผม แล้วก็ถามทำนองว่า "ผมเป็นพวกคลั่งนาซีรึปล่าว? [ฮา…] )
ซึ่งจริงๆแล้วผมควรจะดีใจมากกว่าถ้าสารคดีชุดนี้จบลงในบล็อก เพราะว่าคนอ่านน้อย, กินพื้นที่เยอะมาก แล้วก็พลอยบดบังคอลัมน์อื่นๆไปด้วย แต่ผมยึดถือคติประจำใจว่า ทำอะไรแล้วก็จะพยายามทำให้สำเร็จถึงที่สุด
 
และที่มาของสารคดีชุดนี้ก็เป็นเพราะพอดีได้ทำงานแปล แล้วก็เห็นว่ามันเป็นประโยชน์ ในแง่ของประวัติศาสตร์โลก เพราะเท่าที่ลองค้นคว้าดูในเว็บไซต์ภาษาไทย พบว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับสงครามโลกในเชิงลึกน้อยมาก
 
สำหรับผม เมื่อได้มาทำงานแปลสารคดีชุดนี้ ก็ทำให้ได้รับรู้อีกหลายๆมุมมองที่ไม่เคยได้รู้ และผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสนใจและมีเสน่ห์ในตัว
 
ถึงแม้ "นาซี", "ฮิตเลอร์" หรือใครก็ตามที่เกี่ยวข้อง ได้ถูกกล่าวหาว่าเป็นอาชญากรสงคราม ความโหดร้ายของพวกเค้านั้นเกินกว่าที่จะพรรณนา และเป็นที่รับรู้โดยทั่วกัน 
 
แต่ในอีกแง่หนึ่ง อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเค้ากระทำการเช่นนั้น? ทำไม? และในแง่ที่เป็นคุณแก่การทำงานหรือการใช้ชีวิตของเราเอง อะไรเป็นสาเหตุของความสำเร็จและความล้มเหลว? อะไรที่ทำให้กองทัพที่มีขนาดเล็กกว่าและอาวุธน้อยกว่า แต่สามารถมีชัยเหนือกองทัพพันธมิตรได้หลายครั้งหลายครา จนเกือบจะเปลี่ยนแปลงอนาคตโลก
 
เบอท
 
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 
 
 
สารคดีสงครามโลกครั้งที่2
ชุด "แผ่นดินเดือด" ตอน "สตูก้า" (Fin)
(Stuka Dive Bomber)
 
 
 

Russia 1942 

 

ในปี1942 กิจการทหารโดยหลักของเยอรมันถูกโยกไปทางใต้ในคอเคซุส ที่ซึ่งฮิตเลอร์คาดหวังตัดเสบียงน้ำมันของสตาลิน

 

แม้เส้นทางส่วนใหญ่ในไครเมียจะถูกยึด พวกเขาต้องเผชิญการต้านทานที่หนักหน่วงขึ้นจากครั้งก่อนๆ

 

ในหลายสัปดาห์ เยอรมันเข้าโอบล้อมป้อมท่าเรือใหญ่แห่งเซวาสทิวัล เหมือนเช่นเคยสตูก้าเข้าร่วมปฏิบัติการ และเมืองถูกระเบิดถล่มอย่างหนัก

 

ในที่สุดเซวาสทิวัลแตกพ่าย แต่ความล่าช้าถ่วงเวลาการยึดครองของฮิตเลอร์ และในอีกไม่กี่เดือน การถอยหนีอย่างเต็มรูปแบบจากคอเคซุสได้เกิดขึ้น

 

ณ บัดนี้ กระแสการต่อต้านได้ถาโถมกระหน่ำฮิตเลอร์ และความพ่ายแพ้ที่สตาลินกราดในต้นปี1943 ด้วยการสูญเสียกำลังหมดทั้งกองทัพ  เป็นจุดผกผันที่ร้ายแรงและเปลี่ยนแปลงไม่ได้   เขายังคงส่งกองทัพขนาดใหญ่เข้าสู่สนามรบ และชี้ขาดว่าเยอรมันจะต้องเข้าประลองกำลังกับกองทัพแดง

 

 

+ + + + + + + + + + >

 

Russia 1943

 

โซเวียตถูกบุกรุกรอบๆเมืองเคิร์ส

 

ในเบอร์ลิน เหล่าเสนาธิการฯเริ่มวางแผนยุทธการซิทาเดล การตีกระหนาบครั้งใหญ่ เป้าหมายคือลบถิ่นข้าศึกในเคิร์ส

 

ตอนนี้เหล่าแม่ทัพโซเวียตคุ้นเคยกับกลวิธีของข้าศึกเป็นอย่างดี และคาดเดาการโจมตีได้อย่างแม่นยำ

 

ทั้งทหารและพลเมืองอุทิศตนในการเตรียมการอย่างสุดเรี่ยวแรง 

 

เยอรมันได้รับสัญญาณเตือนถี่ขึ้นจากยานเกราะใหม่โซเวียตที่เปี่ยมทั้งปริมาณและคุณภาพ สตูก้าบางลำได้รับการดัดแปลงพิเศษเพื่อการต่อสู้รถถัง หนึ่งในนั้นขับโดยแฮนส์ รูเดล ซึ่งตอนนี้ได้รับมอบหมายภารกิจพิเศษเป็นหัวหอกทำลายรถถัง

 

 

สตูก้ารุ่น "แทงค์บัสเตอร์" ได้ติดตั้งปืนใหญ่ทะลวงยานเกราะแฟลคเอตทีน 37มม. 2กระบอก ปล่อยกระสุนจากใต้ปีก และประสบผลสำเร็จสูง

 

ด้วยภาพลักษณ์ที่แตกต่างมันจึงได้นิกเนมว่า สตูก้า-นุคเกอร์-แลงเง่น-ชแตงเง่น หรือชื่อที่สื่อภาพชัดเจนคือแพ็นเซอร์-แน็คเกอร์ ผู้พิชิตรถถังรูเดลทำลายรถถังกว่า 500 คันในเครื่องบินลำนี้

 

 

ช่างประจวบเหมาะ สตูก้าลำสุดท้ายเป็นแท็งค์บัสเตอร์ แม้ว่าปืนใหญ่ใต้ปีกจะหายสาบสูญ

 

หลังความล่าช้าจากการลำเลียงรถถังเยอรมันใหม่ ยุทธการซิทาเดลเริ่มขึ้นในต้นเดือนกรกฎาฯ ฮิตเลอร์ทราบดีว่าไม่มีวันที่เยอรมันจะสามารถรวมกำลังพลได้เฉกเช่นที่เคิร์ส   นอกจากนี้  ศัตรูของเขายังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เขาบอกเหล่านายพล ท้องไส้ข้าฯปั่นป่วนเมื่อคิดถึงการรบครั้งนี้ แต่ข้ามองไม่เห็นทางเลือก

 

จากความประทับใจในความสำเร็จครั้งก่อนของสตูก้า โซเวียตพัฒนาเครื่องบินดำทิ้งระเบิดและเครื่องบินโจมตีภาคพื้นดินได้สำเร็จ

 

สตูก้าถูกขัดขวางบ่อยครั้งโดยหมอกฝุ่นหนาทึบและควันที่ลอยอยู่เหนือสนามรบ และโดยการกระหน่ำโจมตีอากาศยานของโซเวียต แต่เมื่อสบโอกาส สตูก้าแท็งค์บัสเตอร์ได้แสดงแสนยานุภาพ ทำลายยานเกราะโซเวียตกว่า 60 คันภายในวันเดียว

 

ในคราเดียว รูเดลคว่ำแถวรถถังรวม12คัน แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอ การรบยืดเยื้อนานเกือบ50วัน

 

ถึงแม้ว่ามันจะมีจุดอ่อน สตูก้าก็ยังออกปฏิบัติการ มันถูกส่งเข้าสนับสนุนการโจมตีในแนวรบอย่างต่อเนื่อง

 

ลุฟท์วาฟเฟอะใช้เครื่องบินทุกลำที่มีอยู่ แต่มันล้าสมัยในการต่อสู้ เพราะว่ามันไม่ได้การ, เชื่องช้า และด้วยการสูญเสียอย่างหนัก สงครามในตะวันออกจึงพ่าย เหล่าพลบินต้องชดใช้สำหรับความอำเภอใจและความผิดพลาดของเกอริ่ง

 

 

+ + + + + + + + + + >

 

 

Italy 1944

 

 

 

ในอิตาลี พันธมิตรตะวันตกเผชิญกับการรบที่ดุเดือด, สูญเสีย และเชื่องช้า   ปะทะการรุกที่ได้รับจัดการอย่างช่ำชอง กองทัพเยอรมันนำโดยนายพลเคสเซลริ่ง ผู้บัญชาการคนก่อนของลุฟท์วาฟเฟอะ

 

และในเดือนมกราคม1944 กองทัพบริติชยกพลขึ้นบกหลังแนวรบเยอรมันที่อันซิโอ้ การตอบโต้ของเคสเซลริ่งเป็นไปอย่างฉับพลันและได้ผล ในการขยายผล สตูก้าของเยอรมันโฉบลงโจมตีทหารและเรือของพันธมิตรอย่างไม่ปรานี

 

เยอรมันฟื้นกำลังพลอย่างรวดเร็ว และกองกำลังรบนอกประเทศของพันธมิตรกำลังจะถูกผลักกลับลงสู่ทะเล ทว่า ความล้มเหลวในการวางยุทธศาสตร์ของเยอรมันกำลังใกล้เข้ามา

การจู่โจมฉับพลันครั้งนี้เป็นความสำเร็จครั้งสุดท้ายของสตูก้า

 

กระแสชัยได้หวนกลับไปทางฝั่งพันธมิตรอย่างเด่นชัด พวกเขาอิ่มเอมใจในความได้เปรียบทางอากาศ

 

นภาไม่เปิดช่องทางให้แก่ยานไฟเตอร์ที่ดีและเร็วที่สุดของลุฟท์วาฟเฟอะ ทิ้งสตูก้าที่เชื่องช้างุ่มง่ามไว้ตามลำพัง

 

 

+ + + + + + + + + + >

 

 

Normandy 1944

 

 

หลังวันดี-เดย์ในเดือนมิถุนายน1944 ไทฟุนและมัสแตงของพันธมิตร ติดตั้งระเบิด, ปืนใหญ่ และจรวด บุกอย่างรวดเร็วดุดัน โจมตีเป้าหมายก่อนที่ฝ่ายตั้งรับจะทันรู้ตัว

 

ใน 3 สัปดาห์แห่งการรุกราน พวกเขาทิ้งระเบิด 12,500 ตันเฉพาะบนสนามบินและเส้นทางคมนาคม   3ปีก่อนหน้า สตูก้าและบอมเบอร์ของลุฟท์วาฟเฟอะได้โจมตีทำลายล้างกองทัพแดงที่ล่าถอย   บัดนี้กองทัพเยอรมันเผชิญกับการทำลายล้างอย่างไร้ปรานีจากทางอากาศ ในระดับที่สูงกว่ามาก

 

เข้าใกล้ปี1945 มหาสงครามใกล้สิ้นสุด เยอรมันถูกบดขยี้ในวงล้อมของพันธมิตรตะวันตก กับกองทัพแดงที่ใหญ่และดุดัน  แม้ว่านาซีเยอรมันใกล้เข้าสู่อวสาน การสู้รบยังคงดำเนินต่อ   แม้ขาดแคลนนักบิน, ช่างเครื่อง และเครื่องบิน ลุฟท์วาฟเฟอะยังคงโบยบิน

 

ไม่มีการสร้างสตูก้าเพิ่ม และการผลิตยุติในเดือนตุลาคม1944 แต่เครื่องบินที่ยังเหลืออยู่ในมือยอดนักบินอย่างรูเดล ยังคงดำเนินภารกิจท่ามกลางวงล้อมศัตรู

 

 

+ + + + + + + + + + >

 

 

Berlin 1945

 

เมษายน 1945 กองทัพแดงพร้อมรุกรานเยอรมันด้วยตัวเอง แม่น้ำอัลเดอร์และไนซ่า เป็นปราการสุดท้ายจากเส้นทางโซเวียตสู่เบอร์ลิน ภายใต้การระดมยิงปืนใหญ่ วิศวกรโซเวียตได้ก่อสร้างสะพานเหล็กข้าม2ทางน้ำใหญ่

 

ในการโจมตีเป้าหมายใหม่ สตูก้าฝูงสุดท้าย บินโรยราเข้าสู่สมรภูมิสุดท้าย พยายามอย่างสิ้นหวังที่จะทำลายสะพาน เป็นครั้งที่สุดท้ายแตรแห่งเจริโคเปล่งเสียง แต่ภารกิจล้มเหลว และกองทัพโซเวียตสามารถข้ามสะพาน ตรงเข้าสู่เบอร์ลิน

 

มันเป็นความภูมิใจของพลบินสตูก้า ไม่ว่าทหารราบไปแห่งใด สตูก้าจะตามไป และเมื่อกองทัพที่เหลือของฮิตเลอร์ถูกทำลาย สตูก้าก็สิ้นเสียงลงในที่สุด

 

 

ตระหง่านอยู่ในมุมสงบ ในรอยัลแอร์ฟอร์ซมิวเซียมที่เฮนเดิน สตูก้าลำเดียวของบริเตน อยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ปัจจุบันนี้คงนึกภาพได้ยาก ว่ายามอยู่บนฟ้า ปีกที่มีรูปทรงโดดเด่น จะช่วยเครื่องบินให้เป็นนกเหล็กนักล่า ถลาเข้าจู่โจมเหยื่อ

 
ตกรุ่นเมื่อเริ่มสงคราม แต่การใช้งานถูกจังหวะและใช้นักบินได้ถูกคน สตูก้าได้สาธิตให้เห็นว่า มันเป็นหนึ่งในสุดยอดอาวุธ ที่ร้ายแรงและน่ากลัว ในประวัติศาสตร์สงคราม 
 
 

+ + + + + + + + + + > (Fin)

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s