Just another WordPress.com site

แผ่นดินเดือด: “แพนเซอร์สำแดงเดช” (4)


แผ่นดินเดือด: "แพนเซอร์สำแดงเดช" (4)
 
 
JagPanther SDKFW 173
– Operational From 1944
 
 
 
 
การถูกใช้งานในเคิร์ส จำนวนของพวกมันไม่เพียงพอสำหรับการชี้ขาดผลลัพธ์ในสนามรบ แต่มันช่วยให้โซเวียตได้เรียนรู้เทคโนโลยีรถถังเยอรมัน เยอรมันก็ต้องเรียนรู้จากรถถังหนักเควี1 ของโซเวียต ซึ่งติดอาวุธปืน76มม.อันยอดเยี่ยม แม้จะหุ้มเกราะหนัก แต่เครื่องยนต์550แรงม้า ก็ขับเคลื่อนรถถัง46ตันได้ 22ไมล์ต่อชั่วโมง
 
 
 
 
เยอรมันตอบโต้ด้วยอสูรยักษ์เอเลแฟนท์ หรือรถถังเฟอร์ดินานด์ อสุรกายยักษ์ตนนี้มีความเร็วแค่12ไมล์ต่อชั่วโมง แต่มันแบกรับเกราะที่หนาเทอะทะ และติดอาวุธที่ไม่เข้ากันอย่างปืน88มม.

ที่น่าแปลกใจ การออกแบบไม่ได้มีการติดตั้งปืนกลสำหรับการต่อสู้ป้องกันทหารราบ และโซเวียตค้นพบในไม่ช้าว่า ทหารผู้กล้าสามารถหยุดยั้งเอเลแฟนท์ได้ ด้วยการหย่อนระเบิดในท่อไอดี 
 
 
 
กองทัพรถถังที่3หน้าใหม่ที่ปรากฏในเคิร์ส คือรถถังไทเกอร์ มีน้ำหนักมหาศาลถึง125,400ปอนด์ และพลังยิงทำลายจากปืนไรเฟิล88มม.อันเลิศเลอ
ในบางแง่มุม ความรู้ที่ได้จากที34ไม่ทันส่งผลกระทบต่อการออกแบบไทเกอร์ ป้อมปืนมีแง่มุมตั้งฉากอย่างไม่ประนีประนอม น้ำหนักของยานเกราะทำให้ไทเกอร์มีสมรรถนะค่อนข้างต่ำ เช่นเดียวกับแพนเซอร์3 ไทเกอร์มีพลรถ5คน พลขับบังคับผ่านเครื่องควบคุมไฮโดรลิค ผบ.ประจำอยู่ที่ด้านหลังของป้อมปืนอันกว้างใหญ่ พลปืนมีอาวุธปืน88มม.บรรจุกระสุน92นัด พลปืนกล ที่ควบตำแหน่งพลวิทยุ ประจำการอยู่ที่ส่วนหน้า ไทเกอร์1ในพิพิธภัณฑ์ ที่พึ่งบูรณะ เป็นหนึ่งเดียวที่หลงเหลือและยังใช้การได้
 
ตลอดพฤษภาฯและมิถุนาฯ เหล่านายพลของฮิตเลอร์ไม่ทิ้งเวลาจากการเลื่อนปฏิบัติการซิทาเดลให้สูญเปล่า ฐานทัพและป้อมปราการของเยอรมันทั่วยุโรปร่วมส่งกำลังเสริมสำหรับการโจมตีครั้งใหญ่ ฝ่ายพันธมิตรมีพลังระเบิดที่รุนแรง เยอรมันจึงรับมือด้วยแผนป้องกันทางอากาศ ส่งทัพอากาศไปสู่แนวรบตะวันออก
 
 
 
 
แม้ว่าหลายกองพลจะมีระดับกำลังไม่เต็มอัตราศึก แต่ยอดรวมพลสุดท้ายก็เป็นที่น่าประทับใจ ในหมู่พวกเขาคือทหารเยอรมันที่กล้าหาญช่ำชอง และวาฟเฟน เอสเอส ก็ส่งตัวแทนระดับใหญ่เข้าร่วม
ขวัญกำลังใจของทหารเยอรมันสูงมาก สตาลินกราดยังเป็นฝันร้ายสำหรับหลายๆคน แต่ที่สตาลินกราดเป็นทหารอิตาลีและโรมาเนียที่เปิดทางสู่หายนะ ครั้งนี้ จะไม่มีสหายศึกที่น่าห่วงให้ต้องกังวล ฮิตเลอร์ประกาศว่าซิทาเดลจะเป็นยุทธการของเยอรมัน100เปอร์เซ็นต์
ความเชื่อมั่นเข้มแข็งขึ้นโดยเสบียงใหม่จำนวนมากถูกส่งมาที่แนวรบแบบรายวัน แม้ว่ารถถังแพนเธอร์และไทเกอร์ใหม่จะยังมีจำนวนน้อยจนน่าผิดหวัง กองทัพอากาศมีลุฟท์วาฟเฟ่อคุมน่านฟ้า  ยุทโธปกรณ์, รถถัง และเครื่องบินที่ถูกใช้ในการรบครั้งนี้ มีปริมาณเท่าๆกับสรรพาวุธที่ใช้ในการรุกรานโซเวียตเมื่อ2ปีก่อน ถึงกระนั้น ปริมาณอันมหาศาลไม่ได้ทำให้ฮิตเลอร์สงบใจ และไม่มีการประกาศแผนการนี้สู่สาธารณะ เขากล่าวว่า “ความคิดเรื่องนี้ทำให้ข้าฯท้องใส้ปั่นป่วน แต่ข้าฯไม่เห็นทางเลือกอื่น”
 
=====================>
 
 
Stalin Prepares
 
 
ในปี1941 กองพันโซเวียตที่ทรุดโทรมได้แตกหักและยอมจำนนโดยง่าย เมื่อเยอรมันได้รุกตะวันออกครั้งแรก สตาลินจำต้องคลายอำนาจกดขี่ และปลุกเร้าพลังชาตินิยม
 
ความโหดเหี้ยมของผู้รุกราน ได้จุดชนวนการต่อต้านแบบถวายชีวิต และตำนานความไร้เทียมทานของนาซีถูกทำลายลงที่สตาลินกราด สตาลินจำต้องเลื่อนขั้นนายทหาร, วิศวกรออกแบบ, และผู้จัดการโรงงานโดยคำนึงถึงความสามารถ มากกว่าเส้นสายทางการเมือง ผลลัพธ์คือสายการผลิตของโซเวียตทั้งรถถัง, ปืนใหญ่ และเครื่องบินทำได้ดีกว่าของเยอรมันทั้งในแง่คุณภาพ และปริมาณ
 
 
 
นายพลซูคอฟ ผู้บัญชาการรบสูงสุดของโซเวียต ได้คาดการณ์ถึงยุทธการซิทาเดล และคราวนี้เยอรมันจะต้องพบกับการเตรียมการของโซเวียต
ตลอดเดือนพฤษภาฯและมิถุนาฯปี1943 สามแนวทุ่นระเบิดได้ถูกจัดวางไว้รอบตำแหน่งข้าศึก
 
1กรกฎาคม ฮิตเลอร์กลับสู่ศูนย์บัญชาการในปรัสเซียตะวันออก ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว
ในการรบยิ่งใหญ่ที่กำลังจะเปิดฉาก โซเวียตเริ่มต้นด้วยความได้เปรียบอย่างสูง ในการปะทะทหารเยอรมัน9แสนนาย ซูคอฟมีทหาร1ล้าน4แสนนาย โซเวียตเหนือกว่ามากในด้านกำลังปืนใหญ่ จำนวน20,000กระบอก คิดเป็น2เท่าตัวของเยอรมัน โซเวียตมีรถถัง3,000คัน เยอรมัน2,700คัน โซเวียตมีเครื่องบิน2,400ลำ ลุฟท์วาฟเฟ่อ 2,000ลำ
 
4กรกฎาคม การรุก2ทางของเยอรมันถูกจัดกลุ่มไปทางเหนือ และทางใต้ พร้อมรบเต็มอัตราศึก เหนือแนวรบเยอรมันหน่วยกู้ระเบิดดำเนินปฏิบัติการ และขณะที่กองทัพเยอรมันเข้าประชิดแนวโซเวียต เป็นการเคลื่อนไหวที่สุขุมเยือกเย็น ทหารผ่านศึกที่ช่ำชองของเยอรมัน รู้ซึ้งความร้ายกาจของสงคราม แม้ในชัยชนะสูงสุด ทหารก็ต้องสูญเสีย
พวกเขาได้เห็นคนตาย คนพิการ และคนเจ็บ การบรรเทาหนทางเดียวคือกระสุนปืนจากเพื่อนทหาร พรุ่งนี้ พวกเขาอาจถึงคราว
 
<====โปรดติดตามตอนต่อไป====>

2 responses

  1. Nattawat

    ที่สตาลินกราด แม่ทัพที่บัญชาการรบโดยตรงคือ นิกิต้า ครุสชอฟ บารมีของเค้าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจากสงครามครั้งนั้น และพุ่งขึ้นมาเกือบเทียบเท่าสตาลินเลยทีเดียว
     
    ไม่แปลกใจที่ทำไมเยอรมันถึงแพ้ ก็เพราะทหารที่เอาออกแนวหน้าเป็นทหารอิตาลีกะโรมาเนียซึ่งไร้สมรรถภาพ แถมสตาลินกราดเองมีการป้องกันที่หนาแน่นทหารก็ระดมมาได้เรื่อย ๆ แถมเยอรมันก็ล้ามากแล้ว เหมือนรถที่เร่งรอบสูงจนถึงขีดแดง เร่งยังไงก็ไม่ขึ้นเพราะเร่งสุดแล้ว มีแต่เครื่องจะพังเร็วเท่านั้น
     
    แบบนั้นแล

    พฤษภาคม 4, 2006 ที่ 4:18 pm

  2. sawarach

    สุดยอดมากครับ ชอบอ่านเรื่องแบบนี้ เป็นงานอดิเรกพอๆกับการเล่นเกมส์สงครามเลย พอดีผมเป็นคนชอบเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สงครามโลกมากๆ

    มกราคม 30, 2013 ที่ 3:14 pm

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s