Just another WordPress.com site

แผ่นดินเดือด: “แพนเซอร์สำแดงเดช” (ตอนจบ)


แผ่นดินเดือด: "แพนเซอร์สำแดงเดช" (ตอนจบ)

 

 

The Tiger Strikes

 

5กรกฎาคม1943 ซูคอฟรู้เวลาโจมตีที่แน่นอน 3:30นาฬิกา   10นาทีก่อนที่แถวทหารเยอรมันจะเคลื่อนไหว โซเวียตเปิดฉากระดมยิงปืนใหญ่
 
ในม่านหมอกแห่งระเบิด กลุ่มทหารเยอรมันไหลหลั่งเข้าสู่ปฏิบัติการ  
และบนท้องฟ้าอื้ออึงไปด้วยเสียงคำรามของฝูงบินเยอรมันที่ถล่มโจมตีหลายพันครั้ง

 

การพ่ายแพ้จากทางเหนือ วอน ครูกและกองทัพที่9   ร่วมด้วยผบ.ยานเกราะนายพลโมเดล รุดหน้า7ไมล์ในระหว่างวันแรก   

ทางตอนใต้ วอน มันชไตน์ รุกคืบไป11ไมล์ เป็นความก้าวหน้าต่อเนื่อง   แต่แผนบลิทซ์ครีกแทบไม่เป็นผล พวกเขาติดกับสนามระเบิดของโซเวียต   

เมื่อการบุกดำเนินต่อไป เยอรมันต้องเผชิญอุปสรรคเพิ่มขึ้น   พวกเขาคุ้นเคยการต่อสู้กับศัตรูที่ถือไพ่เหนือกว่า   แต่พวกเขาก็คุ้นเคยกับความเหนือกว่าในด้านคุณภาพบุคลากร ตัวผู้นำ และเครื่องจักรกล 

แต่นี่เป็นครั้งแรก ที่สมรรถนะของรถถังใหม่ ต่ำกว่าเป้าที่คาดหวัง   แพนเธอร์ถูกก่อกวนด้วยปัญหาเครื่องจักร   และเดินทางได้เพียงไม่กี่ไมล์ ก่อนที่จะหยุดทำงาน

โดยปราศจากการฟื้นฟูยานยนต์อย่างเพียงพอ  และขาดช่างที่มีประสบการณ์   รถถังแพนเธอร์จาก200คันเหลือเพียง40คันในปิดท้ายปฏิบัติการวันแรก

 

ฝูงเครื่องบินทิ้งระเบิดสตูก้า เปลี่ยนมาทำหน้าที่พิฆาตรถถัง   และในช่วงเริ่มต้นการรบพวกเขาประสบความสำเร็จอย่างมาก   แต่มันเป็นเครื่องบินที่ไม่สมบูรณ์แบบ   สตูก้าที่บินช้าเป็นเป้านิ่งให้เครื่องบินข้าศึกได้ง่าย   ความได้เปรียบทางอากาศค่อยๆตกไปอยู่ในมือของโซเวียต

 

ในวันที่3 เยอรมันสามารถคว่ำรถถังโซเวียตได้กว่า450คัน   แต่ศัตรูยังครองความได้เปรียบด้านยุทโธปกรณ์อย่างท่วมท้น

อย่างช้าๆ การโอบล้อมกำลังจะมาบรรจบ   ทว่าภาพเยอรมันกวาดต้อนฝูงเชลยอย่างคุ้นเคย  จะไม่มีอีกต่อไป

 

ซูคอฟ ผบ.สูงสุดผู้ช่ำชองในกลยุทธ์การถอยหนี และกลยุทธ์โจมตีกลับ   พวกเขาจะหลอกล่อเยอรมันเข้าสู่แดนพิฆาตรถถัง   โซเวียตคิดค้นกลยุทธ์ใหม่ พวกเขาได้พัฒนาสิ่งที่เรียกว่า”แพ็คยาร์ด”   กลยุทธ์ซับซ้อนเชิงสูงที่ประสานทั้งการรุกและรับ   แผนการรบที่น่าสะพรึงกลัว ออกฤทธิ์ในทันที หลังการถล่มโจมตีด้วยปีนใหญ่หนัก 

เมื่อเป้าหมายแรกบรรลุ เหล่ารถถังหนักก็จะเข้าทำลายล้างอย่างสมบูรณ์   การคาดการณ์ได้ถึงแผนรุกห่อแนวรบ ทำให้แนวรับเยอรมันเตรียมโจมตีกลับได้   แต่ไม่ใช่ก่อนที่ความเสียหายครั้งใหญ่จะเกิดขึ้น

 

*************************

 

Duel To The Death

 

เมื่อมองทะลุผ่านกระจกหน้าขนาดเล็กจากในค็อกพิต   พลรถของทั้ง2ฝ่ายต่างก็ตื่นตะลึง   เมื่อได้เห็นความแข็งแกร่งของขบวนศัตรูที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามา   เนินเขาล้อมรอบทำหน้าที่เป็นแนวรบธรรมชาติให้แก่เหล่ายานเกราะ   2แถวรบใหญ่วิ่งเข้าใส่และทำลายกัน ผลลัพธ์คือการรบที่มีสัดส่วนใหญ่มหาศาล

 

ไม่มีครั้งใดที่จะสูญเสียรถถังมากเท่านี้ มากกว่า1,500คันในการรบครั้งเดียว   ไม่มียุทธศาสตร์ใดที่จะกำหนดการปะทะครั้งนี้   และไม่ได้มีกลยุทธ์หรือการบัญชาใดๆ
ในหมอกฝุ่นที่รถถังดวลกัน  มีการระดมยิงเป้าหมาย 
กระแทกและตะกายใส่กัน  ทำลายหรือถูกทำลายอย่างไร้ปราณี

ผู้สังเกตการณ์รายหนึ่งคิดว่าภูมิประเทศเล็กเกินไปสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  เช่นเดียวกันพลรถถังของกองทัพแดง ได้ผ่านเข้าสู่ตำนานพาหนะแห่งความตาย   เหนือสนามรบ ลุฟท์วาฟเฟ่อและทัฟฟ้าโซเวียตล้อมวงต่อสู้   แต่พวกเขามิอาจมีส่วนร่วมในศึกสุดสยองด้านล่าง   เพราะหมอกฝุ่นหนาและกลุ่มควันมัวทำให้แยกไม่ออกว่าใครเป็นมิตรหรือศัตรู

 

8ชั่วโมงที่การรบโหมกระหน่ำ

หลังจากนั้นทั้ง2ฝ่ายค่อยๆถอนตัว และจัดทัพใหม่   โซเวียตมีรถถังเหลืออยู่เบื้องหลัง300คัน   เยอรมันสูญเสียในจำนวนเท่าๆกัน   โซเวียตทดแทนยานเกราะได้อย่างรวดเร็ว   แต่สำหรับเยอรมัน มันเป็นงานที่หนักกว่า

 

การรุกหลักในการโจมตีกลับของซูคอฟ คือตำแหน่งข้าศึกทางเหนือของเคิร์ส   ตราบที่เยอรมันยังยึดครองโอเรล มอสโคว์ก็ตกอยู่ในอันตราย   เยอรมันต่อกรอย่างแข็งขัน แต่กองทัพเหนื่อยล้าจากการกรำศึกหลายวัน อาวุธสำรองและเสบียงร่อยหรอ   ขณะที่กองทัพแดงสามารถจัดหายานเกราะใหม่ พวกเขารักษาเส้นทางการคมนาคม ไม่มีการขาดแคลนอาวุธและเสบียง

 

การต่อสู้รอบเคิร์สจะดำเนินต่อไปอีก20สัปดาห์
แต่ในสัปดาห์ที่2ของเดือนกรกฎาคม  
เป็นที่แน่ชัดว่ายุทธการซิทาเดลไม่ประสบผลสำเร็จ   แนวตั้งรับของโซเวียตส่วนใหญ่ยังคงสมบูรณ์ บางแนวแผ่200ไมล์ไปฝั่งตะวันออก

 

เยอรมันได้ส่งกำลังยานเกราะในตะวันออกเกือบทั้งหมดเข้าสู่ยุทธการใหญ่ครั้งนี้   แต่มันล้มเหลว และกองทัพซูคอฟเข้ายึดกุมสิ่งที่เหลือของกองพลรถถังเยอรมัน

 

13กรกฎาคม ฮิตเลอร์ออกคำสั่งยกเลิกยุทธการซิทาเดลอย่างเป็นทางการ   โซเวียตมีจำนวนการสูญเสียมากกว่าเล็กน้อย แต่ด้วยกำลังทหารสำรองที่มากกว่า และมาตรฐานการผลิตที่สูงกว่า จะทดแทนได้ในไม่ช้า   เยอรมันเจอปัญหาร้ายแรงกว่า
การรวบรวมทรัพยากรเพื่อการสู้รบที่เคิร์ส
ได้สร้างความตึงเครียดอย่างหนักให้แก่กองทัพ, ลุฟท์วาฟเฟ่อ และอุตสาหกรรมเยอรมัน   พวกเขาไม่สามารถทดแทนความสูญเสียในระดับนั้น

 

สหภาพโซเวียตได้กลายเป็นทั่งที่กำลังจะตอกตีนาซีเครื่องจักรสงคราม   แม่น้ำโวลก้าคือขีดจำกัดแห่งชัยชนะของฮิตเลอร์   และหลังจากเคิร์ส กระแสสงครามจะพัดพาไปฝั่งตะวันตกทางเดียว   ทหารเยอรมันจะแสดงให้เห็นการฟื้นฟูแนวรับที่น่าทึ่ง
และรถถังเยอรมันกับโซเวียตจะปะทะกันอีกหลายครั้งใน2ปีแห่งสงครามขมขื่น

 

 

นี้คือรถถังที่ หนักที่สุด ติดอาวุธและเกราะดีที่สุด รอยัลไทเกอร์ หรือ ไทเกอร์2 ผลิตในปี1944 และใช้รบได้ยอดเยี่ยมที่บัลจ์   เยอรมันมีเวลาและทรัพยากร สำหรับการพัฒนารถถังแพนเธอร์และไทเกอร์ โดยใช้ศักยภาพสูงสุด   ฮิตเลอร์ยังพอมีหวังที่จะบรรลุแผนการครอบครองอาณาจักรยุโรปและโซเวียต

 

ปัจจุบันรถถังไทเกอร์ที่ยังเหลืออยู่เป็นอนุสรณ์ให้ระลึกถึงอำนาจของลัทธินาซี   รวมไปถึงกำลัง, ความปราดเปรื่อง และความกล้าหาญ สำหรับโลกเสรีในการเอาชนะพลังชั่วร้าย

 

********** (The End) ***********


One response

  1. Piyachai

    ว่าแล้วว่าวันนี้ต้องอัพบล็อก อิอิ ผมเลยแวะมาทักทาย และดีจัยด้วยค้าบบบบบบบบ ที่พี่กลับมาใช้เนทได้เหมือนเดิม ^^

    พฤษภาคม 25, 2006 ที่ 6:00 pm

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s