Just another WordPress.com site

“แผ่นดินเดือด” ตอน “สตูก้า” (3)


สารคดีสงครามโลกครั้งที่2
ชุด "แผ่นดินเดือด" ตอน "สตูก้า" (3)
(Stuka Dive Bomber)
 
 
 
 
The Channel 1940

 
 
16กรกฎาฯ ฮิตเลอร์ลงนามคำสั่งหมายเลข16 กำหนดแผนสำหรับการรุกรานอังกฤษ

 

การเปิดฉากกระหน่ำโจมตีเกิดขึ้นโดยลุฟท์วาฟเฟอะ ซึ่งได้รับมอบหมายภาระหนักหน่วง เป้าหมายอย่างแรก คือการโอบล้อมแนวรับชายฝั่งบริติช และปิดช่องแคบสกัดการเดินเรือ ถัดมาสนามบินและเป้าหมายอื่นในดินแดนถูกโจมตี กองทัพฯที่2และ3ของเกอริ่งประจำการในฝรั่งเศสและเบลเยี่ยม ศัตรูเอกของพวกเขาคือ เฮอร์ริเคน และสปิตไฟร์ แห่งหน่วยไฟเตอร์คอมมานด์ของ อาร์เอเอฟ

 

บรรดาแม่ทัพของลุฟท์วาฟเฟอะตระหนักถึงวิถีสั้นของยานรบไฟเตอร์

 

การรุกคืบเข้าสู่บริเตนพวกเขาต้องทะลุทะลวงโดยแข่งกับเวลา  เหล่าแม่ทัพหวังที่จะทำลายหน่วยไฟเตอร์คอมมานด์ให้ได้มากที่สุดในระหว่างการรบเหนือช่องแคบ    

10กรกฎาฯ ศึกช่องแคบเริ่มต้นอย่างจริงจัง  และสตูก้าทำลายเรือเดสทรอยเยอร์2ลำของรอยัลนาวี  ในหลายสัปดาห์แตรแห่งเจริโคแผดเสียงดังอย่างต่อเนื่อง  เรือคุ้มกันชายฝั่งของบริติชถูกกระหน่ำโจมตี  เช่นเดียวกับเดสทรอยเยอร์ที่โดเว่อร์และที่ท่าปลายทางอื่นๆ

 

พลขับสตูก้าจะได้รับการฝึกเฉพาะด้านในการโจมตีการเดินเรือ การคะเนความสูงเหนือระดับน้ำทะเลยาก โดยเฉพาะในยามที่ทะเลสงบ

 

พลขับสตูก้าที่ถูกสั่งให้ร่อนลงทะเลต้องพบสถานการณ์ลำบาก  การลงสู่ผืนน้ำ โครงสร้างส่วนล่างจะฉุดเครื่องบินทิ่มหน้าอย่างแรง อัตราการเสียชีวิตสูง  และถ้าพลบินสละยาน แพชูชีพและเครื่องยังชีพอยู่ในค็อกพิท

 

ทรัพยากรของหน่วยไฟเตอร์คอมมานด์ได้ร่อยหรอลงจนเกือบถึงขีดสุด ขณะที่สตูก้ามีการสูญเสียเบาบางเมื่อเทียบกับผลงานการทำลายของมัน

 

ปลายเดือนกรกฏาฯ กองทัพเรืออังกฤษถูกบีบคั้นไม่ให้เรือเดสทรอยเยอร์แล่นได้ในช่องแคบตามวัน  เรือฟลอทิลล่าซึ่งเหลืออยู่ที่โดเว่อร์ถูกเคลื่อนย้ายไปในที่ๆปลอดภัยกว่า ห่างจากบริเวณที่คาดว่าจะถูกรุกราน

 

สตูก้าบรรลุภารกิจที่ได้รับมอบหมาย แต่เกอริ่ง ได้ตัดสินใจชี้ชะตาใช้ยุทธวิธี สำหรับการโจมตีเป้าหมายในถิ่นข้าศึก มันเป็นภารกิจที่ไม่ลงตัวอย่างชัดแจ้ง

 

 

+ + + + + + + + + + + + + + + >
 
 The Battle of Britain 1940 

 

 

การเผชิญหน้ากับเฮอร์ริเคนและสปิตไฟร์ สตูก้าตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างรุนแรง   พวกเขาด้อยกว่าทั้งความเร็ว, การบังคับ และอาวุธ   โดยปกติค็อกพิทจะไม่มีเกราะป้องกัน   จุดอ่อนเหล่านี้เป็นที่ทราบดีแก่เหล่านักบินรบบริติช   ระหว่างการยุทธที่ฝรั่งเศส เคอร์ทิส ฮอว์ค แห่งทัพฟ้าฝรั่งเศส ได้เผชิญกับแนวรบสตูก้าซึ่งกำลังโจมตียานเกราะฝรั่งเศสและทำลายไปได้ 16 คัน   บัดนี้เมื่อใดที่สตูก้าถูกขับไล่โดยปราศจากการคุ้มกันจากเครื่องบินไฟเตอร์   ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเสมอคือความพินาศ นักบินของอาร์เอเอฟหนำใจและเรียกเหตุการณ์นี้ว่าสตูก้าปาร์ตี้

 

ตลอดช่วงแรกของเดือนสิงหาฯ ตามคำสั่งส่วนตัวของเฮอร์มัน เกอริ่ง   เครื่องบินดำทิ้งระเบิดถอนกำลังจากแนวหน้า   สตูก้าถูกย้ายไปไว้ที่ค่ายพักหรือที่ราบเพื่อพักและรวมกลุ่มใหม่ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการรุกครั้งต่อไป

 

จากอุปสรรคของเกอริ่ง หน่วยฯไฟเตอร์คอมมานด์ยังไม่เสียหาย   หลังจำยอมยกเลิกแผนการรุกราน   ลุฟท์วาฟเฟอะเบนเป้าไปทิ้งระเบิดถล่มเมืองของบริติช

 

 

ความล้มเหลวได้เกี่ยวโยงไปถึงตัวผู้บังคับบัญชาของลุฟท์วาฟเฟอะ นายพล เอิร์นสท์ อูเด อดีตนักบินมือหนึ่งจากสงครามโลกครั้งแรก

 

อูเดได้รับตำแหน่งใหญ่จากการอุปถัมภ์ของฮิตเลอร์   เกอริ่งแคลงใจมานานในความสามารถของเขา รวมทั้งบุคลิกของยูเดที่พิสูจน์ว่าเขาเป็นผู้ปกครองที่แย่  

 

เกอริ่งก็เป็นที่เทิดทูน และทั้งสองขาดแคลนอาวุธในการจัดเตรียมลุฟท์วาฟเฟอะสำหรับการประลองครั้งใหม่

 

ฮิตเลอร์ยืนกราน ว่าสงครามใกล้จะชนะ และด้วยสรรพาวุธที่มีอยู่

 

ยูเดชื่นชมในเครื่องบินดำทิ้งระเบิดเคอร์ทิสของสหรัฐ ซึ่งถอดแบบการพัฒนามาจากเยอรมัน   แต่ในปี1940 การออกแบบสตูก้ามาถึงขึ้นสุกงอม   และกองทัพอากาศไรซ์คาดว่าการผลิตจะเสร็จสมบูรณ์ในปี1941   แม้ว่าสตูก้าจะมีอัตราการสูญเสียสูงในการรบที่บริเตน โดยมาตรฐานมันคือความสำเร็จที่ปฏิเสธไม่ได้

 

 

สตูก้ายังคงอยู่ในสายการผลิต และแม้ว่าการปรับปรุงหลายอย่างจะถูกผสมผสานในรุ่นต่อๆมา การออกแบบพื้นฐานยังเหมือนเดิม   การเปลี่ยนแปลงเป็นไปตามความต้องการหรือเงื่อนไขที่เฉพาะเจาะจง  

 

 

เอทตี้เซเว่น-บี-สตูก้า จำนวนหนึ่งถูกสร้างมาเพื่อใช้งานในทุ่งน้ำแข็งเหมาะกับสภาพอากาศ  

 

 

สำหรับทะเลทราย เอทตี้เซเว่น-บีอาร์-โทรฟิช ได้เพิ่มพลังเครื่องกรอง   รุ่นวิถีไกลเอทตี้เซเว่น-อาร์ออกแบบมาเพื่อต่อสู้นาวี มีถัง300ลิตร2ถังสำหรับการบรรจุระเบิดตรงส่วนปีก และมีการติดตั้งวิทยุสื่อสาร

 

 

 

ความสำเร็จของสตูก้าเป็นที่ประทับใจในลุฟท์วาฟเฟ่อ และผลที่ตามมาคือ ยุงเคอร์-เอทตี้เอท2เครื่องยนต์ ถูกดัดแปลงเป็นเครื่องบินทิ้งระเบิด  

 

 

ที่โดดเด่นยิ่งกว่า ในบรรดาการดัดแปลงเครื่องบินทิ้งระเบิด คือเจ้า4เครื่องยนต์ แฮนเคิล-วัน-เซเว่น-เซเว่น

 

 

ในหมู่พลอากาศหนุ่มเยอรมัน ความกระตือรือร้นต่อสตูก้ายังคงแรงกล้าอย่างเช่นเคย   มือหนึ่งของสตูก้าที่โด่งดังที่สุดคือ ฮานส์ อุลริช รูเดล วีรบุรุษแห่งชาติ   ทั้งคนและเครื่องบินได้รับการสรรเสริญ

 

<+ + + + + + + + + + + + >

 

Advertisements

2 responses

  1. ♡ Natsu(mi)-chan♡

    Hi,
    it’s very good pic, it’s nice celebration there.
    thanks again for pic
     
    -natsu-

    มิถุนายน 9, 2006 ที่ 2:03 am

  2. Nattawat

    อังกฤษมีเครื่องบินรบชั้นเยี่ยมอยู่เยอะ ไม่ว่าจะเป็นฮอว์เกอร์ เฮริเคน ฮอว์เกอร์ ไทฟูน หรือแม้แต่ซูเปอร์มารีน สปลิตไฟร์ แต่เครื่องบินของอังกฤษมีปัญหาก็คือเครื่องมักเดินสะดุดเพราะเครื่องบินใบพัดของอังกฤษใช้ระบบสันดาปจากแรงอัดไอดีของลูกสูบที่จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ซึ่งรวนง่าย เครื่องสะดุดบ่อย ในขณะที่ของเยอรมันใช้ระบบหัวฉีดกลไกของเดมเลอร์เบนซ์ ทำให้การจ่ายน้ำมันแม่นยำกว่าเยอะ เครื่องไม่สะดุด เวลาบินผาดโผนทำได้ง่าย ในขณะที่เครื่องของอังกฤษมีปัญหาเวลาบินผาดโผนเพราะเครื่องยนต์มีการตั้งฉากและเปลี่ยนทิศทางบ่อย ๆ ทำให้การจ่ายสะดุดได้ง่าย ยิ่งกว่านั้นนักบินเยอรมันได้รับการฝึกฝนมาดีกว่าของอังกฤษ มีความกล้าและนิ่งกว่าอังกฤษ จึงได้ชัยชนะในช่วงแรก แต่ช่วงหลังอังกฤษตีตื้นขึ้นมาได้เพราะอังกฤษแก้ทางของเยอรมันได้ เยอรมันจึงแพ้
     
    แต่จริง ๆ แล้ว ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เยอรมันไม่อาจชนะอังกฤษได้อย่างเด็ดขาดก็คือ
     
    1. เครื่องบินทิ้งระเบิดของเยอรมันมีแต่เครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดเล็กและขนาดกลาง แต่ไม่มีเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ ทำให้ไม่สามารถทิ้งระเบิดสร้างความเสียหายได้อย่างมากมายต่ออังกฤษ อังกฤษจึงตั้งตัวได้ และไปขอความช่วยเหลือจากอเมริกาซึ่งมีกองทัพที่มีขนาดใหญ่ เยอรมันจึงค่อย ๆ ตกเป็นฝ่ายถูกกระทำและพ่ายแพ้ไปในที่สุด
     
    2. เยอรมันมีกองทัพเรือที่เล็กเกินไป รวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ไม่หลากหลาย มีแค่เรือประจัญบานลำใหญ่อยู่แค่ไม่กี่ลำ เรือประจัญบานขนาดเล็กก็ไม่มากนัก ยิ่งกว่านั้นเรือเช่นว่าโดนอังกฤษจมไปจนหมด นอกนั้นก็มีเรือดำน้ำซึ่งก็เป็นเขี้ยวเล็บที่ร้ายกาจของเยอรมันแต่ก็ทำได้แค่นั้นเนื่องจากเยอรมันขาดหน่วยรบทางน้ำอื่น ๆ มาช่วยสนับสนุนให้การรบมีความหลากหลายและยืดหยุ่น ไม่มีเรือพิฆาตซึ่งเป็นเรือม้างานที่มีจำนวนมากพอ ไม่มีเรือบรรทุกเครื่องบินที่ช่วยให้มิติการรบหลากหลายขึ้นกว่าเดิม จึงไม่สามารถเอาชนะกองทัพเรืออังกฤษได้ และไม่อาจหาโอกาสยกพลขึ้นฝั่งอังกฤษได้ ทำให้อังกฤษตั้งหลักได้และประสานกับอเมริกาตีโต้เยอรมันจนเยอรมันพ่ายไปในที่สุด
     
    แน่นอนว่าเยอรมันสูญเปล่ามาก ๆ ในการจัดการกับอังกฤษ ด้วยเหตุต่าง ๆ เหล่านี้

    มิถุนายน 10, 2006 ที่ 8:14 am

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s